TOP โบรกฯ คาดกำไร Q4/68 ที่ราว 2 พันลบ. มอง Q1/69 ทิศทางดี
#TOP #ทันหุ้น-บริษัท ไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) หรือ TOP ซึ่งโบรกเกอร์คาดการณ์ว่าจะประกาศผลดำเนินงานในวันพรุ่งนี้(12 ก.พ.2569) ซึ่งโบรกเกอร์คาดการณ์ว่าไตรมาส 4/68 จะมีกำไรสุทธิประมาณ 2 พันล้านบาท ซึ่งอ่อนตัวลง ส่วนหนึ่งมาจากการขาดทุนสต๊อกตามที่ราคาน้ำมันลดลง แต่หากตัดรายการพิเศษ จะมีกำไรปกติที่เติบโต ตามค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้น พร้อมมองแนวโน้มไตรมาส 1/69 ยังมีทิศทางที่ดี จากขาดทุนสต๊อกที่ลดลง รวมถึงค่าการกลั่น ตลาดที่ดีขึ้น
บล.คิงส์ฟอร์ด คาดผลดำเนินงานไตรมาส 4/68 ของ TOP จะมีกำไรสุทธิ 2.12 พันล้านบาท ลดลง 1% QoQ และลดลง 23% YoY เป็นผลจากรายการพิเศษ เพราะมีผลขาดทุนสต๊อกตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง แต่หากตัดรายการพิเศษ จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 6.2 พันล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นทั้ง QoQ และ YoY มาจากอัตราการใช้กำลังการผลิตและค่าการกลั่นที่ฟื้นตัว และหากเป็นไปตามคาด ประเมินว่ากำไรสุทธิทั้งปี 2568 จะอยู่ที่ 1.42 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% YoY และมีกำไรปกติอยู่ที่ 9.5 พันล้านบาท ลดลง 34% YoY
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 1/69 ของ TOP ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรสุทธิจะดีขึ้น QoQ จากผลขาดทุนสต๊อกลดลง ขณะที่ crack spread ผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Gasoline / Jet / Diesel เริ่มชะลอตัวกดดันผลการดำเนินงานหลัก ส่วนแนวโน้มในปี 2569 คาด run rate ของโรงกลั่นจะกลับอยู่ในระดับ 113% เพราะไม่มีการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ ส่วนค่าการกลั่น Market GRM คาดยืนได้ในระดับ US$5-6/bbl จากความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปฟื้นตัว
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำซื้อเก็งกำไร หุ้น TOP ให้ราคาเหมาะสมที่ 43 บาท จากแนวโน้มกำไรไตรมาส 1/69 ที่จะฟื้นตัว พร้อมคาดหวัง Dividend Yield ในระดับที่ดีเฉลี่ยราว 5% ต่อปี
บล.ดาโอ (ประเทศไทย) คาดว่า TOP จะมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท ลดลง 22% YoY แต่เพิ่มขึ้น 1% QoQ หากไม่รวมรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน คาดจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 3.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY และเพิ่มขึ้น 513% QoQ มองว่าธุรกิจโรงกลั่น จะเห็นอัตราการใช้กำลังการกลั่น และค่าการกลั่นตลาด (market GRM) ที่แข็งแกร่งช่วยชดเชยผลขาดทุนจากสต๊อก และคาดว่าบริษัทจะยังคงได้ประโยชน์จากแนวโน้ม market GRM ที่สูงขึ้น YoY (แม้จะลดลง QoQ) ในไตรมาส 1/69 และน่าจะรับรู้กำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐ (USD) เพิ่มเติม
โดยฝ่ายวิจัยดาโอ คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2568-2569 ของ TOP อยู่ที่ 1.38 หมื่นล้านบาท และที่ 8.8 พันล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งได้ปรับคำแนะนำเป็นถือ จากเดิมแนะนำซื้อ แต่คงราคาเป้าหมายที่ 40 บาท ยังคงมุมมองว่าภาพรวมธุรกิจโรงกลั่นจะยังแข็งแกร่งในไตรมาส 1/69 แต่ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาในช่วงที่ผ่านมา น่าจะสะท้อนภาพรวมธุรกิจโรงกลั่นระยะสั้นที่แข็งแกร่งไปแล้ว
บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำซื้อหุ้น TOP ให้ราคาเป้าหมายที่ 44 บาท เพราะคาดว่ากำไรปกติไตรมาส 4/68 จะแข็งแกร่งโดยเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY และความคืบหน้าของโครงการ CFP นอกจากนี้แผนการทำ Asset Monetization และการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิคล้ายทุน จะทำให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น
ฝ่ายวิจัยแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาดว่า TOP จะมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 2.06 พันล้านบาท ลดลง 4% QoQ และลดลง 26% YoY แต่หากตัดรายการพิเศษ จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 5.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นมากทั้ง QoQ และ YoY ตามค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้น และโรงกลั่นกลับมาผลิตเต็มที่ หลังหยุดซ่อมบำรุงในไตรมาสก่อน ทำให้กำไรจากธุรกิจอะโรเมติกส์เพิ่มขึ้น
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 1/69 คาดว่ากำไรสุทธิจะปรับตัวดีขึ้น ทั้ง QoQ และ YoY ตามขาดทุนสต๊อกน้ำมันที่ลดลง แต่ด้านกำไรปกติจะอ่อนลง QoQ ตามค่าการกลั่นที่ลดลง แต่เพิ่มขึ้นมาก YoY จากฐานค่าการกลั่นที่ต่ำ
บล.เคจีไอ(ประเทศไทย) คาดว่ากำไรสุทธิของ TOP ในงวดไตรมาส 4/68 จะอยู่ที่2.0 พันล้านบาท (-28% YoY, -7% QoQ) โดยกำไรที่ลดลงจะเป็นเพราะคาดว่าจะบันทึกผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงก้อนใหญ่ 900 ล้านบาท และคาดว่าจะบันทึกผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันสุทธิก้อนใหญ่ 2.9 พันล้านบาท
ในขณะเดียวกันได้ปรับลดคำแนะนำหุ้น TOP จากซื้อเป็นถือโดยยังคงราคาเป้าหมายปี 2569 ไว้ที่ 41.00 บาท นอกจากนี้ยังคาดว่า market GRM ของ TOP ในไตรมาส 1/69 จะลดลง QoQ หลังจากที่โรงกลั่นในตะวันออกกลางกลับมาเดินเครื่องอีกครั้งหลัง turnaround และเร่งเพิ่มปริมาณการผลิต ในขณะที่อุปสงค์ที่สูงตามฤดูกาลในช่วงหน้าหนาวของ middle distillates น่าจะแผ่วลงไปเรื่อยๆ ตามหน้าหนาวที่กำลังจะผ่านไป