โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดผลสอบวินัย ชี้ ‘นพ.สุภัทร’ ผิดร้ายแรง แบ่งซื้อ ATK 5 รอบ

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 ก.พ. เวลา 02.40 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. เวลา 01.21 น. • The Bangkok Insight

เปิดผลสอบวินัย ชี้"นพ.สุภัทร" ผิดร้ายแรง แบ่งซื้อATK 5 รอบ ส่อเจตนาหลีกเลี่ยงกฎหมายพัสดุ

จากกรณี นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ขณะดำรงตำแหน่ง "ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ" ได้ดำเนินการจัดซื้อและได้สั่งอนุมัติให้จัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายการเวชภัณฑ์ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ATK) ครั้งละวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท จำนวน 5 ครั้ง อันเป็น "การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง" ฝ่าฝืนระเบียบ/กฎหมายพัสดุ ทำให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง ซึ่ง อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข มีมติเสียงข้างมากให้ "ปลดจากราชการ" ทั้งนี้ ล่าสุดได้ข้อสรุปการสอบวินัย นพ.สุภัทร โดยละเอียด ดังนี้

(1) ประเด็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง กรณีจัดซื้อ ATK ยี่ห้อ Standard Q จากบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด รวม 42,854 ชุด เป็นเงิน 9,856,420 บาท

ข้อเท็จจริงโดยสรุป โรงพยาบาลจะนะเข้าร่วมปฏิบัติการเชิงรุกในกรุงเทพฯ 3 ครั้ง (ก.ค. - ส.ค.2564) และระหว่างปฏิบัติการได้ “ขอยืม” ATK ยี่ห้อ Standard Q ของบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด มาใช้ก่อน ต่อมาภายหลัง (ต.ค. - ธ.ค.2564) โรงพยาบาลจึงจัดทำเอกสารและดำเนินการ “จัดซื้อย้อนหลัง” รวม 42,854 ชุด ราคาชุดละ 230 บาท รวมเป็นเงิน 9,856,420 บาท โดยอ้างอำนาจตามคำสั่งจังหวัดสงขลา ที่ 4910/2564 (ลงวันที่ 5 ต.ค.2564) มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนอนุมัติได้ครั้งละไม่เกิน 2,000,000 บาท จึงดำเนินการออกเป็น 5 รายการ/5 ครั้ง (4 ครั้งๆ ละ 8,695 ชุด วงเงิน 1,999,850 บาท และ 1 ครั้ง 8,074 ชุด วงเงิน 1,857,020 บาท) ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง

นายสุภัทร ชี้แจงว่า การจัดซื้อหลายครั้งเป็นการบริหารสต็อกตามความไม่แน่นอนในภาวะฉุกเฉิน แต่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในสำนวนวินิจฉัยว่า “วัตถุประสงค์ที่แท้จริง” ของการจัดซื้อดังกล่าวเป็นการซื้อย้อนหลังของพัสดุชนิดเดียวกัน จากผู้ขายรายเดียวกัน และสมควรต้องจัดซื้อ “ครั้งเดียว” เพื่อเสนอผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไป (นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลาซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ) เนื่องจากวงเงินรวมเกินอำนาจผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ การแยกเป็น 5 รายการ ให้แต่ละครั้งต่ำกว่า 2 ล้านบาท จึงเป็นการ “ลดวงเงินเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อเปลี่ยนแปลงไป” โดยไม่ปรากฏเหตุจำเป็นหรือประโยชน์/ความคุ้มค่าเพิ่มเติม (ราคาต่อชุด 230 บาทเท่ากันทุกครั้ง) เข้าลักษณะการแบ่งซื้อที่ระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ.2560 ข้อ 20 ห้ามกระทำ ทำให้คำชี้แจง “รับฟังไม่ได้”

สรุป เป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง

(2) ประเด็นการตรวจรับพัสดุ และการไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ (เพื่อเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม)

ข้อเท็จจริงโดยสรุป ภายหลังการจัดซื้อย้อนหลังทั้ง 5 รายการ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อ และคณะกรรมการตรวจรับ และมีเอกสารตรวจรับตามวันที่ส่งมอบในแต่ละรอบ อย่างไรก็ดี ข้อพิจารณาในสำนวนเห็นว่า คณะกรรมการตรวจรับตามคำสั่งดังกล่าว “ไม่ได้ร่วมปฏิบัติการที่กรุงเทพฯ” และเมื่อเป็นการซื้อย้อนหลังภายหลังใช้พัสดุไปแล้ว จึงไม่มีกระบวนการตรวจนับ/ตรวจสอบพัสดุโดยแท้จริง บุคลากร ที่ไปร่วมปฏิบัติการแม้จะเกี่ยวข้องกับการใช้ ATK แต่ไม่ได้เป็นคณะกรรมการตรวจรับตามที่แต่งตั้งไว้ จึงทำให้คำชี้แจงเรื่อง “มีการตรวจรับ” รับฟังไม่ได้

อีกด้านหนึ่ง แม้กรณีโควิดจะเป็นเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามแนวทาง ว 115/27 มี.ค.2563 ที่ให้ดำเนินการไปก่อนได้ แต่ต้อง “รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ” ตามระเบียบฯ ข้อ 79 วรรคสอง เพื่อให้ถือเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม ซึ่งในสำนวนวินิจฉัยเห็นว่า เมื่อวงเงินรวมอยู่ในอำนาจหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด (นพ.สสจ.สงขลา) โรงพยาบาลต้องรายงานขอความเห็นชอบต่อผู้มีอำนาจดังกล่าว มิใช่แบ่งซื้อให้ตนมีอำนาจอนุมัติเองแล้วอ้างว่ารายงานครบถ้วน

สรุป ไม่มีการตรวจรับ และไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม

(3) ประเด็นการกำหนดราคากลาง

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โรงพยาบาลจะนะได้ดำเนินการจัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายการชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) Antigen test Kit (ATK) จำนวน 5 รายการ ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม 2564 ในราคาชุดละ 230 บาท โดยไม่พบว่ามีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง และไม่ปรากฏราคากลางที่เป็นทางการ แต่ใช้วิธีการโทรศัพท์สอบถามราคาจากโรงพยาบาลข้างเคียงเป็นแหล่งที่มาของราคา (ราคาอ้างอิง) แล้วนำมาใช้เป็นฐานราคาในการจัดซื้อเป็นคราวๆ อีกทั้งไม่พบว่ามีการเทียบราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลาสองปีงบประมาณตามแนวทางที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 4 ซึ่งวางลำดับแหล่งที่มาของราคาไว้ก่อน - หลัง

นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ชี้แจงว่า ATK เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน จึงไม่มีราคากลางตามหลักเกณฑ์คณะกรรมการราคากลางกำหนด ไม่มีราคามาตรฐานจากสำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่น และไม่มีราคาย้อนหลังภายในสองปีงบประมาณเพื่อใช้อ้างอิง จึงใช้วิธีสอบถามราคาจากโรงพยาบาลที่ร่วมปฏิบัติการและทำการต่อรองราคาร่วมกับบริษัทจนได้ราคาชุดละ 230 บาท พร้อมอ้างว่าแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหนังสือกรมบัญชีกลาง (เช่น ที่ กค 0433.2/ว 120 ลงวันที่ 31 มี.ค.2563 และหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างฯ ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 115 ลงวันที่ 27 มี.ค. 2563) ซึ่งในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินโควิดเปิดให้หน่วยงานของรัฐสามารถใช้วงเงินที่จัดซื้อจัดจ้างในแต่ละครั้งเป็นราคากลางได้ภายใต้หลักเกณฑ์ตามนัยมาตรา 4

ทั้งยังระบุว่าหนังสือแนวทางดังกล่าวมีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2565 (โดยประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2565) เมื่อพิจารณาประกอบข้อเท็จจริงว่าเป็นการจัดซื้อย้อนหลังในห้วงเวลาที่รัฐยังอยู่ระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอันมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อให้ได้พัสดุป้องกันควบคุมหรือรักษาโรค คณะกรรมการจึงวินิจฉัยว่าโรงพยาบาลสามารถสอบถามราคาจากผู้ประกอบการโดยตรงเพื่อให้ได้พัสดุโดยเร็วและทันต่อการใช้ประโยชน์ได้ และคำชี้แจงของนายสุภัทรในประเด็นนี้สามารถรับฟังได้

สรุป เหตุผลในการกำหนดราคาซื้อโดยไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน จึงไม่มีราคากลางตามหลักเกณฑ์คณะกรรมการราคากลางกำหนด ไม่มีราคามาตรฐานจากสำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่น และไม่มีราคาย้อนหลังภายในสองปีงบประมาณเพื่อใช้อ้างอิง จึงใช้วิธีสอบถามราคาจากโรงพยาบาลที่ร่วมปฏิบัติการและทำการต่อรองราคาร่วมกับบริษัทจนได้ราคาชุดละ 230 บาท และเป็นการจัดซื้อย้อนหลังในห้วงเวลาที่รัฐยังอยู่ระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอันมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อให้ได้พัสดุป้องกันควบคุมหรือรักษาโรค สามารถรับฟังได้

(4) ประเด็นการจัดซื้อเวชภัณฑ์ Antigen test Kit Covid-19 ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) Antigen test Kit (ATK) ยี่ห้อ Standard Q Covid-19 Ag test เป็นจำนวนมาก ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายวินิจฉัยได้ว่า หากพิเคราะห์ถึงจำนวนผู้เข้ารับการตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาลจะนะได้ออกหน่วยเชิงรุกพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 3 ครั้ง ซึ่งปรากฏข้อมูลว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกลุ่มแพทย์ชนบท ลงปฏิบัติงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 14 - 16 กรกฎาคม 2564 (จำนวน 3 วัน) ดำเนินการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 19,871 ราย

ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 21 - 23 กรกฎาคม 2564 (จำนวน 3 วัน) ดำเนินการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 31,518 ราย

ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 4 - 10 สิงหาคม 2564 (จำนวน 7 วัน) ดำเนินการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 141,516 ราย

ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข โดยกลุ่มแพทย์ชนบท ลงปฏิบัติงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้ง 3 ครั้ง จึงใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 192,905 ราย ประกอบกับมีพยานบุคคลให้ข้อมูลว่าในแต่ละวันการออกหน่วยเชิงรุกพื้นที่กรุงเทพมหานครของเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลจะนะ สามารถตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อได้ไม่เกินวันละ 2,000 ราย แม้นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ จะกล่าวอ้างว่า สาเหตุที่โรงพยาบาลจะนะมีจำนวนการใช้ Antigen Test Kit (ATK) น้อยกว่าจำนวนที่มีการจัดซื้อ ด้วยเหตุผลอันเนื่องมาจากการที่โรงพยาบาลจะนะได้รับมอบหมายให้เป็นโรงพยาบาลแกนนำมีหน้าที่ในการดำเนินการจัดซื้อ Antigen Test Kit (ATK) เพื่อนำมาใช้กับทุกโรงพยาบาลที่ได้เข้าร่วมปฏิบัติการทั้ง 3 ครั้ง ดังกล่าว ไม่ได้นำมาใช้เฉพาะกับโรงพยาบาลของตนเองเท่านั้น

โดยในปฏิบัติการครั้งที่ 1 มีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมปฏิบัติการทั้งหมด จำนวน 6 แห่ง ครั้งที่ 2 มีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมปฏิบัติการทั้งหมด จำนวน 16 แห่ง และครั้งที่ 3 มีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมปฏิบัติการทั้งหมด จำนวน 41 แห่ง และโรงพยาบาลจะนะได้รับมอบหมายให้ซื้อ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 42,854 ชุด แบ่งเป็น 5 ครั้ง ดังต่อไปนี้

เมื่อภารกิจในการออกหน่วยเชิงรุกพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 3 ครั้ง เสร็จสิ้นลง นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ พร้อมบุคลากรของโรงพยาบาลจะนะก็ได้เดินทางกลับมายังโรงพยาบาลจะนะ หากโรงพยาบาลจะนะได้รับมอบหมายให้เป็นโรงพยาบาลแกนนำในการทำหน้าที่ดำเนินการจัดซื้อเวชภัณฑ์ Antigen test Kit Covid - 19 ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) Antigen test Kit (ATK) ยี่ห้อ Standard Q Covid - 19 Ag test ทั้ง 5 ครั้ง จำนวน 42,854 ชุด รวมเป็นเงิน 9,856,420 บาท (เก้าล้านแปดแสนห้าหมื่นหกพันสี่ร้อยยี่สิบบาทถ้วน) จริง ตามที่ นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ กล่าวอ้าง โรงพยาบาลจะนะจะต้องรีบดำเนินการจัดซื้อและรายงานขอความเห็นชอบต่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลาเพื่อใช้เป็นหลักฐานการตรวจรับ

ทั้งนี้ ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 115 ลงวันที่ 27 มี.ค. 2563 แต่โรงพยาบาลจะนะก็หาได้ดำเนินการไม่ ต่อมาในเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม 2564 โรงพยาบาลจะนะจึงได้มาดำเนินการจัดซื้อเวชภัณฑ์ Antigen test Kit Covid - 19 ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) Antigen test Kit (ATK) ยี่ห้อ Standard Q Covid - 19 Ag test ดังกล่าว และ นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้สั่งให้อนุมัติจัดซื้อ โดยการแบ่งซื้อออกเป็นจำนวน 5 รายการ ในแต่ละครั้งที่มีวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) อันเป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ข้อ 20 และข้อ 79 วรรคสอง และเมื่อการใช้เวชภัณฑ์ Antigen test Kit Covid - 19 ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) Antigen test Kit (ATK) ยี่ห้อ Standard Q Covid - 19 Ag test จำนวน 42,854 ชุด ได้เกิดขึ้นในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อตามกระบวนการปกติได้ทัน ประกอบกับไม่มีกระบวนการตรวจรับพัสดุเกิดขึ้นและไม่สามารถตรวจสอบยอดการใช้พัสดุได้กรณีจึงไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าในการออกหน่วยเชิงรุกของโรงพยาบาลจะนะทั้ง 3 ครั้ง นั้น โรงพยาบาลจะนะได้มีการใช้ Antigen Test Kit (ATK) ไปเป็นจำนวนเท่าใด

และนอกจากนี้ คำชี้แจงของ นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ในประเด็นดังกล่าวยังเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่จะสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ ดังนั้น คณะกรรมการสอบสวนจึงต้องพิจารณาจากศักยภาพการปฏิบัติงานโดยทั่วไปของเจ้าหน้าที่ที่จะกระทำได้ ซึ่งเห็นว่าสามารถตรวจได้ไม่เกินวันละ 1,000 - 2,000 ราย ประกอบกับรายงานผลการปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุงของโรงพยาบาลจะนะ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2564 ซึ่งระบุข้อมูลว่า ครั้งที่ 1 (วันที่ 14 - 16 กรกฎาคม 2564) ชมรมแพทย์ชนบทปฏิบัติการไป 19,871 ราย พบผลบวก 1,777 ราย หรือ 8.94% โรงพยาบาลจะนะ Swab ทั้งหมด 3,832 ราย ผลบวก 459 ราย ผลลบ 3,373 ราย ครั้งที่ 2 (วันที่ 21 - 23 กรกฎาคม 2564) ตรวจได้จำนวน 31,518 ราย ผลพบว่าเจอผู้ติดเชื้อโควิดถึง 5,086 คน หรือมีผลบวกถึง 16.14 % โรงพยาบาลจะนะ Swab ทั้งหมด 3,007 ราย ผลบวก 418 ราย ผลลบ 2,589 ราย รวม 2 ครั้ง ปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุงตรวจไปทั้งสิ้น 51,389 ราย พบผลบวก 6,863 ราย คิดเป็น 13.35 % โรงพยาบาลจะนะ Swab รวม 2 ครั้ง ทั้งหมด 6,839 ราย ผลบวก 877 ราย ผลลบ 5,962 ราย

จึงทำให้เชื่อได้ว่าการที่โรงพยาบาลจะนะดำเนินการจัดซื้อเวชภัณฑ์ Antigen test Kit Covid - 19 ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) Antigen test Kit (ATK) ยี่ห้อ Standard Q Covid - 19 Ag test จำนวน 42,854 ชุด รวมเป็นเงิน 9,856,420 บาท (เก้าล้านแปดแสนห้าหมื่นหกพันสี่ร้อยยี่สิบบาทถ้วน) จากบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด มีจำนวนสูงเกินกว่าศักยภาพ การปฏิบัติงานโดยทั่วไปที่จะสามารถกระทำได้อย่างชัดเจน แม้ว่าต่อมาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะส่งรายชื่อผู้เข้ารับบริการตรวจคัดกรองดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นข้อมูลของวันที่ 4 , 5 , 7 และ 8 สิงหาคม 2564 มาให้โรงพยาบาลจะนะเพื่อดำเนินการเบิกค่าใช้จ่ายในรายชื่อละ 450 บาท (สี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วน) จำนวน 39,659 รายชื่อ

ซึ่งกลุ่มงานประกันสุขภาพ โรงพยาบาลจะนะได้ดำเนินการส่งเบิกค่ารักษาผู้ป่วยดังกล่าว ด้วยวิธีการคีย์ข้อมูลผ่านโปรแกรม e-Claim ไปยังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประมาณ 39,211 รายชื่อ โดยเรียกเก็บเงินค่าตรวจ Antigen test Kit (ATK) ไม่ได้ประมาณ 361 รายชื่อ เนื่องจากเป็นบุคคลไร้สิทธิ ทำให้ได้รับเงินมาจำนวน 17,515,750 บาท (ปกติจะต้องได้เงินจำนวน 17,646,200 บาท แต่ได้ไม่ครบเนื่องจากมีการติด Verify หรือการปฏิเสธจ่ายเนื่องจากไม่ผ่านเงื่อนไขการตรวจจำนวน 361 ราย) ซึ่งคิดเป็นค่าชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) Antigen test Kit (ATK) ยี่ห้อ Standard Q Covid - 19 Ag test เป็นเงินจำนวน 9,856,420 บาท (เก้าล้านแปดแสนห้าหมื่นหกพันสี่ร้อยยี่สิบบาทถ้วน)

ทั้งนี้ เมื่อหักค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนทั้งหมดแล้วโรงพยาบาลจะนะจึงได้กำไรจากการเรียกเก็บค่ารักษาเป็นเงินประมาณ 7,600,610 บาท (เจ็ดล้านหกแสนหกร้อยสิบบาทถ้วน) โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้โอนเงินดังกล่าวผ่านระบบคอมพิวเตอร์โปรแกรม E-Budget เข้าเป็นรายได้ค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิ ประเภทค่ารักษาพยาบาลเบิกชดเชยกรณี COVID - 19 ของโรงพยาบาลจะนะ บัญชีเงินฝากเลขที่ 014862708523 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กรณีดังกล่าวก็ไม่เป็นเหตุให้พฤติการณ์ในการกระทำความผิดเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น คำชี้แจงของ นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ในประเด็นนี้จึงไม่สามารถรับฟังได้

คณะกรรมการสอบสวนพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ (ขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ) ได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ตามคำสั่งจังหวัดสงขลา ที่ 4910/2564 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2564 กำหนดให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนมีอำนาจในการอนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้างทุกวิธีทุกขั้นตอนและก่อหนี้ผูกพันเงินบำรุงของหน่วยบริการครั้งหนึ่งวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) ย่อมมีหน้าที่ในดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามขอบเขตของคำสั่งมอบอำนาจดังกล่าว โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของผู้มอบอำนาจเป็นสำคัญ

การที่ นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ (ขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ) ได้ดำเนินการจัดซื้อและสั่งอนุมัติให้จัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายการเวชภัณฑ์ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) Antigen test Kit (ATK) เป็นจำนวน 42,854 ชุด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9,856,420 บาท (เก้าล้านแปดแสนห้าหมื่นหกพันสี่ร้อยยี่สิบบาทถ้วน) โดยมีเจตนาแบ่งซื้อออกเป็นจำนวน 5 ครั้ง ในแต่ละครั้งมีวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) อาศัยโอกาสในตำแหน่งหน้าที่ลดวงเงินอนุมัติให้อยู่ในอำนาจของตนเอง

โดยไม่ปรากฏเหตุผลหรือพยานหลักฐานใดที่จะสามารถยืนยันว่าเพราะเหตุใดจึงไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อในคราวเดียวกัน เนื่องจากเป็นการจัดซื้อเวชภัณฑ์ชนิดเดียวกันจากผู้ขายรายเดียวกัน และไม่ปรากฏวัตถุประสงค์ที่เป็นประโยชน์แก่ทางราชการที่จะได้รับเป็นพิเศษเพราะไม่ว่าจะจัดซื้อในครั้งเดียวหรือจะแบ่งซื้อเวชภัณฑ์ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) Antigen test Kit (ATK)

ในแต่ละครั้ง ทั้ง 5 ครั้ง อำนาจในการพิจารณาสั่งซื้อทุกกรณีดังกล่าว ต่างก็มีราคาชุดละ 230 บาท (สองร้อยสามสิบบาทถ้วน) เช่นเดียวกัน ไม่ปรากฏว่าเมื่อมีการแบ่งซื้อเป็นจำนวน 5 ครั้งแล้ว จะทำให้มีราคาถูกกว่าการจัดซื้อพร้อมกันทั้งหมดในครั้งเดียวและการสั่งซื้อทุกกรณีที่กล่าวมานั้นจะไม่มีความแตกต่างกัน กรณีจึงไม่เป็นประโยชน์ยิ่งขึ้นแก่ทางราชการและไม่ก่อให้เกิดความคุ้มค่าแก่ทางราชการแต่อย่างใด

อีกทั้งยังปรากฏว่าการจัดซื้อดังกล่าวไม่มีกระบวนการตรวจรับพัสดุเกิดขึ้นและมีการจัดซื้อเป็นจำนวนมาก เมื่อคิดคำนวณจากระยะเวลาประกอบกับศักยภาพของเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจะนะที่จะสามารถกระทำได้จึงพบข้อพิรุธถึงจำนวนชุดตรวจ Antigen test Kit (ATK) ที่ใช้จริงในช่วงเวลานั้น ต่อมาเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ กลับปล่อยให้ระยะเวลาผ่านไปกว่าสองเดือน โดยไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อเป็นหลักฐานการตรวจรับ กรณีจึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 115 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2563 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง

และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ตลอดจนฝ่าฝืนต่อคำสั่งจังหวัดสงขลา ที่ 4910/2564 ลงวันที่ 5 ต.ค. 2564 ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง พฤติการณ์มีลักษณะไม่โปร่งใสแสดงให้เห็นว่าจงใจหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ส่อไปในทางให้มีการอาศัยโอกาสในตำแหน่งหน้าที่ราชการกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ (ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ) ในฐานะเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาอนุมัติให้จัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ควบคุม กำกับ ดูแล การบริหารงานภายในโรงพยาบาลและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไปโดยถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการไม่ว่าประการใดๆ อีกทั้ง ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา จะต้องยึดมั่น ปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบแบบแผนที่ทางราชการกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดยิ่งกว่าวิญญูชนทั่วไปแต่หาปฏิบัติเช่นนั้นไม่

ดังนั้น พฤติการณ์ของ นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ จึงเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานจงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการมติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ตามมาตรา 82 (2) เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85 (7) และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 เห็นควร ลงโทษปลดออกจากราชการ

อ่านเพิ่มเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...