กกต.ยันแจ้งความ 6 บุคคล ปมถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง พยายามถอดรหัสบาร์โค้ด ชี้ไม่ใช่การฟ้องประชาชน หรือ คุกคามสื่อ
กกต.ยันแจ้งความ 6 บุคคล กรณีถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง พยายามถอดรหัสบาร์โค้ด หน้าหน่วยเลือกตั้ง มีหลักฐานการกระทำผิดชัดเจน ไม่ใช่การฟ้องประชาชน หรือ คุกคามสื่อ
วันที่ 27 ก.พ.69 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณี กกต. แจ้งความกองบังคับการปราบปราม เพื่อฟ้องประชาชนถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ที่มีการลงคะแนนเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติ ใหม่ เมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 บริเวณอาคารอมรพันธ์แซทเทอไลท์คอนโดทาวน์ (R4) เขตเลือกตั้ง และเขตออกเสียงประชามติที่ 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม. ไม่เป็นความจริง
สำนักงาน กกต.ขอชี้แจงว่า บุคคลหรือสื่อมวลชน ที่ดำเนินการตั้งกล้องวิดีโอหรือถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ดำเนินการขานคะแนน หรือนับคะแนนพร้อมทั้งแสดงภาพบัตรเลือกตั้งที่วินิจฉัยแล้วให้ประชาชนทราบสามารถกระทำได้ หรือการถ่ายวิดีโอหรือถ่ายภาพบรรยากาศของประชาชนมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนสามารถกระทำได้และไม่มีความผิดตามกฎหมาย
แต่ต้องไม่กระทบ (1) สิทธิ์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (2) ไม่กระทบ หรือ ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. (3) กกต.มีหน้าที่ในการดูแลกระบวนการและผลการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบการเลือกตั้งได้ทุกขั้นตอน ดังที่ปรากฏในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 หรือการลงคะแนนใหม่ เมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 แต่หากการตรวจสอบ (การใช้สิทธิเสรีภาพ) ไปละเมิด 3 ข้อข้างต้น กกต.ก็ต้องดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ไม่อาจละเว้นได้ เป็นการดำเนินการแจ้งความกับบุคคลที่ร่วม และแบ่งงานกันทำเป็นขบวนการ
"กกต. ไม่ได้ดำเนินการกับผู้ประกอบอาชีพใดอาชีพหนึ่ง และดำเนินการแจ้งความไปตามข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และในวันที่ 22 ก.พ.69 มีสื่อมวลชน และประชาชนกว่า 100 คน เข้าร่วมสังเกตการณ์ จะเห็นได้ว่า กกต. ไม่ได้ดำเนินการร้องทุกข์แต่อย่างใด และได้ตระหนักถึงเสรีภาพของสื่อมวลชนในการแสวงหาข้อเท็จจริง และการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ"
กกต. ได้แจ้งความดำเนินคดีกล่าวหากลุ่มบุคคลที่กระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย ดังนี้ เมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 ปรากฏว่ามีการกระทำของกลุ่มบุคคล หรือความผิดเฉพาะบุคคล ที่ตั้งกล้องวิดีโอตั้งแต่เช้า ถ่ายภาพประชาชนที่มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งการลงคะแนน และต่อเนื่อง ไปจนถึงการนับคะแนน และมีการกระทำ ซึ่งหน้าบริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้ง ที่มีกล่มบุคคลพยายามถอดรหัสให้ได้ว่าบัตรลงคะแนนที่ถ่ายภาพและบันทึกภาพไว้เป็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนใดที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งการลงคะแนนตามกฎหมายต้องเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ
แต่กลุ่มบุคคลนี้ มีความพยายามที่จะเปิดเผย หรืออาจถูกเปิดเผยที่จะดำเนินการ โดยอ้างว่ามา ทำการพิสูจน์อะไรบางอย่าง เพราะข้อมูลการลงคะแนนในครั้งนี้จะต้องนำผลการลงคะแนนไปใช้จริง เป็นการกระทำที่เซาะกร่อนบ่อนทำลายการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ รวมถึงภารกิจของ กกต.ที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายให้ขาดความน่าเชื่อถือ ด้วยวิธีการที่มิอาจถือว่าเป็นการดำเนินการโดยสุจริตได้
ซึ่งหากเป็นกรณีการเลือกตั้งจำลอง ที่ผลคะแนนไม่ได้นำมาใช้ก็คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การกระทำ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 กกต. ได้แจ้งความดำเนินคดีกล่าวหากลุ่มบุคคล ดังนี้ 1. ขัดขวางการดำเนินงานของ กกต. เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางรายไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง เนื่องจากทราบว่าจะมีการติดตั้งกล้องเพื่อสังเกตการณ์ในเรื่องนี้ และบางคนที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งพอมาถึงหน้าหน่วยเลือกตั้งเห็นกล้องในลักษณะถ่ายวิดีโอตั้งอยู่ จึงตัดสินใจไม่ใช้สิทธิเลือกตั้งและมีการนำเสนอข่าวว่าจะนำภาพของประชาชน ที่ถ่ายไว้ไปเข้าขบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อสามารถระบุตัวตนจากภาพถ่ายได้ โดยมีเป้าหมายคือผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันดังกล่าว
2.การกระทำที่จะอ่านบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อไปถึงข้อมูลว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกใคร เป็นการกระทำที่ทุจริตตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และเป็นความปรากฏ กกต. จึงมีอำนาจและหน้าที่ที่จะดำเนินการตามกฎหมาย
3.การอ้างว่า กกต. เอาผิดหรือฟ้องประชาชนไม่เป็นความจริง ในอดีต กกต. ไม่เคยดำเนินคดีกับบุคคลใดๆ ปัจจุบันมีการดำเนินคดีเป็นรายแรก ที่จังหวัดชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 โดยผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 เท่านั้น เนื่องจากเป็นการกระทำของบุคคลกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยมีเจตนาไม่สุจริต ไม่ใช่การดำเนินการในฐานะประชาชนทั่วไป
4.กรณีมีชื่อบุคคลตามที่ กกต. ยื่นแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเป็นกลุ่มคนที่ปรากฏตัวในที่เกิดเหตุ มีหลักฐานการนำเสนอข้อมูลร่วมกันมีรูปถ่าย และมีหลักฐานอื่นๆ ชี้ให้เห็นว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว
5.กรณีมีชื่อบุคคลตามที่ กกต. ยื่นแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากบุคคลดังกล่าว มีการนัดหมายกับกลุ่มขบวนการที่จะเปิดเผยสิ่งที่ได้ทำในเวทีสาธารณะ แต่ไม่ได้ปรากฏตัวในที่เกิดเหตุนั้น พฤติการณ์ชี้ให้เห็นว่ามีส่วนร่วมในขบวนการเช่นกัน
6.มีการลงในสื่อ Social Media โดยตลอด ทั้งจากบุคคลในกลุ่มขบวนการที่ประมวลเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง เพื่อให้การลงคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นโดยลับ แต่ใช้วิธีการไม่สุจริต และมีขบวนการปั่นกระแสในรูปแบบต่างๆ ทำให้เกิดความไม่เรียบร้อย อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศได้
สำนักงาน กกต. ขอยืนยันว่า การจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ เรายึดมั่นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 85 อย่างเคร่งครัด การออกเสียงต้องโดยตรงและลับ กำกับทุกขั้นตอนให้โปร่งใสตรวจสอบได้ และยุติธรรมต่อทุกฝ่าย โดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีสองมาตรฐาน เพราะทุกคะแนนเสียงมีความหมาย และต้องได้รับการเคารพอย่างแท้จริง
กกต. ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่ากกต.จะรักษาความถูกต้องของกระบวนการเลือกตั้ง และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบต่อคะแนนเสียงของประชาชน เพื่อพิทักษ์เจตนารมณ์ของประชาธิปไตยไว้อย่างดีที่สุด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กกต.ยันแจ้งความ 6 บุคคล ปมถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง พยายามถอดรหัสบาร์โค้ด ชี้ไม่ใช่การฟ้องประชาชน หรือ คุกคามสื่อ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th