โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศบก. เตรียมมาตรการรับมือผลกระทบด้านพลังงาน-เศรษฐกิจ-ราคาสินค้า ช่วยเหลือคนไทยพื้นที่เสี่ยง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ศบก. เตรียมมาตรการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง อย่างรอบด้าน ทั้งด้านพลังงาน เศรษฐกิจ ราคาสินค้า และการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง

วันนี้ (13 มีนาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เป็นประธานการประชุม ศบก. ครั้งที่ 3/2569 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง การท่องเที่ยว แรงงาน และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทยในมิติต่าง ๆ

ที่ประชุมฯ ได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของ ศบก. ในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจ ได้แก่ ผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงแนวทางการดูแลราคาน้ำมันและการหาแหล่งพลังงานทางเลือกนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง การป้องกันการกักตุนน้ำมันและพลังงานเชื้อเพลิง และมาตรการประหยัดพลังงาน ประเด็นเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย “มยุรีนารี” ถูกโจมตีและได้รับความเสียหายบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ การช่วยเหลือลูกเรือไทย การอพยพคนไทยในตะวันออกกลางออกจากพื้นที่เสี่ยง และการป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน

กระทรวงการต่างประเทศ รายงานสถานการณ์การสู้รบ และสถานการณ์การช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งการโจมตีระหว่างฝ่ายสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป โดยอิหร่านได้ยกระดับการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การเดินเรือ ระบบไซเบอร์ ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ในหลายประเทศในภูมิภาค ส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดขยายไปยังช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยกระทรวงการต่างประเทศจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับกรณีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย ถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 สะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์ซึ่งคุกคามความปลอดภัยของพลเรือนทั้งในและนอกภูมิภาค รวมถึงคนไทย พร้อมเรียกร้องให้มีการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและขอให้ทุกฝ่ายกลับสู่การเจรจา ขณะเดียวกัน วานนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยมาพบ และได้ประท้วงอย่างสูงสุดต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือสัญชาติไทย พร้อมขอให้ทางอิหร่านออกแถลงการณ์ขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเอกอัครราชทูตอิหร่านฯ ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและรับจะไปรายงานการประท้วงของไทยให้เมืองหลวงทราบต่อไป และในวันเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน โดยขอบคุณโอมานที่ให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยจำนวน 20 คน ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูตไทยได้ประสานพูดคุยกับเจ้าของเรือ และพร้อมดำเนินการนำลูกเรือไทยออกจากพื้นที่ ขณะที่ลูกเรืออีก 3 คนที่สูญหาย กระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งประสานเพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป

กระทรวงพลังงาน รายงานสถานการณ์ด้านพลังงาน โดยสถานการณ์การใช้น้ำมันในประเทศไทยช่วง 2 วันที่ผ่านมา กลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น ซึ่งในวันนี้ กรมธุรกิจพลังงานและพลังงานจังหวัดทั่วประเทศตรวจสำรองน้ำมันในคลังทั้ง 122 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าไทยมีปริมาณน้ำมันเพียงพอ

สำหรับการจัดหาปริมาณน้ำมันดิบ น้ำมันเชื้อเพลิง ขณะนี้มีปริมาณน้ำมันที่จัดหาไว้เพียงพอต่อการใช้งานรวม 98 วัน พร้อมหารือเพื่อสนับสนุนการจัดหาแหล่งพลังงานสำรองอื่น ๆ ให้กับประเทศไทย รวมถึงแนวทางลดผลกระทบต่อราคาน้ำมัน และมาตรการลดใช้พลังงาน ซึ่งกระทรวงพลังงานได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีแล้ว และได้แจ้งขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจะมีแคมเปญต่าง ๆ เกิดขึ้นในช่วงต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจะบูรณาการความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อรับมือสถานการณ์ด้านพลังงานต่อไป

กระทรวงพาณิชย์ รายงานสถานการณ์ด้านราคาสินค้าและภาวะการค้า พร้อมประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้ง และผลกระทบทั้งทางตรง ทางอ้อม และผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์ได้รายงานมาตรการเพื่อรับมือสถานการณ์ดังกล่าว ได้แก่ การตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าที่เชื่อมโยงกับพลังงาน ขณะที่การขอปรับราคาสินค้าจะพิจารณาอนุญาตตามต้นทุนที่แท้จริงที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น และหากพบการฉวยโอกาสหรือกักตุน จะมีบทลงโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมีมาตรการดูแลปัจจัยการผลิต (ปุ๋ยเคมี) โดยสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดตรวจสอบการจำหน่ายปุ๋ยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา รวมถึงโครงการธงเขียวช่วยเหลือต้นทุนปุ๋ย และการช่วยเหลือเรื่องอาหารสัตว์ ขณะที่การช่วยเหลือเรื่องค่าระวางเรือและค่าประกัน กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันวางแนวทางช่วยเหลือต่อไป

กระทรวงคมนาคม รายงานสถานการณ์การช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้าง และสถานการณ์การปิดสนามบินในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินที่บินมาประเทศไทยใน 5 สนามบินหลัก ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และกระบี่ เฉลี่ยกว่า 60 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารได้รับผลกระทบกว่า 6,000 คน และตัวเลขสะสมที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินรวมกว่าแสนคน อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมได้เร่งประสานและให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารที่ตกค้างอย่างเร่งด่วน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...