โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้แล้ว! สาเหตุแท้จริง ลูกชายคนโต เรวัช ขอลาออกจากราชการตำรวจ

มุมข่าว

อัพเดต 25 ม.ค. เวลา 05.54 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. เวลา 05.36 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 25 มกราคม 2569 พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยเรื่องราวภายในครอบครัว ผ่านการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางชีวิตราชการของ พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกษร ลูกชายคนโต ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 โดย

วันที่ 25 มกราคม 2569 พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยเรื่องราวภายในครอบครัว เกี่ยวกับเส้นทางชีวิตราชการของ พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกษร ลูกชายคนโต ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 โดยระบุว่าลูกชายมีความตั้งใจจะขอลาออกจากราชการตำรวจ

พล.ต.ท.เรวัช เปิดเผยว่า พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 51 มีผลการศึกษาโดดเด่นในระดับเกียรตินิยม และศึกษาต่อจนจบปริญญาโทและปริญญาเอกจากประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันลูกชายดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการมาเป็นเวลานานถึง 7 ปี ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องของบุญวาสนาที่ได้สั่งสมมา จึงได้บอกลูกชายว่าไม่จำเป็นต้องคิดมาก และควรยินดีกับทุกคนที่ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกชายตัดสินใจคิดลาออก มาจากความเบื่อหน่ายต่อสังคมตำรวจที่มีความขัดแย้งและการทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างต่อเนื่อง โดย พล.ต.ท.เรวัช ระบุว่า ลูกชายมีความต้องการจะลาออกทันที แต่ตนได้ให้คำแนะนำว่าอยากให้รอเวลาอีกประมาณ 2 ปี เพื่อให้ได้สิทธิ์อาวุโสและเลื่อนยศเป็นพลตำรวจตรีก่อน จากนั้นหากต้องการลาออกไปทำในสิ่งที่สบายใจก็ไม่ขัดข้อง

อดีตนายตำรวจคนดังยังกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า การได้เลื่อนยศเป็นพลตำรวจตรีในช่วงปลายชีวิตราชการ ไม่ได้ทำให้เงินเดือนหรือบำนาญเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการได้ชั้นยศที่ดูสง่างาม

และสิทธิ์เข้ารับการรักษาพยาบาลในหอผู้ป่วยพิเศษสำหรับนายพลของโรงพยาบาลตำรวจเท่านั้น พร้อมย้ำว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และการทำงานอย่างมีความสุข

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...