โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

‘คีรี’ รีเทิร์นธุรกิจอสังหาฯ ทุ่มแสนล้าน ปั้น ‘บ้านชาวไทย’ 5 หมื่นยูนิต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ม.ค. เวลา 11.45 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. เวลา 01.28 น.

หลังวางมือด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจใต้ลมปีกของกลุ่มบริษัทบีทีเอส โดยเปิดทางให้ “กวิน กาญจนพาสน์” ลูกชาย เป็นผู้ดูแลมาหลายปี ล่าสุด “คีรี กาญจนพาสน์” เจ้าพ่อรถไฟฟ้าบีทีเอส ประกาศลงทุนครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับบิ๊กโปรเจ็กต์ “บ้านชาวไทย” จำนวน 50,000 ยูนิต โดยตั้งเป้าจะทำทั่วประเทศและใช้เงินลงทุนประมาณ 1 แสนล้านบาท

“โครงการบ้านชาวไทย เกิดจากความรู้สึกที่ผมอยากลุกขึ้นมาทำบางสิ่งบางอย่างให้กับสังคมไทยและผมก็เติบโตมาในครอบครัวที่ทำอสังหาฯ และเมื่อ 30 ปีที่แล้วได้ลงทุนรถไฟฟ้าสายแรก ด้วยวงเงินเกือบ 50,000 ล้านบาท แม้จะมีมรสุมแต่ก็ผ่านมาได้ และโครงการบ้านชาวไทยจะเป็นเหมือนกับที่ผมคิดลงทุนรถไฟฟ้าในเวลานั้น โครงการนี้ผมใช้เวลา 3 เดือนในการคิดคอนเซ็ปต์ หลังได้รับเงินชำระหนี้รถไฟฟ้าจากกรุงเทพมหานคร 3 หมื่นล้านบาท ชื่อบ้านชาวไทย ผมก็คิดเอง ชื่ออาจจะไม่ทันสมัย แต่เป็นโครงการที่เกิดจากความตั้งใจจริงและเป็นการตอบแทนสังคม” คีรีเล่าถึงแนวคิดโครงการ

ไม่ต้องดาวน์-ผ่อนยาวกับ ธอส.

“คีรี” กล่าวว่า โครงการบ้านชาวไทยเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ในราคาผ่อนเสมือนเช่า ไม่มีเงินดาวน์ ผ่อนระยะยาว เริ่มต้น 6,000-7,000 บาทต่อเดือน ถึงแม้ว่าสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันเป็นช่วงขาลง แต่คนที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง ยังมีอีกมาก

แต่ที่ผ่านมามีปัญหากู้แบงก์ไม่ผ่านสูงถึง 35-40% โดยเฉพาะผู้มีรายได้ไม่ประจำและคนรุ่นใหม่ที่ซื้อบ้านยาก ต้องไปเช่า จนมีบอกว่าคนชอบเช่ามากกว่าซื้อ ซึ่งตลาดเช่าใหญ่ เกิดจากซื้อไม่ได้ เพราะไม่มีเงินดาวน์และเงินผ่อน จึงหันมาเช่าแทนซื้อ แต่ต่อไปเมื่อมีโครงการบ้านชาวไทยแล้ว เชื่อว่าจะเปลี่ยนใจคนที่นิยมเช่ามาเป็นการซื้อแทน

สำหรับการลงทุนโครงการนี้ “คีรี” บอกว่า บีทีเอสจะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด โดยเงินลงทุนมาจากกระแสเงินสดของบริษัทเองประมาณ 20% และการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินซึ่งมีหลายแห่งพร้อมให้การสนับสนุนโครงการ ส่วนที่ดินที่จะนำมาพัฒนาโครงการ มีทั้งเป็นแลนด์แบงก์เดิมของบีทีเอส ซื้อเพิ่มเติมและเปิดให้พันธมิตรที่สนใจร่วมลงทุน โดยตั้งใจจะลงทุนประมาณ 1 แสนล้านบาท พัฒนาเป็นคอนโดฯ 8 ชั้นและบ้านประมาณ 50,000 ยูนิต ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดสำคัญ ๆ เช่น ชลบุรี จะใกล้กับสนามบินอู่ตะเภา และกาญจนบุรี เป็นต้น

“ทุกโปรเจ็กต์ผมจะพัฒนาเป็นเมืองที่อยู่อาศัย โดยปีนี้จะนำร่องก่อน 2 โครงการ ประมาณ 12,000 ยูนิต มูลค่าการลงทุนมากกว่า 20,000 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ย 60,000 บาทต่อ ตร.ม. ซึ่งถือว่าถูกกว่าตลาด 25-30% และทุกยูนิตเป็นห้องพร้อมตกแต่ง โดยลูกค้าเป้าหมายมีทั้งผู้ที่ต้องการซื้อเป็นหลังแรก จะเป็นกลุ่มเฟิรต์จ็อบเบอร์ วัยทำงาน หรือซื้อเป็นบ้านหลังที่ 2 ในต่างจังหวัด” คีรีกล่าว

นำร่องศรีนครินทร์-คลองหลวง

“คีรี” กล่าวว่า สำหรับโครงการแรกใช้ชื่อว่าโครงการ “D:CODE ศรีนครินทร์” มีเนื้อที่ 42 ไร่ อยู่ห่างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีเอี่ยม 300 เมตร เป็นคอนโดฯสูง 8 ชั้น จำนวน 24 อาคาร รวม 4,150 ยูนิต มีห้อง 3 แบบ 30 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ราคา 1.89 ล้านบาท, 45 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคา 2.85 ล้านบาท และ 60 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคา 3.78 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตก่อสร้างและรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดว่าเริ่มทยอยก่อสร้างเดือนกันยายน 2569 แล้วเสร็จปลายเดือนธันวาคม 2571

อีกโครงการ “D:CRAFT คลองหลวง” อยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ใกล้ตลาดไท มีเนื้อที่ 115 ไร่ เป็นคอนโดฯสูงไม่เกิน 8 ชั้น ประมาณ 60 อาคาร จำนวน 7,500 ยูนิต มีห้อง 3 แบบ 30 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ราคา 1.6 ล้านบาท, 45 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคา 2.4 ล้านบาท และ 60 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคา 3.2 ล้านบาท

นอกจากนี้ภายในโครงการ จะมีระบบอีโคซิสเต็มของบีทีเอสกรุ๊ป จากการใช้บัตรแรบบิท ที่สามารถขึ้นได้ทั้งรถไฟฟ้า ใช้แตะเข้าโครงการ อาคาร และห้องพัก ยังมีระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย ด้วยการใช้เอไอในการตรวจจับและลาดตระเวนอย่างสม่ำเสมอ

D:CRAFT คลองหลวง

เปิดชมห้องจริง ก.พ.นี้

ขณะนี้ได้เปิดให้ลงทะเบียนแสดงความสนใจแล้ว พร้อมเปิดให้ชมห้องตัวอย่างในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 หากความต้องการมีจำนวนมากเกิน 12,000 ยูนิต จะมีการจับสลาก และโครงการนี้ตั้งใจทำเพื่อคนไทย จะเปิดให้ 1 คนต่อ 1 สิทธิ เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี หากเป็นไปตามเป้าหมายจะเปิดโครงการที่ 3 ต่อในเดือนมีนาคมนี้ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งในแผนเตรียมนำที่ดินย่านธนาซิตี้ 200 ไร่ มาพัฒนา

รวมถึงพื้นที่อื่น เช่น ย่านอู่ตะเภา แต่รอประเมินผลตอบรับจาก 2 โครงการแรกก่อน และการที่รัฐบาลมีนโยบายจะลดภาระค่าเดินทางรถไฟฟ้า ไม่ว่า 20 บาท หรือ 40 บาท ช่วยทำให้คนมีที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น ผมก็อยากให้สิ่งที่ตั้งใจ เกิดขึ้นได้อย่างเร็วที่สุด

“หัวใจสำคัญของโครงการบ้านชาวไทย คือการทำให้คนสามารถผ่อนบ้านได้ในราคาที่ใกล้เคียงกับค่าเช่า แต่ได้ครอบครองทรัพย์สินเป็นของตนเอง ผ่านการทำงานร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อเปิดประตูสู่การเป็นเจ้าของบ้าน ให้กับคนรุ่นใหม่ และผู้มีรายได้จำกัด แม้การลงทุนต้องมีกำไรเป็นเรื่องปกติ แต่โครงการนี้เราต้องการให้ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ใกล้ระบบขนส่งมวลชน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยภูมิใจว่านี่เป็นบ้านของตัวเองอย่างแท้จริง” คีรีกล่าวย้ำ

ด้าน“มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์” กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า โครงการบ้านชาวไทย มีกลุ่มลูกค้าเดียวกับพันธกิจของ ธอส. จึงเกิดความร่วมมือในการสนับสนุนสินเชื่อและออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน มีการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น เพื่อให้มีเงินงวดผ่อนเทียบเคียงกับค่าเช่า และทำให้คนไทยมีบ้านได้ พร้อมกันนี้ ธอส. ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่สินเชื่อคอยให้คำปรึกษาแก่ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์จะซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านชาวไทยและต้องการขอสินเชื่อกับธนาคาร เตรียมความพร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อและเพื่อให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘คีรี’ รีเทิร์นธุรกิจอสังหาฯ ทุ่มแสนล้าน ปั้น ‘บ้านชาวไทย’ 5 หมื่นยูนิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...