ทุกบ้านเคยพลาด 7 ข้อผิดพลาดในการใช้ตู้เย็น ทำค่าไฟพุ่ง
ผู้เชี่ยวชาญเผย 7 เคล็ดลับการใช้ตู้เย็นที่ช่วยให้ประหยัดไฟมากขึ้น ชี้ทุกบ้านเคยทำผิดพลาดอย่างน้อย 3 ข้อ บอกเลยว่ามองข้ามได้ง่ายมาก!
การใช้ตู้เย็นอย่างถูกวิธีไม่ได้มีผลแค่ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องเท่านั้น แต่ยังช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า และทำให้การเก็บรักษาอาหารปลอดภัยต่อสุขภาพมากขึ้นด้วย
ตู้เย็นเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องทำงานตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทุกวัน ต่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่นที่เปิด–ปิดเป็นครั้งคราว ยิ่งในช่วงอากาศร้อน ระบบทำความเย็นก็ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในเครื่อง อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการใช้งานบางอย่างที่หลายคนทำเป็นประจำ อาจทำให้ตู้เย็นกินไฟมากขึ้น เสื่อมสภาพเร็ว หรือทำให้อาหารเก็บรักษาได้ไม่ดีเท่าที่ควร
ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าระบุว่า มีพฤติกรรมการใช้ตู้เย็นผิดวิธีที่พบได้บ่อยอยู่หลายข้อ ดังนี้
1. วางตู้เย็นชิดผนังมากเกินไป
ตู้เย็นต้องระบายความร้อนผ่านคอนเดนเซอร์หรือแผงระบายความร้อนที่อยู่ด้านหลังหรือด้านข้าง หากวางชิดผนังเกินไปจะทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นและกินไฟมากขึ้น
คำแนะนำ: ควรเว้นระยะห่างจากผนังอย่างน้อยประมาณ 10–15 เซนติเมตร หรือให้เป็นไปตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อให้การระบายอากาศทำได้ดี
2. ใส่อาหารแน่นเกินไปในตู้เย็น
การใส่อาหารจนเต็มแน่นเกินไปจะขัดขวางการหมุนเวียนของอากาศเย็นภายในตู้เย็น ทำให้อุณหภูมิในแต่ละจุดไม่สม่ำเสมอ และระบบทำความเย็นต้องทำงานหนักขึ้น
คำแนะนำ: ควรจัดวางอาหารให้มีช่องว่างพอสมควร โดยทั่วไปควรใช้พื้นที่ประมาณ 70–80% ของความจุตู้เย็น เพื่อให้อากาศเย็นไหลเวียนได้ทั่วถึง
3. เปิดตู้เย็นบ่อยหรือเปิดค้างไว้นาน
ทุกครั้งที่เปิดประตู อากาศเย็นจะไหลออกและอากาศอุ่นจากภายนอกจะเข้าไปแทนที่ ทำให้ระบบต้องใช้พลังงานเพิ่มเพื่อปรับอุณหภูมิกลับมาอยู่ในระดับเดิม
คำแนะนำ: ควรคิดล่วงหน้าว่าจะหยิบอะไรจากตู้เย็นก่อนเปิด และปิดประตูให้สนิททันทีหลังใช้งาน
4. นำอาหารที่ยังร้อนเข้าตู้เย็นทันที
อาหารที่ยังมีความร้อนสูงจะทำให้อุณหภูมิภายในตู้เย็นเพิ่มขึ้นชั่วคราว ส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักขึ้นเพื่อปรับอุณหภูมิกลับมา นอกจากนี้ยังอาจส่งผลต่ออาหารอื่นที่เก็บอยู่ใกล้เคียง
คำแนะนำ: ควรปล่อยให้อาหารเย็นลงจนอยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนนำเข้าตู้เย็น
5. ไม่ดูแลทำความสะอาดขอบยางประตู
ยางขอบประตูหรือซีลยางมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้อากาศเย็นรั่วออก หากมีฝุ่น คราบสกปรก หรือยางเริ่มเสื่อมสภาพ อาจทำให้ประตูปิดไม่สนิท ส่งผลให้ตู้เย็นทำงานหนักขึ้นโดยไม่จำเป็น
คำแนะนำ: ควรเช็ดทำความสะอาดยางขอบประตูเป็นประจำ และตรวจสอบว่ายังมีความยืดหยุ่นดีหรือไม่
6. ตั้งอุณหภูมิต่ำเกินความจำเป็น
การตั้งอุณหภูมิต่ำสุดตลอดเวลาไม่ได้ช่วยให้เก็บอาหารได้นานขึ้นมากนัก แต่จะทำให้เครื่องใช้พลังงานมากขึ้น
ค่าที่แนะนำโดยทั่วไป:
- ช่องแช่เย็นประมาณ 3–5°C
- ช่องแช่แข็งประมาณ -18°C
อุณหภูมินี้เพียงพอสำหรับการเก็บรักษาอาหารอย่างปลอดภัยและช่วยประหยัดพลังงาน
7. ละเลยการละลายน้ำแข็งและทำความสะอาดตู้เย็น
สำหรับตู้เย็นที่ไม่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ หากปล่อยให้น้ำแข็งสะสมหนาเกินไป จะทำให้การถ่ายเทความเย็นไม่มีประสิทธิภาพและใช้พลังงานมากขึ้น นอกจากนี้ฝุ่นที่เกาะบนแผงระบายความร้อนด้านหลังก็ทำให้การระบายความร้อนแย่ลงได้เช่นกัน
คำแนะนำ: ควรทำความสะอาดตู้เย็นและตรวจเช็กแผงระบายความร้อนเป็นระยะ โดยอาจทำความสะอาดครั้งใหญ่ทุกประมาณ 3–6 เดือน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทุกบ้านเคยพลาด 7 ข้อผิดพลาดในการใช้ตู้เย็น ทำค่าไฟพุ่ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th