MASTER ปรับพอร์ตชูหัตถการเฉพาะทางสู้ศึก Price War มุ่งบริหารต้นทุนการตลาดรับเกณฑ์ใหม่ สบส.
MASTER รับมือความท้าทายกำลังซื้อชะลอตัวและสงครามราคาในกลุ่มหัตถการหลัก พร้อมชูรายได้ดูแลผิว-ปลูกผมเติบโตสวนกระแส กางแผนปี 69 มุ่งบริหารต้นทุนการตลาดหลังเกณฑ์โฆษณาสบส. คุมเข้ม ย้ำสถานะ Regional Company รับอานิสงส์ Medical Tourism กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 16 มีนาคมนี้ เตรียมจ่ายปันผลรวมกว่า 120 ล้านบาท ตอกย้ำความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้น
28 กุมภาพันธ์ 2569 — บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช รายงานผลการดำเนินงานประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 198 ล้านบาท และรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลรวม 1,884.84 ล้านบาท ท่ามกลางสภาวะตลาดเสริมความงามที่เผชิญปัจจัยลบด้านกำลังซื้อและการแข่งขันที่รุนแรง
ในปีที่ผ่านมา MASTER ประสบกับสภาวะอุปสงค์ในกลุ่มหัตถการศัลยกรรมยกคิ้ว ศัลยกรรมจมูก และศัลยกรรมดูดไขมันที่ชะลอตัวลง ปัจจัยสำคัญมาจากภาพรวมเศรษฐกิจที่เติบโตจำกัด โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่ามูลค่าตลาดเสริมความงามในปี 2568 จะเติบโตเพียง 1.6% และอาจชะลอตัวลงเหลือ 1.0% ในปี 2569
นายแพทย์ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล ประธานกรรมการบริหาร MASTER ระบุว่าอุตสาหกรรมเผชิญกับการแข่งขันด้านราคา (Price War) อย่างหนักจากการเปิดตัวของสถานพยาบาลแห่งใหม่จำนวนมาก
"คู่แข่งหลายแห่งใช้กลยุทธ์การหั่นราคาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มหัตถการหลัก… ปัจจัยนี้สร้างแรงกดดันให้บริษัทจำเป็นต้องปรับลดราคาลงตาม หรือต้องนำเสนอแพ็กเกจโปรโมชั่น เพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม (Net Profit Margin) ของอุตสาหกรรมโดยเฉลี่ยมีแนวโน้มปรับตัวลดลง"
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับผลกระทบจากมาตรการคุมเข้มการโฆษณาของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ที่สั่งห้ามแพทย์รีวิวผลิตภัณฑ์และบริการโดยตรง ส่งผลให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์มาเน้นการสื่อสารผ่านผู้ใช้จริง (Real Users) แทน ซึ่งนำไปสู่ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
แม้หัตถการหลักจะชะลอตัว แต่บริษัทมียอดขายที่เติบโตขึ้นในกลุ่มบริการเฉพาะทาง โดยมีรายได้จากการปลูกผมและดูแลเส้นผมเพิ่มขึ้น 20.67 ล้านบาท และรายได้จากการดูแลผิวพรรณเพิ่มขึ้น 9.38 ล้านบาท สะท้อนถึงการปรับตัวของกลุ่มผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองในระดับโครงสร้างผิวและเส้นผมมากขึ้น
ในส่วนของตลาดต่างชาติ MASTER มองเห็นโอกาสจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากจีนและอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงเฉพาะหน้าจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อกลุ่มลูกค้าหลัก 1 ใน 3 ของบริษัทในระยะสั้น
สำหรับผลการดำเนินงานด้านการลงทุน MASTER รับรู้กำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าที่ 24.78 ล้านบาท โดยตัวเลขที่ลดลงส่วนหนึ่งเกิดจากการรับรู้ขาดทุนทางบัญชีจากการปันส่วนราคาซื้อ (PPA) ของบริษัท วี เอ็กคลูซีฟ กรุ๊ป จำกัด และการขยายสาขาเพิ่มเติม
นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เชื่อมั่นว่าแนวโน้มผลดำเนินงานจะเริ่มฟื้นตัวในปี 2569 จากแผนกลยุทธ์เชิงรุกและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
"หากรายได้ยังมีแนวโน้มดีแบบนี้จะสามารถมีกำไรได้ในปี 2569… บริษัทฯ เดินหน้าขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์เชิงรุก ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนศักยภาพการดำเนินงานของธุรกิจ"
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิปี 2568 ในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 120.68 ล้านบาท โดยมีกำหนดการสำคัญดังนี้:
- วันขึ้นเครื่องหมาย XD: 16 มีนาคม 2569
- วันกำหนดรายชื่อผู้สิทธิรับปันผล (Record Date): 17 มีนาคม 2569
- วันจ่ายเงินปันผล: 12 พฤษภาคม 2569
(หมายเหตุ: การจ่ายปันผลต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2569)