โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เบาหวาน VS ไทรอยด์ 2 กลไกฮอร์โมนที่ทำให้ "น้ำหนักขึ้นง่าย ลงยาก"

PPTV HD 36

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 07.26 น. • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
น้ำหนักขึ้นง่ายลดยาก อาจไม่ใช่แค่พฤติกรรมการกิน แต่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนสำคัญ เช่น อินซูลินและไทรอยด์ ที่ส่งผลต่อการเผาผลาญและการสะสมไขมันในร่างกาย ควรตรวจประเมินให้ชัดเจน

หลายคนพยายามควบคุมอาหาร ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ตัวเลขบนตาชั่งกลับไม่ขยับอย่างที่คาดหวัง บางคนน้ำหนักลดลงได้เล็กน้อย แล้วก็เด้งกลับขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว ซึ่งในความเป็นจริง ‘น้ำหนักตัว’ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมนที่ควบคุมการเผาผลาญและการจัดเก็บพลังงานในร่างกาย โดยเฉพาะ “อินซูลิน” และ “ฮอร์โมนไทรอยด์” ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อสมดุลน้ำหนักอย่างมาก

เช็กด่วน! 7 สัญญาณเตือนโรคไต ปัสสาวะมีฟอง ปวดหลัง ต้องระวัง

เตือน “อีสุกอีใส” ระบาด เด็กป่วยมาก ผู้ใหญ่เสี่ยงอาการรุนแรง

กลไก 2 ระบบ ที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นแบบผิดปกติ

‘เบาหวาน’ สัมพันธ์กับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น

โรคเบาหวาน หรือ Diabetes Mellitus (DM) เกี่ยวข้องโดยตรงกับฮอร์โมน “อินซูลิน” ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยช่วยนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน ในผู้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance) ร่างกายจะตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี ทำให้ต้องผลิตอินซูลินมากขึ้นเพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ดังนั้น ระดับอินซูลินที่สูงต่อเนื่องจึงมีผลไปกระตุ้นการสะสมไขมัน โดยเฉพาะบริเวณช่องท้อง

ผู้ที่อยู่ในภาวะก่อนเป็นเบาหวาน หรือเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 จึงอาจพบว่า ตัวเองน้ำหนักเพิ่มขึ้นง่าย และลดได้ยาก แม้ควบคุมอาหารในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม นอกจากนี้ ภาวะน้ำตาลในเลือดแกว่ง ยังไปกระตุ้นความหิวและความอยากอาหาร ทำให้เราควบคุมพฤติกรรมการกินได้ยากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

สัญญาณเตือนเสี่ยง ‘เบาหวาน’ ที่ควรสังเกต!

  • น้ำหนักและสัดส่วนเพิ่มขึ้นตรงบริเวณรอบเอว
  • รู้สึกอ่อนเพลียหลังรับประทานอาหาร
  • หิวบ่อย หรืออยากของหวาน
  • ค่าน้ำตาลในเลือดหรือ HbA1c สูงกว่าปกติ

‘ไทรอยด์’ สัมพันธ์กับการเผาผลาญที่ช้าลง

ต่อมไทรอยด์ ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมอัตราการเผาผลาญพื้นฐานของร่างกาย หรือ Basal Metabolic Rate (BMR) หากเปรียบเทียบร่างกายเหมือนเครื่องยนต์ ไทรอยด์ก็คือตัวควบคุมความเร็วรอบนั่นเอง

ภาวะไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism)

การเผาผลาญจะช้าลง ทำให้ร่างกายใช้พลังงานลดลง ถึงแม้จะทานปริมาณอาหารเท่าเดิม จึงส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มได้ง่ายขึ้น บางรายอาจมีอาการบวมน้ำร่วมด้วย ทำให้น้ำหนักเพิ่มโดยไม่ได้เกิดจากไขมันเพียงอย่างเดียว

อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง
  • หนาวง่าย
  • ผิวแห้ง ผมร่วง
  • ท้องผูก
  • น้ำหนักเพิ่มแม้รับประทานไม่มาก

ภาวะนี้สามารถตรวจประเมินได้จากระดับฮอร์โมน เช่น TSH และ Free T4

ภาวะไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism)

ต่อมไทรอยด์จะผลิตฮอร์โมนมากกว่าปกติ ส่งผลให้อัตราการเผาผลาญพื้นฐานของร่างกาย (Basal Metabolic Rate: BMR) สูงขึ้น ร่างกายจึงใช้พลังงานมากกว่าปกติ แม้จะรับประทานอาหารในปริมาณเท่าเดิม แต่น้ำหนักตัวอาจลดลงได้โดยไม่ตั้งใจ บางรายอาจรับประทานเพิ่มขึ้นแต่ยังคงน้ำหนักลด เนื่องจากร่างกายเผาผลาญพลังงานรวดเร็วเกินสมดุล

อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ใจสั่น มือสั่น ชีพจรเต้นเร็ว
  • เหงื่อออกมาก
  • ขี้ร้อน
  • รู้สึกอ่อนเพลีย หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ภาวะดังกล่าวสะท้อนถึงความผิดปกติของสมดุลฮอร์โมน จึงอาจส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด มวลกระดูก และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสมนั่นเอง

ความแตกต่างระหว่าง ‘เบาหวาน’ VS ‘ไทรอยด์’

แม้ทั้งเบาหวานและภาวะไทรอยด์ต่ำจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ แต่กลไกของร่างกายกลับทำงานแตกต่างกัน

  • เบาหวาน เกี่ยวข้องกับการ ‘จัดการน้ำตาลและการสะสมไขมัน’
  • ส่วนไทรอยด์ต่ำ เกี่ยวข้องกับ ‘ความเร็วของการเผาผลาญพลังงาน’

ในบางกรณี อาการอาจคล้ายกัน เช่น เหนื่อยง่าย น้ำหนักเพิ่ม สมาธิลดลง ทำให้ยากต่อการแยกแยะด้วยตนเอง และในบางคนอาจพบทั้ง 2 ภาวะนี้ร่วมกัน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน ดังนั้น การวินิจฉัยควรอาศัยการตรวจเลือดและการประเมินโดยแพทย์ ไม่ควรสรุปเองจากอาการเพียงอย่างเดียว

ควรตรวจอะไร? เมื่อสงสัยว่าฮอร์โมนมีปัญหา

การตรวจพื้นฐานที่มักใช้ประเมิน ได้แก่

  • ระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Plasma Glucose)
  • HbA1c
  • ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ เช่น TSH และ Free T4

พราะการตรวจเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของระบบเผาผลาญและฮอร์โมนได้ชัดเจนขึ้น ก่อนวางแผนการรักษาหรือการควบคุมน้ำหนักอย่างเหมาะสม

น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นไม่ได้สะท้อนเพียงวินัยหรือพฤติกรรมเสมอไป เพราะระบบฮอร์โมนมีอิทธิพลอย่างมากต่อการเผาผลาญ การสะสมพลังงาน และระดับความหิว การพยายามลดน้ำหนักโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง อาจทำให้รู้สึกท้อแท้และหมดกำลังใจ การประเมินสุขภาพอย่างเหมาะสมจะช่วยให้การดูแลตัวเองตรงจุด และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น การดูแลน้ำหนักอย่างยั่งยืน ไม่ได้เริ่มจากการพยายามให้มากขึ้นเสมอไป แต่อาจเริ่มจากการทำความเข้าใจว่า “ระบบใดในร่างกายกำลังทำงานผิดสมดุล” แล้วจึงค่อยๆ ปรับแก้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

‘Diabetes & Thyroid Can Check’ ดูแลมากกว่าค่าตัวเลข เพื่อสุขภาพที่มั่นคงในระยะยาว

Diabetes & Thyroid Can Check โปรแกรมตรวจติดตามและดูแลสุขภาพแบบองค์รวม สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคไทรอยด์ ต่อเนื่องตลอด 1 ปี ซึ่งต้องได้รับการประเมินจากอายุรแพทย์ต่อมไร้ท่ออย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพียงแพ็กเกจตรวจสุขภาพทั่วไป แต่เป็นระบบการดูแลที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังสามารถติดตามผลการรักษา ปรับพฤติกรรม และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้ในอนาคต เพราะการควบคุมโรคเรื้อรังที่ดี ไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อมีอาการ แต่คือการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสมดุลสุขภาพในทุกมิติของชีวิตนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเครือพญาไท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...