โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

อย่ามองข้าม! 7 หุ้นราคาแล็กการ์ด

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 19 ม.ค. เวลา 01.36 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. เวลา 00.13 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น – คาดการณ์ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องหลังจากมีแรงซื้อกลับเข้ามาในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้ดัชนีดีดตัวขึ้นจากระดับ 1,230 จุด ประเมินว่าในสัปดาห์นี้ ดัชนีฯ มีโอกาสกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 1,281 จุด (ซึ่งเป็นจุดที่เคยทดสอบมาแล้ว 3 รอบ) หากผ่านได้จะมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้แรงกว่าครั้งก่อนๆ เนื่องจากรอบนี้แรงซื้อกระจายตัวไปยังหุ้นกลุ่มอื่นๆ มากขึ้น ไม่ได้กระจุกตัวเพียงแค่หุ้น DELTA หรือกลุ่มธนาคารเหมือนที่ผ่านมา (ที่มา-บล.ดาโฮ)

#กลยุทธ์การลงทุน

• ดัชนีฯ น่าจะกลับขึ้นทดสอบจุดวัดใจอีกครั้งที่ 1281 จุด โอกาสไปต่อในครั้งนี้มีค่อนข้างมาก จากการที่แรงซื้อหุ้นไม่ได้กระจุกตัวเพียงหุ้น DELTA หรือหุ้นธนาคาร แต่มาด้วยหุ้นกลุ่มอื่นๆ โอกาสขึ้นแรงจึงมีมากกว่าครั้งก่อนๆ

• สัปดาห์นี้ ยังให้ความสนใจทั้งหุ้นที่เป็น laggard play และหุ้นที่แรงขับเคลื่อนจากกำไรที่จะออกมาดี ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมี (IVL) ที่รับข่าวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน กลุ่มสื่อสาร (ADVANC*, TRUE*) ที่มีแนวโน้มกำไรเติบโต และ กลุ่มค้าปลีก (CPAXT, CRC, HMPRO, GLOBAL) ที่ราคายัง แล็กการ์ด (Laggard)

• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: นำ GLOBAL, SCB เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย GLOBAL(10%), SCB(10%), IVL(20%), BDMS*(10%), TTB(10%), ADVANC*(10%)

#Technical : KKP, PTTGC

ปัจจัยในประเทศ:

• การเมืองไทย: เส้นตายวันนี้ 19 ม.ค. ทุกพรรคการเมืองนำส่งนโยบายหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 2569 ซึ่งคาดว่ากกต. นำประกาศนโยบายต่างๆ สู่สาธารณะไม่นานจากนี้ ความชัดเจนของการเมืองมีมากขึ้น บรรยากาศหาเสียงดุเดือด ปัจจัยทางการเมืองจะเป็นปัจจัยหลักของประเทศไทยที่ต้องจับตาดู

• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นวันที่ 16 ม.ค. ที่ระดับ 31.38 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 31.41 บาท/ดอลลาร์ ปัจจัยหลักมาจากการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) โดยเฉพาะในตลาดหุ้นไทย

• Fund Flow: ปิดสัปดาห์ (16 ม.ค.) นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 3,353 ล้านบาท (SET+MAI) ส่วนตลาดตราสารหนี้ ซื้อสุทธิ 1,128 ล้านบาท ค่าเงินบาทปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 31.38 บาท/ดอลลาร์

• สัปดาห์นี้ หุ้นธนาคารจะรายงานกำไรครบทุกแห่ง จับตาดูการตั้งสำรอง (4q มักจะมีตัวเลขที่สูงกว่าไตรมาสอื่นๆ) และแนวโน้มกำไรจากงาน Analyst Meeting ทั้งนี้ DAOL คาดกำไรหุ้นธนาคาร 7 แห่ง ที่จัดทำบทวิเคราะห์ ไว้ที่ 5.0 หมื่นล้านบาท -2.6%yoy; -18.5%qoq

ปัจจัยต่างประเทศ

• ตลาดให้ความสำคัญกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) รวมถึงการประชุม World Economic Forum (WEF) 19-23 ม.ค. ที่เมืองดาวอส ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดจะกล่าวสุนทรพจน์ที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลกและทิศทางอัตราดอกเบี้ย

• ศาลฎีกาสหรัฐฯ นัดพิจารณาคดีในวันที่ 21 ม.ค. 69 กรณีทรัมป์พยายามปลด ลิซา คุก ผู้ว่าการ Fed ซึ่งตลาดมองว่าเป็นการแทรกแซงความเป็นอิสระของ Fed โดยได้มีการโต้แย้งมาก่อนหนี้การปลด ลิซา คุก ไม่อยู่ในอำนาจที่ประธานาธิบดีจะทำได้ ทั้งนี้ ลิซา คุก ยังคงปฏิบัติกรรมการ Fed ดังเดิม รอเพียงศาลวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ

• ทรัมป์ ประกาศขู่จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศพันธมิตรยุโรป 8 ประเทศ (เดนมาร์ก, นอร์เวย์, สวีเดน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, ฟินแลนด์, อังกฤษ) เพิ่มอีก 10% เริ่ม 1 ก.พ. และเพิ่มเป็น 25% ในวันที่ 1 มิ.ย. หากสหรัฐฯ ไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อเกาะกรีนแลนด์ …. ข่าวนี้ ยังคงเป็นที่สนใจของนักลงทุน ว่าสหรัฐฯ จะจบเรื่องกรีนแลนด์ได้ในแบบใด ถ้าไม่มีการใช้กำลังทางทหาร ตลาดจะคลายความกังวลลง (เหมือนกรณีของอิหร่าน)

• ค่าเงินเยน: ค่าเงินเยนผันผวนอย่างหนักหลังการประกาศควบรวมพรรคฝ่ายค้านใหม่ของญี่ปุ่น (พรรค CDP และพรรคโคเมโตะรวมตัวเป็น Centrist Reform Alliance) ชูนโยบายลดภาษีการขายและแก้ปัญหาเงินเยนอ่อนค่า ในการการเลือกตั้งญี่ปุ่นที่จะมาถึง นักลงทุนกำลังเฝ้าระวังการแทรกแซงตลาดจากรัฐบาลญี่ปุ่นและการประชุม BOJ ในสัปดาห์หน้า (22-23)

• ญี่ปุ่นเตรียมขาย ETF: ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เตรียมเริ่มระบายกองทุน ETF ที่ถือครองอยู่ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค.นี้ โดยตั้งเป้าขายปีละ 3.3 แสนล้านเยน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการนานถึง 112 ปีเพื่อให้มีผลกระทบต่อตลาดน้อยที่สุด การขายกองทุน ETF คาดว่าจะสร้างกำไรส่วนเกินในปีแรกราว 1.4 ล้านล้านเยน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลญี่ปุ่นได้

• จีน-แคนาดา: แคนาดาและจีนเริ่มฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการค้าด้วยการลดภาษีนำเข้าน้ำมันเรพซีด (น้ำมันพืชชนิดหนึ่ง) และรถยนต์ไฟฟ้า หลังจากที่เกิดความตึงเครียดและกำแพงภาษีมาอย่างยาวนาน ข้อตกลงนี้ช่วยระบายสินค้าเกษตรของแคนาดาที่ล้นตลาด ขณะที่จีนสามารถขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่แคนาดาได้ภายใต้อัตราภาษีที่ลดต่ำลงเหลือ 6%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...