โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สหรัฐ” ยันดีลการค้าไม่ล่ม ย้ำคู่ค้าต้องยึดมั่นข้อตกลงภาษี ขณะทรัมป์ตั้งหลักเดินเกมใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 10.14 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 03.14 น.

เจ้าหน้าที่ สหรัฐ ระบุข้อตกลงการค้ากับจีน อียู ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ยังมีผลบังคับใช้ พร้อมเดินหน้านโยบายภาษีเชิงรุกต่อไป แม้ศาลฎีกาตีตกอำนาจใช้กฎหมายฉุกเฉิน

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 05.36 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ ระบุว่า ความพ่ายแพ้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อศาลฎีกาสหรัฐในประเด็นอำนาจการใช้กฎหมายฉุกเฉินเพื่อกำหนดภาษีศุลกากร จะไม่ทำให้ข้อตกลงการค้าที่สหรัฐเจรจากับประเทศคู่ค้าหลักต้องล่มลง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลยังคงเดินหน้านโยบายการค้าเชิงรุกอย่างต่อเนื่อ

เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ให้สัมภาษณ์รายการ Face the Nation ของสถานี CBS เมื่อวันอาทิตย์ว่า ข้อตกลงการค้าที่รัฐบาลสหรัฐทำไว้กับประเทศคู่ค้า อาทิ จีน สหภาพยุโรป (EU) ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ และควรแยกออกจากแผนการเรียกเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 15% ที่ทรัมป์ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

“เราต้องการให้ประเทศคู่ค้าเข้าใจว่า ข้อตกลงเหล่านี้เป็นข้อตกลงที่ดี และเราจะยึดมั่นในข้อตกลงเหล่านั้น เช่นเดียวกับที่คาดหวังให้คู่ค้าปฏิบัติตาม” เกรียร์กล่าว

อย่างไรก็ตามความไม่แน่นอนด้านนโยบายได้สร้างแรงเสียดทานกับประเทศคู่ค้า โดย ประธานคณะกรรมาธิการด้านการค้าของรัฐสภายุโรป ระบุว่า จะเสนอให้ระงับกระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้าระหว่าง EU กับสหรัฐไว้ก่อน จนกว่ารัฐบาลทรัมป์จะชี้แจงทิศทางนโยบายให้ชัดเจน ขณะที่ทางการอินเดียอ้างเหตุผลเดียวกันในการเลื่อนการเจรจากับสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสรุปข้อตกลงการค้าชั่วคราว

คำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐที่เพิกถอนการใช้อำนาจฉุกเฉินของทรัมป์ในการกำหนดภาษี เกิดขึ้นก่อนการเยือนจีนของทรัมป์ในเดือนหน้า โดยเกรียร์ ระบุว่าสหรัฐยังมีเครื่องมือทางการค้าอื่น ๆ ให้ใช้สร้างอำนาจต่อรอง เช่น การสอบสวนแนวปฏิบัติทางการค้าของประเทศต่าง ๆ พร้อมชี้ว่าสหรัฐมีการจัดเก็บภาษีกับจีนอยู่แล้ว และมีการเปิดการสอบสวนหลายกรณี

ทรัมป์มีกำหนดพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระหว่างการเยือนจีนตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม โดย เกรียร์ กล่าวว่า ผู้นำทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง และสหรัฐยังคงจัดเก็บภาษีเฉลี่ยต่อสินค้าจีนในระดับราว 40% แม้ไม่ได้อาศัยกฎหมายฉุกเฉินที่ศาลฎีกาตีตกไปแล้ว

แม้นโยบายการค้าของทรัมป์ส่วนใหญ่ถูกจำกัดโดยคำตัดสินของศาลฎีกา แต่แนวทางดังกล่าวยังคงสร้างความไม่พอใจให้กับประเทศคู่ค้าทั่วโลก รวมถึง EU โดยเกรียร์ระบุว่าได้หารือกับคู่เจรจาฝั่งยุโรปในช่วงสุดสัปดาห์ และเตรียมพูดคุยกับประเทศคู่ค้ารายสำคัญอื่น ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น

ด้าน คณะกรรมาธิการยุโรป ออกแถลงการณ์ว่า ต้องการความชัดเจนอย่างเต็มที่เกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปของรัฐบาลสหรัฐ พร้อมย้ำว่า ข้อตกลงคือข้อตกลง และคาดหวังให้สหรัฐปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงการค้าที่ลงนามไว้เมื่อเดือนสิงหาคม

ขณะเดียวกัน คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่า เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่การค้าโลกต้องได้รับความชัดเจนจากรัฐบาลสหรัฐ และหวังว่านโยบายต่าง ๆ จะถูกออกแบบอย่างรอบคอบ และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลได้ติดต่อกับประเทศคู่ค้าแล้ว และหลายประเทศพอใจกับข้อตกลงด้านภาษี พร้อมย้ำว่าข้อตกลงเหล่านี้จะไม่ถูกเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม ดอน เบคอน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งคัดค้านนโยบายภาษีของทรัมป์ ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า คำสั่งเก็บภาษีทั่วโลก 15% ฉบับใหม่จะไม่ยืนยาว พร้อมชี้ว่าการใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งอนุญาตให้ประธานาธิบดีเรียกเก็บภาษีได้นาน 150 วันโดยไม่ต้องผ่านสภาคองเกรสนั้น เป็นสิ่งที่ขัดรัฐธรรมนูญ และเป็นทั้งนโยบายที่ย่ำแย่และการเมืองที่ผิดพลาด

ทั้งนี้เกรียร์ส่งสัญญาณว่า ประเทศคู่ค้าไม่ควรคาดหวังการผ่อนคลายภาษีจากคำตัดสินของศาลฎีกา โดยระบุว่า ภาษีทั่วโลก 15% ที่ทรัมป์ประกาศ มีระดับใกล้เคียงกับภาษีที่เคยใช้ภายใต้กฎหมาย IEEPA และรัฐบาลต้องการรักษาความต่อเนื่องของนโยบายการค้าให้ได้มากที่สุด

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...