UBS SDIC เปลี่ยนโมเดลประเมินมูลค่า “กองทุนเงิน” หลังดิ่งนิวโลว์วันเดียว 31.5%
UBS SDIC เปลี่ยนโมเดลประเมินมูลค่า "กองทุนเงิน" ให้ยึดราคาฟิวเจอร์สตลาดโลกแทนเซี่ยงไฮ้ ส่งผลให้ NAV ร่วงแรงเป็นประวัติการณ์ หลังดิ่งนิวโลว์วันเดียว 31.5%
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.58 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท UBS SDIC Fund Management ปรับเปลี่ยนโมเดลประเมินมูลค่ากองทุนเงิน (Silver) มูลค่า 2.2 พันล้านดอลลาร์ ให้สะท้อนราคาฟิวเจอร์สในตลาดโลกมากขึ้น แทนการอ้างอิงราคาจากตลาดในประเทศจีนเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ของกองทุนร่วงลงเป็นสถิติ 31.5% ในวันเดียว และจุดกระแสวิพากษ์จากนักลงทุนที่เพิ่งเผชิญแรงเทขายโลหะมีค่ามาไม่นาน
ตามแถลงการณ์ของบริษัท กองทุน UBS SDIC Silver Futures Fund LOF จะประเมินมูลค่าโดยอิงราคาฟิวเจอร์สเงินในตลาดหลักทั่วโลก แทนราคาที่จดทะเบียนใน Shanghai Futures Exchange การเปลี่ยนแปลงมีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา และทำให้ NAV ของกองทุนดิ่งลงแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
UBS SDIC ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างธนาคาร UBS จากสวิตเซอร์แลนด์และหน่วยงานในเครือ State Development and Investment Group ระบุว่า การปรับโมเดลครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์อย่างทันท่วงทีและเป็นธรรม
ก่อนหน้านี้ การปรับขึ้นของโลหะมีค่าในเดือนที่แล้วสะดุดลงอย่างรุนแรง เมื่อราคาซิลเวอร์สปอตร่วงมากกว่า 25% ในวันศุกร์ นักลงทุนเคยแห่เข้าซื้อสินค้าโภคภัณฑ์จากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และความเป็นอิสระของธนาคารกลาง แต่กระแสกลับตัวฉับพลัน
กองทุน LOF ดังกล่าวลงทุนหลักในฟิวเจอร์สเงินที่ซื้อขายในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมี เพดานการแกว่งของราคา 17% ต่อวัน ต่างจากตลาดโลกที่ไม่มีการจำกัดเพดานราคา ทำให้เมื่อฟิวเจอร์สเงินในตลาด Comex ร่วงลง 32.7% ภายในสองวันก่อนหน้า โมเดลเดิมไม่สามารถสะท้อนมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ได้ทันที
บริษัทชี้แจงผ่านบัญชี WeChat อย่างเป็นทางการว่า ภาวะตลาดผันผวนล่าสุด ซึ่งราคาฟิวเจอร์สโลกปรับลงแรงเกินเพดาน 17% ทำให้ NAV ภายใต้โมเดลเดิมบิดเบือน หากไม่ปรับ จะเปิดช่องให้นักลงทุนที่ไถ่ถอนก่อนออกจากกองทุนที่มูลค่าสูงเกินจริง และโยนความเสี่ยงให้ผู้ถือหน่วยที่เหลือ ซึ่งขัดต่อหลักความเป็นธรรมอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ UBS SDIC ระบุว่าจะกลับไปอ้างอิงราคาปิดของฟิวเจอร์สเงินในเซี่ยงไฮ้เมื่อสัญญาพื้นฐาน สะท้อนลักษณะของตลาดที่มีการซื้อขายอย่างคึกคักอีกครั้ง
แรงกระแทกจากการปรับมูลค่าครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในการร่วงวันเดียวที่รุนแรงที่สุดของกองทุนรวมจีน และยิ่งซ้ำเติมความไม่พอใจบนโซเชียลมีเดีย โดยนักลงทุนที่ยื่นไถ่ถอนหน่วยในช่วงค่ำวันจันทร์ยังต้องเผชิญการขาดทุนเพิ่มจากการประเมินมูลค่าใหม่
หลังโลหะมีค่าตั้งแต่ทองคำถึงเงินปรับฐานแรงเมื่อสัปดาห์ก่อน ตลาด Shanghai Futures Exchange ได้ออกมาเรียกร้องให้สถาบันสมาชิกเพิ่มการบริหารความเสี่ยง และเตือนนักลงทุนให้เข้าร่วมตลาดอย่างมีเหตุมีผลมากขึ้น
อ้างอิง : bloomberg.com