โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SET Index เช้า 1,421.71 จุด +10.01 จุด (+0.70%)

ทันหุ้น

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 03.23 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 03.23 น.

#ทันหุ้น #2026 #SET Index เช้า 1,421.71 จุด +10.01 จุด (+0.70%)

CGS International Securities Thailand รายงานกลยุทธ์การลงทุน โดยสรุปภาพรวมตลาดว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (11 ก.พ.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาด ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,121.40 จุด ลดลง 66.74 จุด หรือ -0.13% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,941.47 จุด ลดลง 0.34 จุด หรือ -0.01% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,066.47 จุด ลดลง 36.01 จุด หรือ -0.16% ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ (11 ก.พ.) โดยแรงซื้อในหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ช่วยชดเชยการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการเงิน ท่ามกลางการประเมินตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง โดยดัชนี STOXX 600 ปิดที่ระดับ 621.58 จุด เพิ่มขึ้น 0.61 จุด หรือ +0.10%

ในส่วนของสินทรัพย์อื่น สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกกว่า 1% ในวันพุธ (11 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนประเมินว่าสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาด โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 67 เซนต์ หรือ 1.05% ปิดที่ 64.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 60 เซนต์ หรือ 0.87% ปิดที่ 69.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกกว่า 1% ในวันเดียวกัน หลังนักลงทุนซึมซับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง และยังคงเข้าซื้อทองคำต่อเนื่อง โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 67.50 ดอลลาร์ หรือ 1.34% ปิดที่ 5,098.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สำหรับตลาดหุ้นไทย บริษัทประเมินกรอบดัชนี SET อยู่ที่ 1,400-1,430 จุด โดยคาดว่าตลาดอาจพักฐานเล็กน้อยตามความร้อนแรงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งกว่าคาด ซึ่งอาจทำให้เฟดชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย พร้อมติดตามผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของบริษัทจดทะเบียนในประเทศ

ด้านหุ้นแนะนำ ได้แก่ BCH ซึ่งคาดว่ารายได้ปี 2569 จะเติบโต 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้เผชิญภาวะการกลับมาของผู้ป่วยจากตะวันออกกลางที่ชะลอตัว โดยรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางและกัมพูชา ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าความเสี่ยงด้านลบเริ่มจำกัด โดยมีระดับทำกำไรที่ 11.00 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 10.40 บาท

ขณะที่ BCPG คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4/2568 จะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากปริมาณการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลง อีกทั้งคาดว่าจะได้รับกระแสเงินสดสม่ำเสมอจาก CP ซึ่งทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องจนถึงกลางปี 2571 โดยมีระดับทำกำไรที่ 8.45 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 8.00 บาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...