ข้อมูลล้นโลก ผู้บริโภคเสพจนเหนื่อย รู้จัก ‘Depth Economy’ มาแรงปี 2026
ปี 2026 มีการพูดถึงคำว่า “Depth Economy” (เศรษฐกิจที่ให้ความหมายเชิงลึก) ว่าอาจจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่ใช่แค่การดึงดูดความสนใจแบบเดิม ส่วนหนึ่งเพราะคนสามารถจดจ่อกับบางอย่างได้สั้นลงเรื่อยๆ และ AI กลายเป็นหนึ่งในตัวแปรที่ทำให้เป็นอย่างนั้น
[ รู้จัก Depth Economy ทำไมช่วงเวลาแห่งการจดจ่อถึงสำคัญ? ]
บทวิเคราะห์บน medium ได้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่เกิดขึ้นในปี 2026 ในยุคที่ AI แทรกซึมอยู่กับชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น ขณะเดียวกันข้อมูลมากมายที่ลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งเราจะเห็นตามแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เสพกันทุกวันนี้
ด้วยจำนวนมหาศาลของข้อมูลในปัจจุบันส่งผลให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า การโจรกรรมสติ/สมาธิของคนเสพ โดยจะเห็นว่า หลายครั้งมีผลวิจัยว่ามนุษย์เรามีความสนใจในบางสิ่งบางอย่างสั้นลงเรื่อยๆ หรือเรียกกันว่า‘Attention Span’
โดยมีผลประเมินออกมาว่า คนสามารถจดจ่ออยู่กับบางสิ่งได้เพียง 8-8.25 วินาที สั้นกว่าปลาทองที่ได้ 9 วินาที อย่างไรก็ตาม ถ้าแบ่งตามช่วงเจเนเรชันในแต่ละวัยจะสามารถจดจ่อกับบางอย่างได้ต่างกัน ข้อมูลจาก SQ Magazine ของประเทศอังกฤษ ระบุไว้ว่า
Gen Z (อายุ 10–25 ปี) โดยเฉลี่ยแล้วมีความสนใจในเนื้อหาโซเชียลมีเดียเพียง 6.5 วินาที
Millennials (อายุ 26–41 ปี) จะสนใจเนื้อหาราวๆ 8.3 วินาที ก่อนที่จะเปลี่ยนไปดูอย่างอื่นหรือเลิกดู
Gen X (อายุ 42–57 ปี) ใช้เวลาโดยเฉลี่ย 10.7 วินาทีกับโพสต์หนึ่งๆ ก่อนที่จะเลื่อนดูต่อ
Baby Boomers (อายุ 58–76 ปี) โดยเฉลี่ย 13.2 วินาที ส่วนหนึ่งเพราะการบริโภคที่ช้าลง แต่ข้อดีคือการเสพแต่ละครั้งของคนกลุ่มนี้จะมีการมีส่วนร่วมที่ลึกซึ้งกว่า
แล้วเกี่ยวกับ Depth Economy อย่างไร? เจ้าของบทความซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านดิจิทัลและอัลกอริทึม อธิบายว่า ยิ่งการจดจ่อน้อยลงเรื่อยๆ รวมถึงบทบาทของ AI ที่มากขึ้น อะไรที่ให้ความหมายเชิงลึก, คุณค่าที่ให้มากกว่าการดึงดูดความสนใจ จะยิ่งมีความสำคัญ
พูดง่ายๆ ว่า Depth Economy คือภาวะเศรษฐกิจแห่งความลึกซึ้งที่นักการตลาด หรือธุรกิจควรให้ความสนใจ มันคือโลกใบใหม่ที่จะค่อยๆ แทรกซึมในทุกการใช้ชีวิตของผู้คน ทำอย่างไรที่จะสื่อสารกับผู้บริโภคได้เร็ว และมีนัยยะสำคัญมากกว่ากระตุ้นต่อมอยากรู้
การมีส่วนร่วมในการสังเคราะห์ทางความคิด, ห้วงอารมณ์ที่เกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง เพราะเสี้ยวเวลาที่ผู้บริโภคกำลังให้ความสนใจจะเกิดขึ้นภายใต้ความคาดหวังว่า พวกเขาต้องได้รับอะไรบางอย่างที่มีความหมาย, ตราตรึง, ทรงคุณค่ามากพอจะที่ทำให้หยุดดูได้
ตัวแปรหลายอย่างในโลกปัจจุบัน ตั้งแต่การเข้ามาของ AI, พฤติกรรมผู้เสพโซเชียลมีเดียที่เปลี่ยนเร็ว ไปจนถึง คลังข้อมูลขนาดใหญ่ที่เยอะเกินกว่าสมองมนุษย์จะรับได้ในแต่ละวัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงเลือกที่จะ ‘หยุดดู’ สิ่งที่มีคุณค่ามากพอ หรือให้อะไรบางอย่างได้
เป็นที่มาของการเกิด Depth Economy ซึ่งหากเทียบกับ AI ข้อได้เปรียบของมนุษย์ในเชิงการแข่งขันคือ‘ความลึก’
ยกตัวอย่าง เช่น AI อาจจะสร้างสินค้า/บริการบางอย่างได้เร็วกว่ามนุษย์ เพราะได้เปรียบเรื่องคลังข้อมูลที่ถูกป้อนเข้ามา แต่มนุษย์สามารถ ‘คัดกรอง’ ได้ดีกว่าได้เพราะเพิ่มประสิทธิภาพ และสังเคราะห์ได้ว่า สินค้า/บริการเหล่านั้นจะตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างไร ในเชิงประสบการณ์, อารมณ์ หรือ คุณค่าที่ได้รับ ฯลฯ
หรือในมุมของดิจิทัลคอนเทนต์ AI อาจจะเก่งเรื่อง ‘ความถี่’ และ ‘การกระตุ้นให้สนใจ’ (เช่น SEO) แต่มนุษย์จะได้เปรียบเรื่อง ‘ครีเอทีฟ’ การเพิ่ม emotional, อารมณ์, การสื่อสารเชิงให้ความหมาย, ประสบการณ์ได้ดีกว่า
อย่างไรก็ตาม ความยากในเชิงการตลาดอาจไม่ใช่เรื่องของการสร้างสรรค์ผลงานให้ตรงใจผู้บริโภค หรือการสร้างว๊าวโมเมนต์ให้ผู้เสพตราตรึงเท่านั้น แต่สำหรับปี 2026 ความท้าทายอีกอย่างก็คือ Attention Span ที่สั้นลงเรื่อยๆ
นักการตลาด ธุรกิจ แบรนด์ต่างๆ จะดึงความสนใจอย่างไรในช่วงวินาทีนั้น โดยทำให้ไม่หลุดโฟกัส และผู้บริโภคยังได้ครบตามที่คาดหวัง ในยุคที่โลกที่กำลังหันหน้าเข้าสู่ Depth Economy และหันหลังให้กับ Attention Economy ห่างออกไปเรื่อยๆ