โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พิรุธ TOR ผลิตบัตรเลือกตั้ง กกต.ได้ของแถมราคาแพง ซ้ำบริษัทยังใส่ ‘บาร์โค้ด’ ด้วยตัวเอง

The Momentum

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 18.04 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 11.00 น. • THE MOMENTUM

ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณี ‘บัตรเลือกตั้ง’ มีบาร์โค้ด ที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำมาใช้ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2569) สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาเผยแพร่ผ่าน Facebook แฟนเพจส่วนตัวเปิดเผยขอบเขตการทำงาน (Terms of Reference: TOR) ในการว่าจ้างบริษัทผู้ผลิตบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ และบัตรออกเสียงประชามติ

สำหรับขอบเขตในการผลิตบัตรเลือกตั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมาตรการป้องกันการทุจริต ในการปลอมแปลง การพิมพ์เกิน หรือการนำบัตรเลือกตั้งไปใช้ข้ามเขต สมชัยออกมาเปิดเผยว่า มีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำอย่างน้อย 6 ข้อ ประกอบด้วย

  • ลวดลาย ตำหนิ สัญลักษณ์ หรือรหัสลับ

  • ออกแบบลวดลายพิเศษ

  • มี Micro Text ซ่อนอยู่

  • มีหมึกที่มองไม่เห็นที่ต้องใช้แสงเหนือม่วง (Ultra Violet) ส่องตรวจ

  • มีข้อมูลหรือรหัสเพื่อตรวจสอบกรณีมีเหตุทุจริต

  • มีลวดลายที่ป้องกันการสแกนหรือถ่ายเอกสาร

อดีต กกต.มองว่า ในเกณฑ์ขั้นต่ำการผลิตบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติ ไม่มีการระบุถึง QR Code หรือบาร์โค้ด ดังนั้น 2 สิ่งนี้จึงเป็นของแถมเพิ่มเติม และเป็นของแถมที่มีราคาแพงมาก โดยเฉพาะบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู)

แม้ว่าบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต (บัตรสีเขียว) มี QR Code ที่มีความปลอดภัยสูง เพราะถอดรหัสได้ออกมาเป็นรหัสตัวอักษรหรือตัวเลข 5 หลัก ซึ่งไม่สามารถสื่อตรงไปยังหมายเลขบัตรเลือกตั้งได้ สมชัยระบุต่อว่า ต้องขอคำสั่งศาลให้ กกต.เปิดเผยว่า กุญแจถอดรหัสคืออะไร และผู้ถือกุญแจสามารถเชื่อมโยงไปยังหมายเลขบัตรเลือกตั้งแต่ละใบได้หรือไม่

ขณะเดียวกันบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ อนุญาตให้ทุกคนสามารถส่องบาร์โค้ดและได้มาซึ่งหมายเลขบัตรเลือกตั้ง ที่ระบุลำดับของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ จึงทำให้สามารถรู้ได้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนนั้นเลือกพรรคการเมืองใด

สำหรับบริษัทที่รับผลิตบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติ มีดังนี้

  • บัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ: บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด รับพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 56,100,000 ใบ โดยมีราคาเสนอ 81,345,000 บาท (คิดเป็นใบละ 1.45 บาท)

  • บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต: บริษัท ที.เค.เอส.เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) รับพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตจำนวน 56,100,000 ใบ ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง ราคาเสนอ 67,320,000 บาท (คิดเป็นใบละ 1.20 บาท)

  • บัตรออกเสียงประชามติ: โรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รับพิมพ์บัตรออกเสียงประชามติจำนวน 56,100,000 ใบ โดยราคาเสนออยู่ที่ 56,100,000 บาท (คิดเป็นใบละ 1 บาท)

อย่างไรก็ตามในประเด็นที่เกิดขึ้น สมชัยมองว่า จะโทษให้เป็นความผิดของโรงพิมพ์ไม่ได้ เพราะในเอกสาร TOR ระบุไว้ว่า บัตรเลือกตั้งต้องมีเกณฑ์ ‘อย่างน้อย’ 6 ข้อตาม TOR และเมื่อเสนอกลับมาแล้ว กกต.ต้องลงนามเห็นชอบก่อนสั่งผลิตบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติ

ทั้งนี้ในประเด็นที่ กกต.อ้างว่า การมี QR Code หรือบาร์โค้ดนั้นเป็นไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปลอมแปลงหรือกรณีบัตรเขย่ง อดีต กกต.ระบุว่า มีวิธีมากมายที่สามารถป้องกันการพิมพ์บัตรเกิน รวมถึงติดตามเส้นทางบัตร แทนที่จะพิมพ์บาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง

  • หากต้องการมี QR Code หรือบาร์โค้ด สมชัยเสนอว่า ต้องกำหนดให้เมื่อสแกนแล้วจะได้ข้อมูลเพียงรอบการผลิตหรือล็อตการจัดส่งเท่านั้น ไม่ใช่สแกนแล้วจะเชื่อมข้อมูลไปถึงหมายเลขบัตรเลือกตั้งแต่ละใบ

  • การใช้รหัสตัวเลข 8 หลักควบคุมโดยตรง เฉพาะบัตรเลือกตั้งส่วนล่าง ไม่ต้องเชื่อมต่อกับส่วนต้นขั้วบัตร ก็สามารถควบคุมจำนวนการผลิต ป้องกันการพิมพ์เกิน และบัตรผี-บัตรเขย่งได้แล้ว

  • กรณีจะใช้บาร์โค้ดเพื่อประโยชน์ในการขนส่ง เช่น การส่งจากโรงพิมพ์ไปยังเขต หรือจากเขตไปยังหน่วยเลือกตั้ง สามารถพิมพ์บาร์โค้ดที่กล่องแต่ละกล่องแทน

“บาร์โค้ดที่เชื่อมตรงกับบัตรเลือกตั้งแต่ละใบได้ ไม่ใช่วิธีที่เกิดประโยชน์ในการป้องกันพิมพ์บัตรเกิน หรือเพื่อควบคุมการขนส่ง บาร์โค้ดในบัตรชมพูจึงไม่ใช่สุดยอดนวัตกรรมในการป้องกันการโกง

“ในทางตรงข้าม การมีบาร์โค้ดที่สแกนปั๊บ เลขบัตรที่ต้นขั้วขึ้นปุ๊บ คือเทคนิคที่เอื้อการโกงที่เพิ่มเกิดขึ้นในปี 2569 จะบังเอิญ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือตั้งใจ ไม่อาจรู้ได้” สมชัยระบุในโพสต์ Facebook ส่วนตัว

.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...