โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เอกชนชี้เลือกตั้ง2569ฉุดเบิกจ่ายงบ 70 ล่าช้า-คอร์รัปชันซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 02.11 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 00.11 น.

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงประเด็นเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ว่า การเลือกตั้งล่าสุดมีผลทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ล่าช้าออกไป

ทั้งนี้ ในปี 68 จะเห็นได้ว่าคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ออกมาท้วงติงว่างบการลงทุนภาครัฐ 11 เดือนแรกเบิกจ่ายงบลงทุนได้แค่ 50.9% แม้เดือนสุดท้ายของปี 68 จะเร่งจนขึ้นมาเป็น 65% แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าปกติที่ควรจะได้ประมาณ 80%

โดยในภาวะที่ต้องการเม็ดเงินลงทุน หรือเงินเข้าสู่ระบบเพื่อให้เกิดการจ้างงาน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงทำให้เงินไม่สามารถลงไปได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของไทยไม่ดีไปด้วย

“เครื่องยนต์ที่เรียกว่าการลงทุน เป็นเครื่องจักรสำคัญ เหมือนกับการส่งออก การท่องเที่ยว เมื่อเม็ดเงินเข้าสู่ระบบไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย การจ้างงานก็ไม่เกิด เศรษฐกิจโดยรวมก็ไม่ดี”

นายเกรียงไกร กล่าวต่อไปอีกว่า ยิ่งเวลลานี้ประเทศไทยได้ผลการประเมินดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2568 โดย Transparency International ซึ่งประเทศไทยได้คะแนน 33/100 อยู่ในอันดับ 116 ของโลก ต่ำสุดในรอบ 14 ปี และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 42 คะแนน สะท้อนภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใสที่ถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างแน่นอน โดย CPI หรือดัชนีการรับรู้การทุจริต คือมุมมองที่มีการให้คะแนน ซึ่งไทยตกต่ำสุดในรอบ 19 ปี อยู่อันดับที่ 7 ในภูมิภาค ซึ่งถือว่าแย่ เพราะแพ้ทั้งสปป.ลาวและเวียดนาม ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นแบบนี้

เอกชนชี้เลือกตั้ง2569ฉุดเบิกจ่ายงบ 70 ล่าช้า-คอร์รัปชันซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย

ส่วนเวียดนามมีการพัฒนาขึ้นมาเป็น 41 คะแนน และมีแนวโน้มจะได้คะแนนเพิ่มขึ้น เพราะมีนโยบายแก้ปัญหาอย่างจริงจัง แต่ของไทยทรุดลงมาตลอด 4 ปีหลังสุด โดยสอดคล้องกับที่ทาง กกร. และกลุ่มเพื่อนไม่ทน ออกแคมเปญมา เพราะเรามองว่าความเชื่อมั่น ,Ease of Doing Business และต้นทุนแฝง จะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยสู้ประเทศอื่นในภูมิภาคไม่ได้

ทั้งนี้ ต้นทุนแฝงทั้งเรื่องการขอใบอนุญาตและการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งปัจจุบันทวีความรุนแรงขึ้นในการที่ต้องจ่ายเป็นจำนวนมาก เรื่องดังกล่าวกระทบต่อภาพลักษณ์อย่างแน่นอน อีกทั้งไทยเองกำลังถูกจับตามองจากบริษัท Credit Rating ต่าง ๆ ซึ่งดูจากภาพเศรษฐกิจของไทย โดย CPI ดังกล่าวจะยิ่งสะท้อนให้มีผลหนักมากขึ้น

“จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อความเชื่อมั่น และความมั่นใจ อีกทั้งยังถูกนำไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นเวลาที่จะพิจารณาการลงทุน หากมาไทยแม้โลเคชันจะดี หลายอย่างดี แต่ต้นทุนแฝง รวมถึงขั้นตอนนาวนาน เสียเวลาและเสียพลังมาก หากเป็นบริษัทที่ดีที่มีทางเลือกก็อาจไปลงทุนที่อื่นแทนไทย”

นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นยังส่งผลกระทบต่อคนในประเทศ เพราะต้องพบเจอกับปัญหาหลายเรื่องที่มาจากการคอร์รัปชัน เช่น เศรษฐกิจใต้ดินที่มีขนาดเกือบครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจทั้งหมด ซึ่งทำให้มีผลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ

อย่างไรก็ดี หากไทยยังมีการคอรรัปชันระดับสูง งบประมาณการอัดฉีดจากภาครัฐที่จะลงไปสู่กระบวนการเศรษฐกิจ เช่น การจัดซื้อจัดจ้างก็จะรั่วไหลหมด โดยทำให้นโยนบายไม่เกิดประสิทธิผล หรือเรียกว่าจะทำให้มาตรการที่ภาครัฐต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้ผลเท่าที่ควร

อีกทั้งยังกระทบความเชื่อมั่นของการลงทุนทั้งคนไทยและต่างประเทศ เพราะต้นทุนแฝงที่มีมาก กระบวนการที่ยาว ซึ่งไม่ทำให้เกิดขีดความสามารถ แต่เป็นการบั่นทอนขีดความสามารถและความเชื่อมั่น

สำหรับข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนนั้น กกร. และเพื่อนไม่ทนต้องการให้ภาครัฐจริงจังกับการป้องกันและปราบปราม เพื่อส่งสัญญาณว่าจะพยายามทำให้การคอร์รัปชันลดลง ซึ่งเมื่อสามารถทำได้อันดับคะแนนของไทยก็จะดีขึ้นในปีหน้า

“ปัญหาใหญ่ของไทยที่เป็นมะเร็งร้ายมาจนถึงจุดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มาจากการคอร์รัปชัน เอกชนจึงมองว่าหากลดหรือปราบปรามคอร์รัปชันได้จริงจัง จะแก้ปัญหาที่ประเทศเผชิญอยู่อย่างน้อยครึ่งหนึ่งได้ทันที ขณะที่ประเทศอื่นมีแต่รัฐบาลสนับสนุนช่วยให้ขั้นตอนเร็ว และง่าย เพราะถือว่านักลงทุนเป็นส่วนหนึ่งในการหารายได้ให้ประเทศ มีการสร้างงาน สร้างเศรษฐกิจ แต่ไทยกลับต้องเจอกับปัญหาเรื่องอุปสรรค เรื่องดุลยพินิจการขอใบอนุญาติ ต้องมีการจ่ายต้นทุนแฝงเพื่อให้ได้รับการอนุมัติทุกขั้นตอน ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่น และกำลังใจ ทำให้ไม่ต้องการมาลงทุน“

อย่างไรก็ตาม ต้องเรียนว่าเรื่องดังกล่าวจะกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี (GDP) ของประเทศ หรือที่ภาครัฐตั้งเป้าไว้ เพราะการลงทุนคือเครื่องยนต์หลัก (Engine) ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่กลับต้องติดขัดไปทั้งหมด ทำให้การลงทุนเอกชนลดลง ขณะที่การลงทุนจากภาครัฐก็ติดปัญหาเรื่องคอร์รัปชันจากระบบการจัดซื้อจัดจ้างที่รั่วไหลประมาณ 20-30% หรือประมานหลายแสนล้านบาท ประกอบกับเสถียรภาพรัฐบาลที่ไม่ดี มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐล่าช้า ยิ่งทำให้ตัวเลขการลงทุนหายไปเพิ่มมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...