โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิจัยใหม่พบ “โบท็อกซ์” อาจมีส่วนช่วยรักษา “พิษงู” ได้!?

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
งานวิจัยใหม่เผย การใช้ “โบท็อกซ์” ร่วมกับเซรุ่ม สามารถช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกงูกัด โดยอาจลดการอักเสบจากพิษงูได้

เมื่อพูดถึง “โบท็อกซ์” (Botox) หลายคนคงนึกถึงสารที่ใช้ในการลดริ้วรอยบนใบหน้า มันคือเครื่องหมายการค้าของสารที่มีส่วนประกอบหลักคือ “Botulinum Toxin” (โบทูลินัมท็อกซิน)

โบทูลินัมท็อกซินเป็นสารออกฤทธิ์ทางยา เป็นโปรตีนบริสุทธิ์สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของเซลล์ประสาท ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราว จึงมีผลลดริ้วรอย ปรับรูปหน้าให้เรียว และรักษาอาการทางกล้ามเนื้ออื่น ๆ

แต่ล่าสุดมีงานวิจัยใหม่ที่พบว่า นอกจากประโยชน์ด้านความงามแล้ว โบทูลินัมท็อกซินอาจช่วยยับยั้งผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดของพิษงูได้ด้วย

ผลการศึกษาเบื้องต้นที่ตีพิมพ์ในวารสาร Toxicon ชี้ให้เห็นว่า สารที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทชนิดนี้ อาจเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพในการลดความเสียหายของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกงูหลายชนิดกัด โดยอาจช่วยลดการอักเสบของร่างกายจากพิษงูได้

การถูกงูกัดเป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกที่สำคัญ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100,000 รายต่อปี และอีกหลายล้านคนที่ถูกกัดในแต่ละปีต้องพิการถาวร เช่น สูญเสียแขนขา เนื่องจากอาการบวม การอักเสบ และเนื้อเยื่อตายอย่างรวดเร็วที่เกิดจากพิษงูหลายชนิด

บาดแผลจากการถูกงูกัดนั้น สามารถรักษาได้ด้วยเครื่องดูดสุญญากาศหรือออกซิเจนความเข้มข้นสูง แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลงทุนทั้งด้านสติปัญญาและการเงิน ในการรักษาที่มีประสิทธิภาพและทันท่วงทีมากขึ้น

และเนื่องจากพิษงูแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์และภูมิภาค และเซรั่มแก้พิษงูไม่ได้ผลกับงูทุกสายพันธุ์ การพัฒนาวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพในวงกว้างจึงมีคุณค่าอย่างยิ่ง

วิธีการรักษาที่มีศักยภาพอย่างหนึ่งสำหรับพิษงูหลายชนิดอาจมาจากแหล่งที่ดูขัดแย้งกับสามัญสำนึก นั่นคือโบทูลินัมท็อกซิน ซึ่งผลิตโดยแบคทีเรีย Clostridium botulinum

มีหลักฐานบางอย่างที่บ่งชี้ว่า สารที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทนี้ ซึ่งอาจเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดในด้านการใช้บรรเทาอาการปวดและลดริ้วรอยภายใต้ชื่อแบรนด์โบท็อกซ์ อาจช่วยในการรักษาบาดแผลโดยทั่วไปโดยการลดการอักเสบ

พิน หลาน นักพิษวิทยาทางการแพทย์จากโรงพยาบาลกลางหลี่ซุยในประเทศจีน และทีมวิจัย ได้ทดสอบแนวคิดนี้

ทีมวิจัยใช้พิษจากงูจงอางจีน (Deinagkistrodon acutus) ซึ่งเป็นงูพิษชนิดหนึ่งในเอเชีย การกัดของมันสามารถทำให้กล้ามเนื้อเสียหายอย่างมาก

ในห้องปฏิบัติการ ทีมวิจัยได้แบ่งกระต่ายทดลอง 22 ตัวออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งได้รับพิษฉีดเข้าที่ขาหลัง อีกกลุ่มหนึ่งได้รับทั้งพิษและโบทูลินัมท็อกซิน และกลุ่มควบคุมได้รับน้ำเกลือ

หลังจากฉีดพิษกระต่ายไปแล้ว 24 ชั่วโมง นักวิจัยได้ทำการุณยฆาตกระต่าย และเก็บตัวอย่างกล้ามเนื้อจากบริเวณที่ฉีดพิษและน้ำเกลือ จากนั้น พวกเขาได้วิเคราะห์ว่าผลกระทบของพิษ (ความเสียหายของกล้ามเนื้อ การมีอยู่ของโปรตีน และลักษณะของเซลล์ภูมิคุ้มกันของกระต่าย) แตกต่างกันอย่างไรในแต่ละกลุ่มการทดลอง

ซึ่งทำให้นักวิจัยเข้าใจว่า การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันอย่างรวดเร็วทั้งทางเคมีและเซลล์ของร่างกายต่อการบาดเจ็บ หรือกระบวนการอักเสบนั้นได้รับอิทธิพลจากพิษและโบทูลินัมท็อกซินอย่างไร

เมื่อเปรียบเทียบกับการฉีดพิษงูเพียงอย่างเดียว การเพิ่มสารโบทูลินัมท็อกซินช่วยลดผลกระทบที่เป็นอันตรายของพิษงูได้บางส่วน โดยจากที่กล้ามเนื้อต้นขาจะบวมใหญ่กว่าขนาดเดิมถึง 30% กระต่ายที่ได้รับสารโบทูลินัมท็อกซินร่วมด้วยแทบจะไม่บวมเลย และกระต่ายที่ได้รับการรักษาด้วยสารโบทูลินัมท็อกซินยังมีการตายของกล้ามเนื้อน้อยลงด้วย

ทีมของหลานยังพบว่า สารโบทูลินัมท็อกซินเปลี่ยนชนิดของแมโครฟาจ (macrophage) ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันขนาดใหญ่ ที่ตรวจพบในบริเวณที่ฉีด เมื่อเปรียบเทียบกับกระต่ายที่ได้รับพิษงูเพียงอย่างเดียว

โดยกระต่ายที่ได้รับสารโบทูลินัมท็อกซินมีจำนวนแมโครฟาจชนิด M1 น้อยลง ซึ่งเป็นเซลล์ที่ตอบสนองและต่อสู้กับสารพิษโดยการทำให้เกิดการอักเสบ และมีจำนวนแมโครฟาจชนิด M2 มากขึ้น ซึ่งเน้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

แมโครฟาจแต่ละชนิดสามารถเปลี่ยนไปเป็นอีกชนิดหนึ่งได้ นักวิจัยตั้งสมมติฐานว่า โบทูลินัมท็อกซินอาจไปยับยั้งการทำงานของแมโครฟาจที่ทำให้เกิดการอักเสบ และเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบต้านการอักเสบ

อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมก่อนที่จะทดสอบในมนุษย์ แต่บางทีในอนาคต โบท็อกซ์อาจจะถูกนำมาใช้ร่วมกับเซรุ่มในการรักษาพิษงูก็เป็นได้

อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม ที่นี่

เรียบเรียงจาก Science News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิจัยใหม่พบ “ดวงจันทร์กำลังดูดกลืนอนุภาคจากชั้นบรรยากาศโลก”

สิ่งมหัศจรรย์แห่งอนาคต? นักวิจัยญี่ปุ่นพัฒนา “หนูที่มีอสุจิเรืองแสง”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิจัยใหม่พบ “โบท็อกซ์” อาจมีส่วนช่วยรักษา “พิษงู” ได้!?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...