โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาวโจนส์ปิดบวก 52 จุด ค้าปลีกต่ำคาดฉุด S&P 500-แนสแดคปิดลบ,จับตาจ้างงานนอกภาคเกษตร

efinanceThai

เผยแพร่ 10 ก.พ. เวลา 23.27 น.

ดาวโจนส์ปิดบวก 52 จุด ค้าปลีกต่ำคาดฉุด S&P 500-แนสแดคปิดลบ,จับตาจ้างงานนอกภาคเกษตร

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 ก.พ. 69 6:27: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันอังคาร (10 ก.พ.) โดยดัชนีดาวโจนส์ขยับขึ้นเล็กน้อย ทำสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ขณะที่ดัชนี S&P 500 และแนสแดคปิดแดนลบ โดยถูกกดดันจากข้อมูลตัวเลขค้าปลีกที่อ่อนแอกว่าคาด ขณะที่นักลงทุนจับตาดูรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค.

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 50,188.14 จุด เพิ่มขึ้น 52.27 จุด หรือ +0.10%, ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,941.81 จุด ลดลง 23.01 จุด หรือ -0.33% และดัชนีแนสแดคปิดที่ 23,102.47 จุด ลดลง 136.20 จุด หรือ -0.59%

หุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารในดัชนี S&P 500 เป็นกลุ่มร่วงลงมากที่สุด โดยถูกกดดันจากหุ้น Alphabet บริษัทแม่ของ Google ซึ่งร่วงลง 1.8% หลังออกขายหุ้นกู้ เป็นมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งตอกย้ำความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลที่บริษัทเทคโนโลยีระบุว่าจำเป็นต้องใช้เพื่อรองรับกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดย Amazon, Alphabet, Meta และ Microsoft เตรียมทุ่มงบลงทุนรวมกันหลายแสนล้านดอลลาร์ในปี 2026 เพื่อชิงความเป็นผู้นำด้าน AI

ขณะเดียวกัน ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ทรงตัวในเดือนธ.ค. สวนทางจากที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะขยายตัว 0.4% หลังครัวเรือนลดการใช้จ่ายในยานยนต์และสินค้าราคาสูงอื่น ๆ บ่งชี้ถึงแนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภคและเศรษฐกิจในช่วงต้นปีใหม่ที่อาจชะลอตัวลง

นักลงทุนคาดว่า โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะผ่อนคลายนโยบายมีเพิ่มมากขึ้น โดยข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า ความน่าจะเป็นที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนเม.ย. เพิ่มเป็น 36.9% จาก 32.2% อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้จนถึงเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่เควิน วอร์ช ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด จะเข้ารับตำแหน่ง หากผ่านการรับรองจากวุฒิสภา

มาร์ก ลูชินี หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ Janney Montgomery Scott มองว่า ตัวเลขค้าปลีกที่น่าผิดหวังเป็นสัญญาณของ Bad news is good news หรือข่าวร้ายที่กลายเป็นข่าวดี โดยเฉพาะต่อกลุ่มอุตสาหกรรมที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย เช่น กลุ่มสาธารณูปโภคและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปรับขึ้นมากที่สุดในบรรดากลุ่มอุตสาหกรรมของดัชนีหลัก ขณะเดียวกัน ยังเตือนให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังก่อนรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค. ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันนี้ หลังถูกเลื่อนออกไป

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่อาจเพิ่มความตึงเครียดให้ตลาด จากความเห็นของเควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของทำเนียบขาว ซึ่งกล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของการจ้างงานในสหรัฐฯ อาจชะลอตัวลงในช่วงเดือนข้างหน้า เนื่องจากกำลังแรงงานที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าลง รวมถึงผลิตภาพจากการใช้ AI

หุ้น Walt Disney และ Home Depot ซึ่งปรับขึ้นกว่า 2% ช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์ และชดเชยแรงกดดันจากหุ้น Coca-Cola ซึ่งร่วงลง 1.5% หลังเผยรายได้ไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่วอลล์สตรีทคาดไว้

ส่วนหุ้นรายตัวอื่น ๆ พบว่า หุ้น Datadog แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบนคลาวด์ พุ่งขึ้น 13.7% และเป็นหุ้นที่ปรับขึ้นแรงที่สุดในดัชนี S&P 500 หลังรายงานผลประกอบการไตรมาสดีกว่าคาด

ด้านกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย หุ้น Marriott ปิดพุ่ง 8.5% ทำสถิติปรับขึ้นรายวันสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2025 และทำจุดสูงสุดใหม่ หลังคาดว่าค่าธรรมเนียมจากบัตรเครดิตร่วม (Co-branded credit card) จะเพิ่มขึ้น 35% จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง

หุ้น S&P Global ร่วงลง 9.7% และเป็นกลุ่มที่ปิดลบมากที่สุดในดัชนี S&P 500 หลังคาดการณ์กำไรปี 2026 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมิน ขณะที่หุ้นคู่แข่งอย่าง Moodys และ MSCI ปรับตัวลงเช่นกัน

หุ้น Spotify พุ่งขึ้น 14.7% หลังคาดการณ์กำไรไตรมาสแรกสูงกว่าที่ตลาดคาด จากการเติบโตของผู้ใช้งานและการปรับขึ้นราคา

ภาพรวมการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์ก พบว่า จำนวนหุ้นบวกมีสัดส่วนมากกว่าหุ้นลบในอัตรา 1.47 ต่อ 1 โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 795 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 65 ตัว ส่วนในตลาดแนสแดค มีหุ้นปิดบวก 2,276 ตัว และปิดลบ 2,447 ตัว โดยหุ้นที่ปรับลงมีจำนวนมากกว่าหุ้นที่ปรับขึ้นเล็กน้อย

ที่มาReuters

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...