“นีโอดิเมียม” แร่เล็ก แต่ทรงพลัง จุดยุทธศาสตร์ใหม่ในศึกการค้าสหรัฐ-จีน
"นีโอดิเมียม" หัวใจของแม่เหล็กถาวรในรถยนต์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และกังหันลม กลายเป็นปัจจัยสำคัญในความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีน หลังจีนครองกำลังการแปรรูปกว่า 90% ของโลก
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 04.20 น. สำนักข่าว CNN รายงานว่า แม้หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อ “นีโอดิเมียม” (neodymium) หรือไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะออกเสียงอย่างไร แต่แร่ธาตุชนิดนี้มีอยู่แทบทุกบ้าน และเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่จำนวนมาก
นีโอดิเมียมเป็นหนึ่งในแร่หายาก (rare earths) ซึ่งเป็นกลุ่มธาตุใกล้ด้านล่างของตารางธาตุ และมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตประจำวัน โดยนีโอดิเมียมถือเป็นแร่หายากที่มีมูลค่าสูงที่สุดชนิดหนึ่ง เพราะถูกใช้เป็นส่วนประกอบหลักของ แม่เหล็กถาวร (permanent magnets) ซึ่งมีอยู่ในอุปกรณ์นับไม่ถ้วน ขณะเดียวกันจีนครองความเป็นผู้นำเกือบผูกขาดในกระบวนการแปรรูปแร่ชนิดนี้
ด้วยเหตุนี้ นีโอดิเมียมและแร่หายากอื่น ๆ จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญในความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งเป็นสองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก
นักวิชาการด้านแร่และโลหะจาก Colorado School of Mines ระบุว่า นีโอดิเมียมคิดเป็นราว 30% ของน้ำหนักแม่เหล็กถาวร และหากสหรัฐขาดแคลนแร่นี้ ภาคการผลิตจำนวนมาก ตั้งแต่อุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องบิน ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า จะได้รับผลกระทบรุนแรง
แม่เหล็กนีโอดิเมียมมีขนาดเล็ก แต่ให้พลังสูงมาก ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยด้านแร่เชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐถึงกับกล่าวว่า หากนำไปวางใกล้ตู้เย็น แรงดูดอาจมากจนทำให้ตู้เย็นล้มได้
หายากในชื่อ แต่ไม่หายากในธรรมชาติ
นีโอดิเมียมถูกใช้ในมอเตอร์ไฟฟ้าหลากหลายชนิด และต่างจากแม่เหล็กแบบดั้งเดิมตรงที่ไม่สูญเสียคุณสมบัติแม่เหล็กจากการเปิด–ปิดกระแสไฟฟ้าอยู่ตลอดเวลา
จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของมอเตอร์ในรถยนต์ ตั้งแต่มอเตอร์เล็ก ๆ อย่างที่ใช้กับที่ปัดน้ำฝน ไปจนถึงมอเตอร์ซับซ้อนในรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงเครื่องมือไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ เครื่องยนต์ไอพ่น และกังหันลมผลิตไฟฟ้า
รัฐบาลสหรัฐมองว่า แร่หายากอย่างนีโอดิเมียมมีความสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติ แต่จีนครองกำลังการแปรรูปแร่หายากถึงราว 90% ของโลก ทำให้มีอำนาจต่อรองสูงในเวทีการค้า
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า แร่หายากไม่ได้หายากเพราะไม่มีในธรรมชาติ แต่หายากเพราะขั้นตอนการแยก แปรรูป และกลั่นมีความซับซ้อน ใช้พลังงานสูง ต้องใช้สารเคมีจำนวนมาก และก่อให้เกิดของเสียที่เป็นพิษ รวมถึงบางส่วนเป็นกัมมันตรังสี
ที่ผ่านมา ประเทศต่าง ๆ ปล่อยให้จีนพัฒนาขีดความสามารถด้านนี้จนมีความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง
สหรัฐเร่งลดการพึ่งพาจีน
รัฐบาลสหรัฐประกาศแผนจัดตั้งคลังสำรองแร่หายากเชิงยุทธศาสตร์ และอุดหนุนโครงการเหมืองและโรงงานแปรรูปในประเทศ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าจะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสร้างศักยภาพแข่งขันกับจีนได้
ยิ่งไปกว่านั้น การแข่งขันในธุรกิจนี้แทบเป็นไปไม่ได้หากไม่มีการสนับสนุนจากรัฐ เนื่องจากจีนได้เปรียบด้านขนาด เครือข่ายอุตสาหกรรม และต้นทุน
ยังไม่มีของทดแทน
บริษัทจำนวนมากพยายามพัฒนาแม่เหล็กที่ไม่ต้องใช้แร่หายาก หรือมอเตอร์ที่ไม่ใช้แม่เหล็กเลย เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเทคโนโลยีใดให้สมรรถนะเทียบเท่า
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หากไม่ใช้นีโอดิเมียม จะต้องแลกกับประสิทธิภาพ น้ำหนัก ขนาด แรงบิด และพลังงานที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปแล้ว นีโอดิเมียมอาจไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่เป็นหัวใจของเทคโนโลยีสมัยใหม่ และเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการแข่งขันทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกในปัจจุบัน
อ้างอิง : edition.cnn.com