โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยันสต็อคปุ๋ยมีเพียงพอ ไม่ต้องกักตุน ย้ำผู้ค้าห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

Khaosod

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 06.36 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 06.36 น.

ค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจคลังปุ๋ย ย้ำสต็อกเพียงพอ เร่งหาแหล่งนำเข้าใหม่ ติดตามโครงสร้างราคา ดูแลเกษตรกรไม่ให้ได้รับผลกระทบ ย้ำผู้ค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาโทษหนัก

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ติดตามสถานการณ์ปุ๋ยเคมีอย่างใกล้ชิด หลังเกิดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อการค้า และการขนส่งสินค้า โดยวางมาตรการ ทั้งด้านปริมาณสินค้า แหล่งนำเข้า และการกำกับดูแลราคา เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงปุ๋ยได้อย่างเพียงพอในราคาที่เป็นธรรม และได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

พร้อมทั้งได้มอบหมายให้นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ปุ๋ยเคมี เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ณ คลังสินค้าของผู้จำหน่ายปุ๋ยรายใหญ่ ได้แก่ บริษัท เจียไต๋ จำกัด และปุ๋ยไวกิ้ง จ.พระนครศรีอยุธยา คลังเก็บปุ๋ยเคมีขนาดใหญ่ของประเทศ เพื่อติดตามปริมาณสต็อก และสถานการณ์การกระจายสินค้าในช่วงฤดูเพาะปลูก

จากการตรวจสอบพบว่า ยังคงมีปริมาณปุ๋ยเคมีจำนวนมาก โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 และผู้ประกอบการยังมีแผนนำเข้าสินค้าเพิ่มเติม เพื่อเติมสต็อก ส่งผลให้ภาพรวมปริมาณปุ๋ยในประเทศยังเพียงพอ รองรับความต้องการใช้ของภาคเกษตร โดยกรมการค้าภายในขอให้เกษตรกรมั่นใจในสถานการณ์สินค้า และไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อหรือกักตุน

นายวิทยากร กล่าวต่อว่า กรมฯ ได้ประชุมหารือร่วมกับ 3 สมาคมปุ๋ย ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ย และธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจการเกษตร เพื่อร่วมกันบริหารจัดการ และเตรียมรองรับความผันผวนของตลาดโลก โดยได้รับการยืนยันสต็อกปุ๋ยทั้งในโรงงาน และคลังสินค้ายังมีเพียงพอ และการสั่งซื้อแม่ปุ๋ยยังดำเนินการได้ตามปกติ

ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้เร่งกระจายความเสี่ยงด้านการนำเข้า โดยขยาย และหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยเพิ่มเติมจากหลายประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดตะวันออกกลาง โดยประเทศไทยมีแหล่งนำเข้าจากหลายภูมิภาค เช่น โอมาน จีน รัสเซีย แคนาดา เกาหลีใต้ ยุโรป และอาเซียน ทำให้ระบบจัดหาปุ๋ยมีความยืดหยุ่นสูง และสามารถทดแทนแหล่งนำเข้าได้หากสถานการณ์ยืดเยื้อ

นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้ประสานกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มอบหมายสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก เร่งสำรวจ และหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยใหม่ที่มีศักยภาพ รวมถึงเร่งเจรจากับทางการจีนเพื่อผ่อนคลายมาตรการ และเพิ่มปริมาณส่งออกปุ๋ยฟอสเฟตมายังไทย เพื่อให้การนำเข้าปุ๋ยดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านการดูแลราคา กรมฯ ได้กำกับติดตามราคาปุ๋ยอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายอย่างเข้มงวด หลังพบร้านค้าบางพื้นที่ปรับราคาสูงขึ้นกระสอบละ 50–100 บาท โดยผู้ผลิตยืนยันว่าสินค้าสต็อกเดิมยังจำหน่ายราคาเดิม พร้อมกำชับห้ามจำกัดการขาย ห้ามกักตุนสินค้า และห้ามขายพ่วงปุ๋ยโดยเด็ดขาด

“กรมฯ จะติดตามสถานการณ์การค้าโลก และต้นทุนอย่างใกล้ชิด ควบคู่การบริหารจัดการ และกำกับดูแลราคา เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดปุ๋ย ขอเตือนผู้ประกอบการ ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร หากฝ่าฝืนมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” นายวิทยากร กล่าว

ทั้งนี้ หากประชาชนหรือเกษตรกรพบการจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยันสต็อคปุ๋ยมีเพียงพอ ไม่ต้องกักตุน ย้ำผู้ค้าห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...