โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมทรัพย์สินทางปัญญา คิกอ๊อฟ “IP Finance Thailand” ปลดล็อกสินทรัพย์ทางปัญญาเป็นทุนหมุนเวียนเศรษฐกิจ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ม.ค. เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. เวลา 03.51 น.

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เร่งแก้วิกฤตสัดส่วนหลักประกัน IP ต่ำเพียง 0.07% ของมูลค่าสินทรัพย์รวม หวังปูรากฐานระบบนิเวศการเงินเพื่อกลุ่มนวัตกรรมและ SME ผนึกกำลัง 50 องค์กรพันธมิตรทั้งตลาดทุนและสถาบันการเงินชั้นนำ สร้างมาตรฐานประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ให้เป็นสากล นำร่องโมเดลต้นแบบ Pilot Project เชื่อมโยงข้อมูลความเสี่ยง สร้างความมั่นใจให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ด้วยสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์

25 มกราคม 2569 - กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศเดินหน้า โครงการนำร่อง Pilot Project IP Finance Thailand เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการนำทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property - IP) มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการระดมทุนและเข้าถึงสินเชื่อของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และ Startup ที่ถือครองนวัตกรรมแต่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกันประเภทอสังหาริมทรัพย์

การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศผ่านนโยบาย Quick Big Win ซึ่งมุ่งเน้นการเปลี่ยนมูลค่าทางความคิดให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ โดยกรมฯ ได้ระดมสมองร่วมกับตัวแทนระดับสูงจากสถาบันการเงิน ภาคการศึกษา และบริษัทมหาชนขนาดใหญ่กว่า 50 แห่ง เพื่ออุดช่องว่างเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

สถิติชี้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

จากการประเมินสถานการณ์โดย นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา พบว่านับตั้งแต่พระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจมีผลบังคับใช้ในปี 2559 สถิติการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปเป็นหลักประกันกลับอยู่ในระดับที่น่ากังวล โดยมีมูลค่าเพียง 14,495 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.07% เมื่อเทียบกับมูลค่าทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกันทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจไทยซึ่งสูงถึง 22.097 ล้านล้านบาท

ความลักลั่นของตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง "จุดอ่อน" 3 ประการสำคัญในระบบการเงินไทย :

  • ความผันผวนด้านการประเมินมูลค่า: การขาดมาตรฐานกลางที่สถาบันการเงินให้การยอมรับในการตีมูลค่าสิทธิบัตรหรือเครื่องหมายการค้า
  • ความเสี่ยงเชิงบริหารจัดการ: สถาบันการเงินยังขาดความมั่นใจในกลไกการยึดหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้เมื่อเกิดเหตุผิดนัดชำระหนี้
  • ปัญหาข้อมูลไซโล (Data Silos): ข้อมูลสถานะของทรัพย์สินทางปัญญาและการจดทะเบียนหลักประกันยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ระหว่างหน่วยงานรัฐและภาคธนาคาร

"กรมฯ มีความตั้งใจที่จะเดินหน้าผลักดันการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นสินทรัพย์ทางการเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้ให้เกิดผลได้จริง สอดคล้องกับนโยบายที่มุ่งยกระดับทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นกลไกสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ" - นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม

ยุทธศาสตร์ 2 แกนหลัก: ยกระดับบุคลากร และ โครงการนำร่อง (Pilot Project)

ในการประชุมโต๊ะกลม Thailand IP Finance & Valuation Connect 2026 ได้ข้อสรุปเชิงยุทธศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนผ่าน 2 กลไกสำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธนาคารและนักลงทุน ดังนี้ :

1. การปฏิรูปทักษะและมาตรฐานการประเมิน (Valuation Standard) :

บูรณาการร่วมกับสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย (VAT) และสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างหลักสูตรเฉพาะทาง พัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์มูลค่าทางเศรษฐกิจของนวัตกรรม รวมถึงฝึกอบรมผู้ประกอบการในการเขียนแผนธุรกิจเพื่อเสนอขอสินเชื่อโดยใช้ IP เป็นฐาน

2. การรันระบบในสภาวะจริง (Pilot Implementation) :

เปิดรับสมัครผู้ประกอบการนวัตกรรม นักประเมิน และสถาบันการเงิน เพื่อเข้าร่วมโครงการนำร่องในการประเมินมูลค่าและยื่นหลักประกันจริง ซึ่งข้อมูลจากโครงการนี้จะถูกนำมาใช้ในการออกเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงและแนวปฏิบัติสำหรับการขยายผลสู่ระดับประเทศ

เสียงสะท้อนจากภาคเอกชนและสถาบันการเงิน

ความสำเร็จของโครงการนี้จำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนจาก "ผู้เล่นหลัก" ในตลาดทุน โดยในการระดมความเห็นครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้นำองค์กร อาทิ นายกฤษณ์ จันทโนทก ซีอีโอธนาคารไทยพาณิชย์ และ ดร. บุรณิน รัตนสมบัติ จาก ปตท. ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจขนาดใหญ่และสถาบันการเงินเริ่มให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Assets) ในฐานะเครื่องมือสร้างความยั่งยืนทางการเงิน

ความเชื่อมั่นจากสถาบันการเงินถือเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่จะทำให้ IP Finance เกิดขึ้นจริง หากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) อย่าง SME D Bank หรือ บสย. เข้ามารับประกันความเสี่ยงในส่วนนี้ จะส่งผลให้เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจไหลเวียนเข้าสู่ภาคการวิจัยและพัฒนามากขึ้น ลดการพึ่งพาเงินกู้แบบเดิมที่ต้องใช้ที่ดินหรืออาคารเป็นตัวตั้งต้น

"การประชุมครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานด้าน IP Finance ของประเทศไทย ผ่านการแลกเปลี่ยนมุมมองและศึกษาตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จจากต่างประเทศ เพื่อออกแบบ Pilot Project ให้สอดคล้องกับบริบทของไทย" - นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม

การขับเคลื่อนโครงการ IP Finance Thailand จึงไม่ใช่เพียงแค่การเปิดช่องทางกู้เงินใหม่ แต่คือการปรับโครงสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจของไทยให้เข้าสู่ยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-based Economy) อย่างเต็มตัว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลในระยะยาว

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...