โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MASTER ปรับพอร์ตชูหัตถการเฉพาะทางสู้ศึก Price War มุ่งบริหารต้นทุนการตลาดรับเกณฑ์ใหม่ สบส.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 ก.พ. เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. เวลา 04.18 น.

MASTER รับมือความท้าทายกำลังซื้อชะลอตัวและสงครามราคาในกลุ่มหัตถการหลัก พร้อมชูรายได้ดูแลผิว-ปลูกผมเติบโตสวนกระแส กางแผนปี 69 มุ่งบริหารต้นทุนการตลาดหลังเกณฑ์โฆษณาสบส. คุมเข้ม ย้ำสถานะ Regional Company รับอานิสงส์ Medical Tourism กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 16 มีนาคมนี้ เตรียมจ่ายปันผลรวมกว่า 120 ล้านบาท ตอกย้ำความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้น

28 กุมภาพันธ์ 2569 — บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช รายงานผลการดำเนินงานประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 198 ล้านบาท และรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลรวม 1,884.84 ล้านบาท ท่ามกลางสภาวะตลาดเสริมความงามที่เผชิญปัจจัยลบด้านกำลังซื้อและการแข่งขันที่รุนแรง

ในปีที่ผ่านมา MASTER ประสบกับสภาวะอุปสงค์ในกลุ่มหัตถการศัลยกรรมยกคิ้ว ศัลยกรรมจมูก และศัลยกรรมดูดไขมันที่ชะลอตัวลง ปัจจัยสำคัญมาจากภาพรวมเศรษฐกิจที่เติบโตจำกัด โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่ามูลค่าตลาดเสริมความงามในปี 2568 จะเติบโตเพียง 1.6% และอาจชะลอตัวลงเหลือ 1.0% ในปี 2569

นายแพทย์ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล ประธานกรรมการบริหาร MASTER ระบุว่าอุตสาหกรรมเผชิญกับการแข่งขันด้านราคา (Price War) อย่างหนักจากการเปิดตัวของสถานพยาบาลแห่งใหม่จำนวนมาก

"คู่แข่งหลายแห่งใช้กลยุทธ์การหั่นราคาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มหัตถการหลัก… ปัจจัยนี้สร้างแรงกดดันให้บริษัทจำเป็นต้องปรับลดราคาลงตาม หรือต้องนำเสนอแพ็กเกจโปรโมชั่น เพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม (Net Profit Margin) ของอุตสาหกรรมโดยเฉลี่ยมีแนวโน้มปรับตัวลดลง"

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับผลกระทบจากมาตรการคุมเข้มการโฆษณาของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ที่สั่งห้ามแพทย์รีวิวผลิตภัณฑ์และบริการโดยตรง ส่งผลให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์มาเน้นการสื่อสารผ่านผู้ใช้จริง (Real Users) แทน ซึ่งนำไปสู่ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แม้หัตถการหลักจะชะลอตัว แต่บริษัทมียอดขายที่เติบโตขึ้นในกลุ่มบริการเฉพาะทาง โดยมีรายได้จากการปลูกผมและดูแลเส้นผมเพิ่มขึ้น 20.67 ล้านบาท และรายได้จากการดูแลผิวพรรณเพิ่มขึ้น 9.38 ล้านบาท สะท้อนถึงการปรับตัวของกลุ่มผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองในระดับโครงสร้างผิวและเส้นผมมากขึ้น

ในส่วนของตลาดต่างชาติ MASTER มองเห็นโอกาสจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากจีนและอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงเฉพาะหน้าจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อกลุ่มลูกค้าหลัก 1 ใน 3 ของบริษัทในระยะสั้น

สำหรับผลการดำเนินงานด้านการลงทุน MASTER รับรู้กำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าที่ 24.78 ล้านบาท โดยตัวเลขที่ลดลงส่วนหนึ่งเกิดจากการรับรู้ขาดทุนทางบัญชีจากการปันส่วนราคาซื้อ (PPA) ของบริษัท วี เอ็กคลูซีฟ กรุ๊ป จำกัด และการขยายสาขาเพิ่มเติม

นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เชื่อมั่นว่าแนวโน้มผลดำเนินงานจะเริ่มฟื้นตัวในปี 2569 จากแผนกลยุทธ์เชิงรุกและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

"หากรายได้ยังมีแนวโน้มดีแบบนี้จะสามารถมีกำไรได้ในปี 2569… บริษัทฯ เดินหน้าขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์เชิงรุก ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนศักยภาพการดำเนินงานของธุรกิจ"

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิปี 2568 ในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 120.68 ล้านบาท โดยมีกำหนดการสำคัญดังนี้:

  • วันขึ้นเครื่องหมาย XD: 16 มีนาคม 2569
  • วันกำหนดรายชื่อผู้สิทธิรับปันผล (Record Date): 17 มีนาคม 2569
  • วันจ่ายเงินปันผล: 12 พฤษภาคม 2569

(หมายเหตุ: การจ่ายปันผลต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2569)

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...