โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พาณิชย์เกาะติดสหรัฐฯ งัดข้อคู่ค้า จับตาขั้นตอน-กรอบเวลา หลังมาตรการภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ

Thairath Money

อัพเดต 21 ก.พ. เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. เวลา 09.54 น.
ภาพไฮไลต์

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า หลังจากที่ ศาลสูงสุดสหรัฐฯได้ตัดสินกรณีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้อำนาจตามกฎหมาย (International Emergency Economic Powers Act : IEEPA) เพื่อเก็บภาษีตอบโต้ เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมาย มีผลให้การเก็บภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ และต้องคืนเงินภาษีที่เก็บไปแล้วให้กับภาคเอกชนนั้น

ขณะนี้ ไทยจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะท่าทีและแนวทางดำเนินการของรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะอาจมีการกำหนดมาตรการอื่นใดมาใช้ทดแทน และยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ให้อำนาจฝ่ายบริหารในการกำหนดภาษีเพื่อใช้ในกรณีที่แตกต่างกันไป

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามขั้นตอนและกรอบเวลาที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะใช้ดำเนินการให้สอดคล้องกับคำสั่งศาลสูงสุด ซึ่งโดยหลักการ การเก็บภาษีตอบโต้จะกลายเป็นโมฆะ และต้องยกเลิกทันที แต่ยังต้องรอดูว่า ฝ่ายบริหารสหรัฐฯจะยกเลิกการเก็บเมื่อไร และการขอคืนเงินภาษีที่เสียไปแล้วนั้น จะมีแนวทางดำเนินการอย่างไร

อย่างไรก็ดี ล่าสุด ประธานาธิบดีทรัมป์ เพิ่งลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารใช้อำนาจตามมาตรา 122 กฎหมายการค้าค.ศ.1974 (Trade Act of 1974) ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากคู่ค้าทั่วโลกเพิ่มอีก 10% ซึ่งไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น รวมถึงแนวทางการดำเนินการต่อไปของสหรัฐฯ เพราะการใช้มาตรา 122 จะเป็นการเก็บภาษีชั่วคราวในระยะเวลา 150 วันเว้นแต่ได้รับการขยายระยะเวลาจากรัฐสภาสหรัฐฯ หากพ้นกำหนดแล้ว สหรัฐฯจะนำมาตรการอื่นใดมาใช้อีก

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น คาดว่า จะนำมาตรา 301 กฎหมายการค้ามาใช้ เพื่อกำหนดภาษีนำเข้าเพิ่มเติมกับประเทศที่เลือกปฏิบัติต่อการค้าของสหรัฐฯ เพราะจะสามารถใช้ได้แบบถาวร และใช้ได้ทันที แต่การใช้มาตรานี้ จะต้องพิจารณาเป็นรายประเทศ และรายสินค้า ไม่ใช่ใช้ได้กับทุกสินค้าเหมือนภาษีตอบโต้ อีกทั้งยังมีขั้นตอน และกระบวนการในการพิจารณา

นอกจากนี้ ยังมีมาตราอื่นๆ อีก ทั้งมาตรา 232 ภายใต้ Trade Expansion Act 1962 ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ โดยสหรัฐฯ ได้ประกาศการเก็บภาษีกับสินค้าบางกลุ่มไปก่อนหน้านี้แล้ว เช่น เหล็ก อลูมิเนียม 50% ทองแดง 50% ยานยนต์และชิ้นส่วน 25% เซมิคอนดักเตอร์ 25% รวมถึงมาตรา 338 ภายใต้ Trade Act 1930 เพื่อกำหนดภาษีนำเข้าเพิ่มเติมต่อประเทศที่เลือกปฏิบัติต่อการค้าของสหรัฐฯ ที่สามารถใช้ได้ทันทีเช่นเดียวกับมาตรา 301

ส่วนกรณีที่ไทยอยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำความตกลงว่าด้วยภาษีตอบโต้ไทย-สหรัฐฯ (ART Text) โดยตั้งเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.นี้นั้น ฝ่ายไทยเห็นความจำเป็นในการสานต่อการเจรจา เพื่อขยายความสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุนระหว่างกันให้ยั่งยืน สร้างเสถียรภาพให้กับภาคการส่งออกของไทย ลดความเสี่ยงจากความผันผวนจากมาตรการทางการค้า

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลาด้วย เนื่องจากเชื่อมั่นว่า ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ยังมีกลไกที่จะใช้ขับเคลื่อนเรื่องมาตรการภาษีด้วยกฎหมายอื่นที่มีอยู่ เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความมั่นคงของประเทศ

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พาณิชย์เกาะติดสหรัฐฯ งัดข้อคู่ค้า จับตาขั้นตอน-กรอบเวลา หลังมาตรการภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...