โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BH ตะวันออกกลางกระทบจำกัด โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 210 บ.

ทันหุ้น

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 13.37 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 01.00 น.

#BH #ทันหุ้น – BH ประเมินความขัดแย้งตะวันออกกลางกระทบธุรกิจจำกัด เมื่อเทียบช่วงโควิด-19 ที่ปิดพรมแดนทั่วโลก ย้ำชัดโครงสร้างรายได้ผู้ป่วยต่างชาติกระจายตัวมากขึ้น เดินหน้าขยายศูนย์แพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีรักษาโรคซับซ้อน ด้านนักวิเคราะห์ ชี้รายได้กลุ่ม Non-ME เพิ่ม แนะ “ซื้อ” ให้เป้า 210 บาท มอง Pent-up Demand ผู้ป่วยตะวันออกกลางหนุนรายได้และมาร์จิ้นฟื้นหลังสถานการณ์คลี่คลาย

แหล่งข่าวจาก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH เปิดเผยว่า โรงพยาบาลประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะอยู่ในกรอบจำกัด เมื่อเทียบกับช่วงโควิด-19 ที่หลายประเทศปิดพรมแดนและระงับการเดินทางระหว่างประเทศ

*กระจายฐานลูกค้า

ประกอบกับตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมาโรงพยาบาลเดินหน้าบริหารสัดส่วนผู้ป่วย ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2568 โดยโครงสร้างรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติมีการกระจายตัวมากขึ้น ทั้งสหรัฐอเมริกาเติบโต 14% เมียนมาเติบโต 20% และบังกลาเทศเติบโต 5% ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติกลุ่มอื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน โรงพยาบาล เร่งเพิ่มศักยภาพ – ขีดความสามารถในการรักษาโรคยากที่มีความซับซ้อนครอบคลุมทั้งโรคร้ายแรง – โรคเรื้อรังไม่ติดต่อ เพิ่มศักยภาพเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง สะท้อนจากโรงพยาบาลได้รับการจัดอันดับ The World’s Best Hospital อันดับที่ 96 ของโลก จาก Newsweek และ Statista ช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพการรักษาและมาตรฐานบริการในระดับสากล

“ปัจจุบันการเดินทางจากภูมิภาคตะวันออกกลางไม่ได้ถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง หลายประเทศยังเดินทางได้อยู่ มีเพียงบางประเทศที่ต้องชะลอการเดินทางชั่วคราว เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงการเดินทางเข้ามารับการรักษาก็มีแนวโน้มจะเร่งตัวขึ้น”

*ขยายศูนย์แพทย์เฉพาะทาง

ขณะเดียวกันโรงพยาบาลยังเดินหน้าลงทุนขยายศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรักษา ครอบคลุมทั้งโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อร้ายแรง พร้อมพัฒนาศูนย์เฉพาะทางเพิ่มเติม อาทิ คลินิกกระดูกสันหลังและการเคลื่อนไหว (Spine and Movement) และศูนย์มะเร็ง (Oncology) ซึ่งมีการแยกหน่วยรักษาเฉพาะทางเพื่อรองรับผู้ป่วยโรคซับซ้อนมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการประสานการทำงานระหว่างศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและตัวโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาและการส่งต่อผู้ป่วยอย่างครบวงจร โดยมุ่งยกระดับผลลัพธ์การรักษาและรักษามาตรฐานบริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ป่วยและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

*แนะ “ซื้อ” เป้า 210 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุในบทวิเคราะห์กลยุทธ์ KSS มีความเห็นสอดคล้องกับการประเมินของ Mitsubishi UFJ Financial Group ที่คาดการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางน่าจะสินสุดใน 4-8 สัปดาห์ ประกอบกับตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2569 สนามบินหลัก (ดูไบ,โดฮา,อาบูดาบี) และสายการบินของตะวันออกกลางส่วนใหญ่กลับมาให้บริการ จึงประเมินว่าการชะลอตัวของกลุ่มตะวันออกกลางจะเป็นผลกระทบชั่วคราวต่อ BH

*รายได้ตะวันออกกลางแค่ 23.7%

ขณะเดียวกัน BH สามารถกระจายสัดส่วนคนไข้ได้ครอบคลุมมากขึ้น โดย ณ สิ้นปี 2568 BH มีรายได้ต่างชาติสัดส่วน 65.6% เป็นรายได้กลุ่มตะวันออกกลางสัดส่วน 23.7% และรายได้ต่างชาติอื่นๆ (Non ME) สัดส่วน 41.9%

ประกอบกับศักยภาพในการรักษาโรคยากซับซ้อน, มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงและมี Intensily ค่ารักษาตามความซับซ้อนโรคเพิ่มขึ้น จึงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 7.5 พันล้านบาท ทรงตัวจากปี 2568 สะท้อนสมมติฐานความเสี่ยงตะวันออกกลางยึดเยื่อราว 10 สัปดาห์ พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 210 บาท โดย Pent-up Demand ของลูกค้าตะวันออกกลางที่ชะลอการเดินทางและเลื่อนการรักษามีโอกาสเร่งตัวหลังสถานการณ์คลี่คลาย จะเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของรายได้และ Margin มีแนวโน้มดีกว่าคาด มองเป็นโอกาสสะสมจากราคาหุ้นปรับลง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...