"เท้ง" ชี้ คดี 44 สส. เหมือนหนังม้วนเก่า ยัน ไม่ยึดติดตำแหน่ง หากต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
"เท้ง" ชี้ คดี 44 สส. เหมือนหนังม้วนเก่า ยัน ไม่ยึดติดตำแหน่ง หากต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ อาคารมาลีนนท์ ช่อง3 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังจบรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงกรณีการแก้ไขปัญหาการเลือกตั้งที่ชลบุรี ระบุว่า ตอนนี้ได้ส่ง รองเลขาธิการพรรคประชาชน ลงไปในพื้นที่แล้ว ทางพรรคพยายามรวบรวมข้อมูลรวมถึงเขตอื่นๆ และหากประชาชนพบความผิดปกติเพิ่มเติม สามารถส่งเข้ามาทางเพจพรรคได้ โดยพรรครวบรวมข้อมูล และพยายามประสานส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง กกต. เพื่อทำให้การนับคะแนนมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น
เมื่อถามถึงคดี 44 สส. ซึ่งอาจจะเหมือนดูหนังม้วนเก่าที่จะกลับมาฉายซ้ำ เหมือนครั้ง นายพิธา และ นายธนาธร หรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็อาจจะเป็นแบบนั้น ตราบใดที่ยังไม่แก้ไขระบบ ต้องขอขอบคุณประชาชนที่ออกคะแนนเสียงประชามติเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ทำให้องค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช / ส.ต.ง / ศาลรัฐธรรมนูญ / ก.ก.ต ทำให้ระบบการเมืองมีความโปร่งใส ลงโทษนักการเมืองที่โกงกิน และมีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นอยากให้ทุกพรรคการเมืองทำตามเจตนารมณ์ของประชาชน
เมื่อถามว่าเตรียมรับมือคดีนี้อย่างไรบ้าง หากส่งไปที่ศาลจะต้องสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะทำให้การก้าวสู่ผู้นำฝ่ายค้านติดปัญหาหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็มีผล ซึ่งตอนนี้ตนเองก็กำลังหารือกับทีมพรรคอยู่ โดยส่วนตัวในฐานะหัวหน้าพรรค ตนไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งอยู่แล้ว แต่ว่าหน้าที่ของตน ณ ตอนนี้ คือการทำให้พรรคเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง และเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นก็คงทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าพรรคต่อไปอย่างเต็มที่ ส่วนในอนาคตถ้ามีการรับรองผลการเลือกตั้ง มีการเปิดสมัยประชุมสภา และจะต้องมีในเรื่องของการแต่งตั้งตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน เราก็มีการบริหารจัดการอย่างไรขอหารือกับคนในพรรคก่อน
เมื่อถามว่าสามารถทำหนังสือถึงศาลฎีกา เพื่อให้ศาลพิจารณาว่าจะไม่สั่งให้ยุติปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในกระบวนการกฎหมายสามารถทำได้อยู่แล้ว ขั้นตอนที่เป็นกระบวนการปกติ ถ้าเราไม่ยื่นคำร้องศาลทำได้อย่างเดียวคือต้องสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ถ้าเรายื่นคำร้องศาลยังมีอำนาจใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัยว่าสั่งให้หยุด หรือไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตอนนี้ทีมกฎหมายของพรรคได้เตรียมคำร้องไว้สำหรับ 10 คนแล้ว ยื่นให้ทันกำหนด 30 วันแน่นอน ต้องบอกว่าการแก้ไขกฎหมายที่เราเสนอไปเป็นการใช้อำนาจปกติทางฝ่ายนิติบัญญัติไม่ควรที่จะถูกกล่าวหาถึงขนาดว่าเป็นการบ่อนทำลายหรือการล้มล้างการปกครองตนเองจากที่จะให้ศาลฎีกา ให้ความเป็นธรรมกับพวกเรายังไงในเรื่องการต่อสู้ทางด้านคดีทางด้านกฎหมายเราเตรียมการไว้หมดแล้ว
เมื่อถามว่าถ้าหากต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จริง ไม่ได้ก้าวสู่เป็นผู้นำฝ่ายค้านอาจจะมีการวางแผนไว้เป็นรุ่นต่อไปหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องบอกว่าบุคลากรภายในพรรค ปัจจุบันต้นเหตุหลายคนมีศักยภาพที่สามารถเป็นผู้นำพรรครุ่นต่อไปได้ เพราะว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ตนเองก็ไม่ได้ตัดสินใจคนเดียวต้องหารือผ่านพักก่อนอาจจะไม่สะดวกที่ในเพราะตนเองเป็นหัวหน้าพรรคที่ไปเสนอชื่อคนใดคนหนึ่งหรือแค่บางคนก็แล้วแต่แต่ทุกอย่างต้องเป็นเป็นกระบวนการที่ถูกต้องภายในพักขอเวลาให้พวกเราภายในพรรคได้หารือกันก่อน
เมื่อถามว่าพรรคจะไม่ขาดเสถียรภาพใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่ขาด สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่จะช่วยรักษาเสถียรภาพของพรรค คือแกนนำพรรคในปัจจุบัน ตอนนี้ช่วงเปลี่ยนผ่านยังมีกระบวนการในเรื่องของการอบรมผู้สมัครการต่อสู้เรื่องคดี 44 สส. เรื่องการทำงานในสภา รอให้พักช่วงนี้ไปก่อนถึงเวลาต้องมีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าหรือเลขาซึ่งเป็นกรรมการภายในพรรคก็ไม่ได้ติดใจอะไร
เมื่อถามว่าหลังจากผลแล้ว ถ้าไม่มีคำถามในเรื่องของการแสดงความรับผิดชอบต่อผลเลือกตั้งที่ออกมาของพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนว่าเป็นเรื่องปกติที่ทุกๆ คนไม่ว่าจะเป็นผู้สนับสนุนหรือหรือไม่ก็ตามสามารถตั้งคำถามได้ว่าการตัดสินใจของพรรคที่ผ่านมา สะท้อนสู่ผลการเลือกตั้งหรือเปล่าตนเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะผลการเลือกตั้งมาจากหลากหลายเหตุผลพร้อมที่จะกลับมาวิเคราะห์และถอดบทเรียนแต่ถ้าได้ข้อมูลที่แน่ชัด 100 % ก็พร้อมที่จะยอมรับทุกเหตุผลตามตัวเลขแต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นอยากจะขอเรียกร้องกกตช่วยทำให้การนับคะแนนถูกต้องเป็นธรรมและมีความโปร่งใสรวมถึงมีการเปิดเผยคะแนนหลายหน่วยให้ออกมาเร็วที่สุด จนคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
เมื่อถามว่าคะแนนที่ออกมาค่อนข้างรู้สึกผิดหวังหรือไม่ ทำไมถึงต้องร้องไห้ในรายการ หรือมองว่าเป็นความรู้สึกผิด นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ส่วนตัวในฐานะหัวหน้าพรรคไม่สามารถที่จะผลักดันส่งเพื่อน สส.ในสมัยที่แล้วในสมัยนี้ให้ชนะการเลือกตั้งต่อ หลายคนอาจจะบอกว่ามีหลากหลายเหตุผล เราทำงานกันเป็นทีมไม่ได้มีแค่ต้นคนเดียวในฐานะหัวหน้าพรรคที่เป็นการนำพรรคปฎิเสธไม่ได้ว่าผลที่ออกมาเรื่องของประสิทธิภาพของพรรคเรื่องของผลการทำงานของพรรคส่วนหนึ่งเป็นความรับผิดชอบของหัวหน้าพรรคโดยตรง
เมื่อถามว่าความจริงแล้วก็ไม่ได้ยึดติดใช่หรือไม่หากมีคนที่เหมาะสม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ใช่ครับไม่ได้ยึดติดแต่ก็ต้องไม่ทิ้งหน้าที่ของตัวเองต้องทำหน้าที่ตอนนี้ให้เต็มที่
เมื่อถามว่าตอนนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น ซึ่งชนะในเขตที่มีปัญหาอยู่ที่ชลบุรีเขต 1 ตอนนี้ออกมาบอกว่าการที่มีม็อบออกมาประท้วงอาจจะมีคนในพรรคหนุนหลังตรงนี้มองว่าอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่อยากให้ใช้การกล่าวหาแบบนั้น ตนพูดชัดในรายการว่าไม่มีแกนนำของพรรคคนใดจะไปประท้วงเลย และเราระมัดระวังตัวอย่างมากที่จะไม่ให้ฝั่งตรงข้าม หรือแม้ นายสุชาติ เอาประเด็นเรื่องนี้ไปบิดเบือนได้ ถ้าพูดแบบนี้ตนคิดว่าไม่มีความเป็นธรรมต่อประชาชนเลยทุกวันนี้ที่ประชาชนออกไป เรียกร้องเค้าอยากเรียกร้องปกป้องสิทธิ์ พรรคประชาชนเองก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ของเราเพื่อปกป้องสิทธิ์เสียงของประชาชนทุกคนทุกคนยอมรับความพ่ายแพ้ได้ แต่ทุกคนไม่สามารถยอมรับคนโกงได้ ดังนั้นนายสุชาติ เอง หรือใครก็ตาม ก็ควรจะเรียกร้องในสิ่งเดียวกันเพราะคุณอยากให้มีการเลือกตั้งที่โปร่งใสมากที่สุด
เมื่อถามว่าความจริงแล้วยากง่ายแค่ไหนที่จะเปิดคะแนนออกมาให้ชัดหรือมีการนับคะแนนใหม่นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่า แค่ กกต.จังหวัด หรือกกต.กลาง แต่ละพื้นที่ตามระเบียบ ตัดสินใจให้มีการนับคะแนนใหม่ ให้ประชาชนและสื่อมวลชนทุกคนสามารถไปเฝ้าสังเกตการณ์ได้นะที่เดียวกันกระจายตัวอยู่ตามหน่วยเลือกตั้ง ทุกคนมีความสบายใจมากยิ่งขึ้นว่าผลที่ออกมาเป็นไปตามกากบาทที่อยู่ในใบที่อยู่ในหีบจริงๆ
เมื่อถามว่ากำลังใจเป็นอย่างไรบ้างและการสู้ต่อในฐานะพรรคการเมืองฝ่ายค้านซึ่งอาจจะมีแค่สองพรรคการเมืองหลังพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กำลังใจยังเกิน 100 อยู่ การเดินทางที่ผ่านมาของพวกเรา 8 ปี ช่วยหล่อหลอมและทำให้พวกเรามีความมั่นคงในความเชื่อและในอนาคตก็มีกำลังใจเกิน 1000% ในการทำงานในตำแหน่งฝ่ายค้าน