สังคมดี สุขภาพดี เป็นจริงได้แบบ Longevity ที่ คอนโด Jin Wellbeing County
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้คนไม่ว่าจะอยู่ในวัยเริ่มต้น วัยสร้างตัว วัยกลางคน หรือวัยเกษียณ เริ่มตั้งคำถามกับชีวิต เกี่ยวกับคำว่า ‘อายุยืน‘ ที่ไม่ใช่แค่ตัวเลขอายุที่มากขึ้นเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่หมายถึง ‘ต้องสามารถใช้ชีวิตได้อย่างใจ’ ไม่ต้องกังวลเรื่องสุขภาพ มีพลังในการทำกิจกรรมที่รักในทุกวัน อยากตื่นขึ้นมาสดชื่นและใช้ชีวิตได้ในทุกเช้า
นี่คือเหตุผลที่คนยุคใหม่หันมาสนใจ Longevity Lifestyle อย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือไลฟ์สไตล์มาตรฐานใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกกิน เลือกพักผ่อน เลือกออกกำลังกาย ไปจนถึงการเลือก ‘ที่อยู่อาศัย‘ ทำให้มาตรฐานการเลือกที่พักอาศัยยุคนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อบ้านในวันนี้ ไม่ได้เป็นแค่ที่พักผ่อนหลังเลิกงาน แต่คือพื้นที่ที่หล่อหลอมสุขภาพกาย ใจ และวิถีชีวิตที่ดีในระยะยาว
และนั่นทำให้ที่อยู่อาศัยแบบ Wellness Residencesค่อยๆ กลายเป็นคำตอบของคนอยากมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ
วันนี้เราจะพาไปทำรู้จักโครงการ Jin Wellbeing County คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 7 ชั้น คอนเซ็ปต์ Wellness Residences ที่ออกแบบครบครันที่สุด เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของ ‘คนทุกวัย’ ที่ต้องการสังคมสุขภาพดีและเติบโตไปด้วยกันอย่างแท้จริง
เริ่มต้นที่การเชื่อม Ecosystem ไม่ใช่แค่สิ่งอำนวยความสะดวก
การใช้คำว่า “สังคมสุขภาพดีอย่างแท้จริง” ไม่ใช่เรื่องเกินจริงไปนัก เพราะ Jin Wellbeing County ต่างไปจากคอนโดทั่วไป หากมองลึกลงไปตั้งแต่แนวคิดเมื่อครั้งริเริ่มโครงการ ที่นี่มีตั้งใจสร้าง “ระบบนิเวศของการมีสุขภาพดี” ไม่ใช่เพียงคอนโดที่เพิ่มฟิตเนส หรือสปาเข้าไป แต่เป็นเชื่อมโยงทุกองค์ประกอบให้ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ผังโครงการ พื้นที่สีเขียว การวางฟังก์ชัน ไปจนถึงบริการด้านสุขภาพ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของ ความสุข สุขภาวะที่ดี และคุณภาพชีวิตที่ดี ให้กับผู้อยู่อาศัย โดยมีการเชื่อมโยง 3 แกนหลัก ๆ ได้แก่
ที่พักอาศัยตอบโจทย์ทุกวัย:คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์พัฒนาโดยใช้แนวคิด Universal Design ทำให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายและปลอดภัยสำหรับคนทุกช่วงวัย ตัวอย่างเช่น การออกแบบห้องพักให้มีระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินในทุกห้อง, ลิฟต์ขนาดใหญ่พิเศษรองรับเตียงขนาดใหญ่ และห้องพักที่จัดสรรพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันให้เหมาะกับการอยู่อาศัยที่หลากหลาย
พื้นที่สีเขียวโอบกอดชีวิต:กว่า 50% หรือกว่า 14 ไร่ของโครงการ คือ Wellbeing Landscape ที่เป็นมากกว่าสวนทั่วไป แต่มีการสร้างสภาพแวดล้อมช่วยฟื้นฟูจิตใจ (Mind) สร้างแรงบันดาลใจ (Soul) ไปพร้อมกับร่างกาย (Body) ทางเดินขนาดยาวที่ร่มรื่นและลัดเลาะไปตามสวนเชิญชวนให้ผู้อยู่อาศัยออกมาเคลื่อนไหวร่างกายอย่างผ่อนคลายในทุก ๆ วัน
บริการสุขภาพครบวงจร:นี่คือจุดเด่นที่เหนือกว่าของที่นี่ ด้วยการผสานรวมที่พักอาศัยเข้ากับบริการดูแลสุขภาพระดับมืออาชีพ (Medical Care) ที่มีบริการตลอด 24 ชม. โดยทีมแพทย์และบุคลากรการแพทย์เฉพาะทาง ยกตัวอย่างระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินจากทุกห้องพัก ชนิดว่าเพียง 4 นาทีมีทีมแพทย์เข้าถึงตัวทันที เนื่องจากบริเวณเดียวกับโครงการเป็นที่ตั้งของรพ.ธนบุรีบูรณา เรียกว่าไม่กี่ก้าวถึงรพ. ทำให้มั่นใจว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มีคนดูแลอยู่ใกล้ๆ ทำให้ใช้ชีวิตได้สบายใจมากขึ้น
ชีวิตฮีลใจ ไม่ต้องรอวันพิเศษ แต่เกิดขึ้นได้ทุกวัน
หนึ่งในประสบการณ์ที่สัมผัสได้ทันที เมื่อก้าวเข้ามาใน Jin Wellbeing County คือความรู้สึก “เบา” ทั้งกายและใจ ด้วยแนวคิด Biophilic Design ที่ออกแบบให้ผู้อยู่อาศัยได้ใกล้ชิดธรรมชาติในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นทางเดินร่มรื่น สวนบำบัด ลานหินบำบัด หรือพื้นที่นั่งพักที่โอบล้อมด้วยต้นไม้สีเขียว
ธรรมชาติของที่นี่ได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพใจ ช่วยลดความเครียด ฟื้นฟูสมดุลอารมณ์ และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างช้าแต่มีคุณภาพ
นอกจากนี้ในโครงการยังมี Wellness Center ที่ไม่ใช่แค่ Clubhouse แต่เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตสุขภาพดี มีตั้งแต่ฟิตเนสมาตรฐานที่รองรับทุกช่วงวัย คลาสออกกำลังกายที่มีให้เลือกหลากหลาย สระว่ายน้ำบำบัด ไปจนถึงสปา, ซาวน่า ไปจนถึงโปรแกรมดูแลผิวพรรณ
ความพิเศษคือกิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้มาแบบสำเร็จรูป แต่มีที่ปรึกษาคอยดูแลและให้คำปรึกษาให้กับผู้อยู่อาศัยแต่ละกลุ่ม ทำให้การออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องฝืนใจ แต่กลายเป็นกิจวัตรที่ “อยากทำ” ได้ทุกวัน มากกว่าที่ “ต้องทำ”
นี่ยังไม่นับรวมแฟซิลิตี้อื่น ๆ ที่มาช่วยอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการทำกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ ห้องคาราโอเกะ, Cooking Studio, ร้านอาหาร, Kids room, ห้องดูภาพยนตร์, ห้องกอล์ฟ ซิมูเลเตอร์, สนามกอล์ฟ PAR 3, สนามเปตอง, ห้องประชุม, พื้นที่กิจกรรมกลางแจ้ง และพื้นที่ปลูกผัก
"ที่ปรึกษาสุขภาพ" ตัวเชื่อมโยงแห่งความเข้าใจ
เมื่อพูดถึงที่ปรึกษา (Conscious) ของโครงการ บทบาทของที่ปรึกษาของที่นี่ ไม่ได้ทำหน้าที่แค่พนักงาน แต่เป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพ เสมือนเป็น เพื่อน และ โค้ชส่วนตัว ให้กับลูกบ้าน โดยจะมีประจำในแต่ละส่วน ได้แก่
- ที่ปรึกษา Wellness Center: จะคอยออกแบบตารางกิจกรรมที่หลากหลายและปรับให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกบ้าน เพื่อกระตุ้นให้พวกเขาออกมาทำกิจกรรมมากขึ้น และสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับชุมชน
- ที่ปรึกษา Medical Care: ดูแลด้านสุขภาพแบบองค์รวม มีการตรวจสุขภาพประจำปี เก็บข้อมูล ติดตามผล และให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านไลฟ์สไตล์ โภชนาการ การนอนหลับ หรือการคลายความเครียด การดูแลเริ่มต้นตั้งแต่การให้คำแนะนำด้านการดื่ม การกิน และการนอน ซึ่งเป็นการดูแลตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงคลินิกผสมผสาน
เมื่อบ้านกลายเป็นชุมชนมีชีวิต ให้อายุยืนไม่มีเหงา
Longevity จะสมบูรณ์แบบไม่ได้ หากขาด “ผู้คน” ภายในโครงการจึงให้ความสำคัญกับการสร้างชุมชนที่มีชีวิต มีความสัมพันธ์ ผ่านกิจกรรมที่มีร่วมกัน ตั้งแต่การออกแบบกิจกรรมเบาๆ ให้ผู้อยู่อาศัยได้เลือกตามความสนใจ อย่างกลุ่มเดินออกกำลังกายยามเช้า คลาสศิลปะ ดนตรีบำบัด เวิร์กช็อปต่างๆ ไปจนถึงกิจกรรมพิเศษในบางช่วงเวลา
สิ่งเหล่านี้ช่วยเชื่อมโยงผู้คนให้รู้จักกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน และมีแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพไปพร้อมๆ กัน ซึ่งนี่เป็นภาพที่เราจะได้เจอเมื่อมาใช้ชีวิตที่นี่ สะท้อนให้เห็นว่า ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ที่พัก แต่เป็น “สังคม” ที่ผู้คนอยากกลับมาใช้เวลาอยู่ด้วย
ห้องพักรองรับการอยู่อาศัย ‘ตลอดชีวิต’ ของ ‘คนทุกวัย’
และที่ต้องพูดถึงเลย คือ ห้องพักของ Jin Wellbeing County ที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่าย อาจไม่ได้หวือหวา แต่ใช้ชีวิตได้จริง โดยโครงการคิดมาแล้วจากความเข้าใจพฤติกรรมการใช้ชีวิตจริงของผู้คนยุคนี้ ด้วยการเพิ่มพื้นที่ให้กว้างกว่าคอนโดทั่วไป (ปกติคอนโดทั่วไปมักจะเริ่มที่ 22-32 ตร.ม. แต่ที่นี่เริ่มต้นที่ 43 ตร.ม.) โดยเฉพาะห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นหัวใจของการอยู่อาศัย เพราะคนส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นี้มากที่สุด โดยจะมีบานเลื่อนเปิด–ปิดแบ่งสัดส่วนการใช้งานของห้อง
ทุกยูนิตติดตั้งกระจกแบบ Floor-to-Ceiling เปิดรับแสงธรรมชาติและลมได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้ห้องโปร่ง โล่ง สบาย ส่งเสริมให้เกิดสุขภาวะทั้งกายและใจ การวางทิศทางอาคารที่เหมาะสมทำให้ห้องเย็นสบายตลอดวัน ช่วยเสริมบรรยากาศให้มีชีวิตชีวา เหมาะกับการอยู่อาศัยระยะยาวในทุกช่วงวัย โดยมีให้เลือกทั้งแบบ
- One Bedroom ขนาด 43 ตร.ม. ประกอบด้วย 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่นขนาดกว้างที่เชื่อมต่อระเบียง ห้องนอนแยกเป็นสัดส่วนด้วยประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ ให้ทั้งความเป็นส่วนตัวและความอบอุ่น ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่า ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันอย่างพอดี
- One Bedroom Plus ขนาด 63 ตร.ม.ที่เพิ่มห้องอเนกประสงค์ ซึ่งสามารถปรับเป็นห้องทำงาน ห้องนอนเสริม หรือพื้นที่งานอดิเรกได้ตามไลฟ์สไตล์ มาพร้อม 2 ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อพื้นที่รับประทานอาหารอย่างกลมกลืน เหมาะกับคู่แต่งงานที่เพิ่งเริ่มต้นการใช้ชีวิต
ที่สุดแล้ว Longevity ไม่ได้เกิดจากการกระทำแค่ครั้งเดียว แต่เกิดจากการใช้ชีวิตเล็ก ๆ ที่ดีซ้ำ ๆ ในทุกวัน และที่อยู่อาศัยก็มีทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมนั้นให้เกิดขึ้น เสมือนเป็นเข็มทิศที่จะพาให้ใช้ชีวิตเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น ซึ่ง Jin Wellbeing County กำลังส่งมอบวิถีชีวิตแบบใหม่ ที่สุขภาพดีไม่ใช่ภาระ และอายุยืนไม่ใช่เรื่องไกลตัว
สำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดหรือที่อยู่อาศัย ที่นี่จะเป็นคำตอบของการ “อยู่ดี และอยู่นาน” อย่างแท้จริง
เริ่มต้น 3.79 ล้านบาท ดูเพิ่มเติม www.jinwellbeing.comหรือสอบถามรายละเอียด 062 802 9999