โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘กกร.- เพื่อน ไม่ทน’จี้รัฐบาลรักษาการเรียกเชื่อมั่นหลัง CPI ไทยตกต่ำ

The Better

อัพเดต 11 ก.พ. เวลา 11.07 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 11.10 น. • THE BETTER
‘กกร.- เพื่อนไม่ทน’ห่วงไทยรั้งท้ายดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นอันดับ 116  ต่ำสุดในรอบ 14 ปี กระทบความเชื่อมั่นลงทุนและเป้าหมาย OECD เสนอรัฐบาลกระทุ้งภาครัฐเร่งดำเนินการแม้เป็นรัฐบาลรักษาการ

รายงานข่าวจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และเครือข่าย “กกร และเพื่อน ไม่ทน”เปิดเผยว่า จากผลการประเมินดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2568 โดย Transparency International ซึ่งประเทศไทยได้คะแนน 33/100 อยู่ในอันดับ 116 ของโลก ต่ำสุดในรอบ 14 ปี และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 42 คะแนน สะท้อนภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใสที่ถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ มีความเป็นห่วงว่า แนวโน้มดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ

รวมถึงอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และเป้าหมายระยะยาวของประเทศไทยในการเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ซึ่งให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และหลักนิติธรรม โดยเฉพาะประเด็นที่คะแนนลดลงในมิติที่เกี่ยวข้องกับมุมมองของภาคธุรกิจและนักลงทุน

ทั้งนี้สะท้อนว่าความเชื่อมั่นต่อระบบการแข่งขัน ความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ และกระบวนการยุติธรรม ยังเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง นี่เป็นประเด็นสำคัญที่ กกร และเพื่อนๆ ภาคเอกชน ต้องออกมาขับเคลื่อนคณะทำงาน zero corruption อย่างจริงจัง ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

กกร. และเครือข่ายฯ เห็นว่า แม้ปัจจุบันรัฐบาลจะอยู่ในสถานะรักษาการ แต่ยังคงมีอำนาจและหน้าที่ในการกำหนดทิศทางเชิงนโยบายและสั่งการเชิงบริหารเพื่อรักษาเสถียรภาพและภาพลักษณ์ของประเทศ จึงควรเร่งดำเนินการยกระดับมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันให้สอดคล้องมาตรฐานสากล และเสริมความเป็นอิสระ โปร่งใส และประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรม รวมถึงลดอิทธิพลที่ไม่เหมาะสมต่อกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบาย และที่สำคัญคือส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส เป็นต้น

นอกจากนั้น กกร และเพื่อนไม่ทน เสนอให้เร่งเชื่อมโยงข้อมูลข้ามหน่วยงานรัฐ (Connect-the-Dots) เพื่อให้มี Data Bureau สามารถเกิดการบังคับใช้ได้อย่างเป็นระบบ โดยประสานหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) กรมศุลกากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นต้น เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่าง หน่วยงานกำกับดูแล – หน่วยงานบังคับใช้ – ภาคเอกชน

อย่างไรก็ตามแม้จะผ่านการเลือกตั้งมาแล้วและการที่ภาคเอกชนมาขับเคลื่อนกระตุ้นเรื่องการต่อต้านคอรัปชั่นให้ทุกพรรคการเมืองมีนโยบายที่ชัดเจนและการลงมือทำจริงไม่ใช่ดีแต่พูดหาเสียง ”กกรและเพื่อนไม่ทน“ ยังจะดำเนินการต่อ กรอบดำเนินงาน “6 ด้านต้านทุจริต” ที่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว

1. ปลูกฝังจิตสำนึก – สร้างวัฒนธรรมองค์กรและสังคมที่ยึดประโยชน์ส่วนรวม

2. นโยบายต่อต้านการทุจริต – กำหนดมาตรฐานชัดเจน ครอบคลุมการคัดเลือกบุคลากร ประเมินผล และคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส

3. ระบบบริหารความเสี่ยง – วิเคราะห์และจัดการความเสี่ยงการทุจริตเชิงโครงสร้าง

4. เทคโนโลยีและข้อมูล – ใช้ Big Data และระบบดิจิทัลตรวจจับความผิดปกติ

5. การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) – เพิ่มความโปร่งใสและการเข้าถึงข้อมูล

6. ช่องทางร้องเรียนที่ปลอดภัย – สะดวก รวดเร็ว และคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสอย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตามในระยะต่อไป ประเด็นที่ กกร.และเพื่อนไม่ทน จะดำเนินการต่อจากการสำรวจการเลือกตั้ง คือ 10 สินบนที่ภาคเอกชนต้องจ่าย “สินบน กลายเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เป็นธรรม ขณะที่ความไม่โปร่งใสในหน่วยงานรัฐทำให้ภาคเอกชนต้องจ่ายใต้โต๊ะเพื่อให้ได้ใบอนุญาตอนุมัติ จนเกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ”

สุดท้าย กกร. และเครือข่าย “เพื่อน ไม่ทน” ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนตระหนักว่า ปัญหาคอร์รัปชันไม่ใช่เพียงประเด็นทางศีลธรรม แต่เป็น “ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ”หากไม่เร่งดำเนินการอย่างจริงจัง ไทยอาจสูญเสียโอกาสด้านการลงทุน ไม่สามารถเกิดการยกระดับมาตรฐานสากล และการก้าวเข้าสู่ OECD ในอนาคต

ภาคเอกชนพร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของประเทศไทย และผลักดันให้ “ความโปร่งใส” เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เกิดการค้าการลงทุนในประเทศ ความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชนไทย และการเพิ่มรายได้ของคนไทย และการเติบโตที่มีคุณภาพ และยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...