กสทช. รุกแนวทาง กำกับ OTT และ Media Platform สู่ระดับอาเซียน
กสทช. ผนึกกำลัง คณะกรรมการฯ อินโดนีเซีย รุกคืบแนวทางกำกับดูแล OTT และ Media Platform เล็งยกระดับมาตรฐานความร่วมมือสู่ระดับอาเซียน
วันที่ 6 มีนาคม 2569 –กสทช. ร่วมหารือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์อินโดนีเซีย (The Indonesia Broadcasting Commission) แลกเปลี่ยนประสบการณ์การกำกับดูแลสื่อดิจิทัลและ AI พร้อมผลักดันการสร้างกรอบมาตรฐานร่วมในระดับอาเซียน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความเป็นธรรมในอุตสาหกรรมยุคใหม่
ดร.โมฮัมเม็ด เรซา รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์อินโดนีเซีย พร้อมคณะผู้แทน เข้าเยี่ยมเยียนและหารือร่วมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อหารือแนวทางการกำกับดูแลบริการกระจายเสียงและแพร่ภาพผ่านอินเทอร์เน็ต (OTT) และแพลตฟอร์มสื่อในระดับภูมิภาค
ดร.โมฮัมเม็ด เรซา เปิดเผยว่า ปัจจุบันอินโดนีเซียอยู่ระหว่างการเร่งปรับปรุงข้อกฎหมายเพื่อให้ครอบคลุมการกำกับดูแลเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต เนื่องจากกฎหมายเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 นิยามเพียงกิจการวิทยุและโทรทัศน์ภาคพื้นดินเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถควบคุมเนื้อหาบนโลกออนไลน์ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างได้
ด้าน พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กสทช. ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นความท้าทายระดับโลก ซึ่ง กสทช. กำลังเร่งปรับปรุงประกาศและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการป้องกันผลกระทบต่อสังคม ความมั่นคงของรัฐ และการคุ้มครองเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กสทช. ได้ให้ข้อมูลถึงความคืบหน้าของประเทศไทย โดยยืนยันว่า กสทช. มีอำนาจตามกฎหมายในการกำกับดูแลบริการ OTT เนื่องจากมีมติกำหนดให้การแพร่ภาพและเสียงผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม (รวมถึง Video-on-Demand และ Video Sharing Platform) ถือเป็นกิจการโทรทัศน์ตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553
นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงแนวทางการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่ง กสทช. ได้ดำเนินการดังนี้:
- การสนับสนุนองค์กรวิชาชีพ: ส่งเสริมให้สื่อมวลชนจัดทำคู่มือจริยธรรมและแนวปฏิบัติ (Self-regulation) ในการนำเสนอเนื้อหา
- การพัฒนามาตรฐาน AI: ร่วมกับภาคีเครือข่ายสื่อในการกำหนดแนวทางการใช้ AI ในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์อย่างมีธรรมาภิบาล
ในช่วงท้ายของการหารือ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการยกระดับประเด็นนี้เข้าสู่ที่ประชุมอาเซียน (ASEAN) เพื่อสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็ง โดยมีต้นแบบจากสหภาพยุโรป (EU) ที่มีการบังคับใช้กฎหมายสำคัญอย่าง
- Digital Services Act (DSA): เพื่อกำกับดูแลเนื้อหาและแพลตฟอร์มผิดกฎหมาย
- Digital Markets Act (DMA): เพื่อป้องกันการผูกขาดและส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม
กสทช. และคณะผู้แทนอินโดนีเซียเห็นว่า อาเซียนควรเร่งจัดทำกรอบแนวทาง Digital Platform Regulation เพื่อสร้างมาตรฐานการคุ้มครองผู้ใช้งานและยกระดับอุตสาหกรรมสื่อดิจิทัลในภูมิภาคให้มีความปลอดภัยและยั่งยืนร่วมกัน