โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสตอนที่ 50 จีนปี 2040 : ภาพอนาคตมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลก

The Bangkok Insight

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ประเทศไทยต้องเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสตอนที่ 50 "จีนปี 2040" ภาพอนาคตของมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลก

ในช่วงสี่ทศวรรษที่ผ่านมา โลกได้เห็น ปาฏิหาริย์เศรษฐกิจจีน ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ จากประเทศเกษตรกรรมที่ยากจนและปิดตัวเองสู่ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำที่กลายเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจโลกในศตวรรษที่ 21

เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส

ปัจจุบัน จีนเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสองของโลก รองเพียงสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่น และการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง นักวิเคราะห์เศรษฐกิจหลายสำนักคาดการณ์ตรงกันว่า ภายใน ปี ค.ศ. 2038–2045 จีนจะก้าวขึ้นเป็น เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลก อย่างเต็มตัว ไม่ใช่เพียงในเชิงมูลค่า GDP แต่ในเชิงอิทธิพลทางเทคโนโลยี การเงิน และมาตรฐานเศรษฐกิจโลก

เส้นทางสู่การเป็นอันดับหนึ่ง: จากแรงงานราคาถูกสู่เศรษฐกิจแห่งนวัตกรรม

เสาหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนคือ การเปลี่ยนฐานเศรษฐกิจ จากประเทศผู้ผลิตสินค้าต้นทุนต่ำ ไปสู่ประเทศผู้สร้างเทคโนโลยีขั้นสูง จีนได้ปรับยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ยุคเติ้ง เสี่ยวผิง ที่เปิดประเทศและดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ไปจนถึงยุค สี จิ้นผิง ที่เน้นการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านยุทธศาสตร์ระดับชาติอย่าง Made in China 2025, China Standards 2035 และ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 (2021–2025) ซึ่งมุ่งเปลี่ยนจีนจาก ผู้ตามเทคโนโลยี เป็น ผู้กำหนดทิศทางเทคโนโลยีโลก

ด้วยการลงทุนด้าน การวิจัยและพัฒนา (R&D) มากกว่า 2.6% ของ GDP ต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 600,000 ล้านดอลลาร์ จีนจึงกลายเป็นประเทศที่มีการจดสิทธิบัตรมากที่สุดในโลกติดต่อกันหลายปี และเป็นผู้นำในสาขาสำคัญ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ชิปอิเล็กทรอนิกส์, ควอนตัมคอมพิวติ้ง, เทคโนโลยีอวกาศ และยานยนต์ไฟฟ้า แนวโน้มนี้ทำให้จีนมีแนวโน้มจะแซงหน้าสหรัฐฯ ด้านขนาดเศรษฐกิจโดยรวมภายใน ปี 2040 และกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งนวัตกรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่: ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและตลาดภายใน

เศรษฐกิจจีนในปี 2040 จะไม่ใช่จีนที่ส่งออกเพื่อโต แบบเดิมอีกต่อไป แต่จะเป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยตลาดภายในประเทศ และ เทคโนโลยีแห่งอนาคต ภายใต้นโยบาย Dual Circulation Strategy ที่เริ่มใช้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 14 จีนได้ออกแบบให้เศรษฐกิจภายในเป็นวงจรหลัก ที่ขับเคลื่อนการบริโภคและนวัตกรรมภายในประเทศ พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับวงจรภายนอก ผ่านการค้าระหว่างประเทศและการลงทุนในโครงการ Belt and Road Initiative (BRI)

เมื่อถึงปี 2040 ประชากรจีนกว่า 1.4 พันล้านคนจะเปลี่ยนจากแรงงานผลิตสินค้า มาเป็น ผู้บริโภคเทคโนโลยี ที่มีกำลังซื้อสูง จีนคาดว่าจะมีชนชั้นกลางกว่า 700 ล้านคน ซึ่งจะกลายเป็นฐานการบริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้ภาคบริการ เทคโนโลยีดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียวกลายเป็นเครื่องยนต์หลักของการเติบโต เศรษฐกิจจีนในยุคนั้นจะมีสัดส่วนภาคเทคโนโลยีและบริการมากกว่า 70% ของ GDP ในขณะที่ภาคการผลิตยังคงเป็นฐานสำคัญที่มีความสามารถแข่งขันสูงด้วยระบบอัตโนมัติและ AI

เทคโนโลยีจีน 2040: จากการผลิตสู่การออกแบบอนาคตโลก

จุดเด่นที่สุดของเศรษฐกิจจีนในปี 2040 คือความเป็นผู้นำด้าน เทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเฉพาะใน 5 สาขาหลักที่รัฐบาลได้ระบุไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ ได้แก่

ปัญญาประดิษฐ์ (AI): จีนจะเป็นผู้นำในการพัฒนา AI เชิงลึก ครอบคลุมตั้งแต่ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ การแพทย์แม่นยำ ไปจนถึงการบริหารภาครัฐแบบอัจฉริยะ

เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology): จีนคาดว่าจะเป็นประเทศแรกที่ใช้อินเทอร์เน็ตควอนตัม เพื่อสื่อสารอย่างปลอดภัยระดับโลก

พลังงานสะอาด: การลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และไฮโดรเจนสีเขียว จะทำให้จีนกลายเป็น มหาอำนาจพลังงานสะอาด ที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญ

ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งอัจฉริยะ: เมืองใหญ่ของจีนจะเต็มไปด้วยรถยนต์ไร้คนขับ รถไฟความเร็วสูงรุ่นใหม่ และระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงแบบเรียลไทม์

เทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์ดิจิทัล: จีนจะเป็นผู้นำด้านยารักษาโรคเฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) และเทคโนโลยีชีวภาพทางอาหาร

เมื่อเทคโนโลยีเหล่านี้รวมเข้ากับกำลังการผลิตระดับมหึมา จีนจะไม่เพียงเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้า แต่จะกลายเป็นประเทศผู้ผลิตนวัตกรรม ที่กำหนดมาตรฐานของโลก เช่นเดียวกับที่สหรัฐเคยทำในศตวรรษที่ 20

เศรษฐกิจดิจิทัลและเงินหยวนดิจิทัล: การปฏิวัติทางการเงินของโลก

อีกปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจจีนแข็งแกร่งในปี 2040 คือระบบการเงินดิจิทัล ที่จีนกำลังวางรากฐานในปัจจุบัน ผ่านการพัฒนา เงินหยวนดิจิทัล (Digital Yuan หรือ e-CNY) ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลภายใต้การควบคุมของธนาคารกลางจีน

ในอนาคต เงินหยวนดิจิทัลจะกลายเป็นเครื่องมือหลักในการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่เข้าร่วมโครงการ Belt and Road ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐและสร้างระบบการชำระเงินระหว่างประเทศที่เป็นอิสระจากอิทธิพลของตะวันตก การใช้ e-CNY ควบคู่กับเทคโนโลยีบล็อกเชนจะทำให้การค้าระหว่างประเทศมีความโปร่งใส รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น นี่คือการปูทางสู่ “ยุคหลังดอลลาร์” ที่จีนจะมีบทบาทนำในระบบการเงินโลก

ธนกร สังขรัตน์

เศรษฐกิจสีเขียวและสมดุลใหม่ของการเติบโต

เมื่อถึงปี 2040 จีนคาดว่าจะบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality หรือการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2060 ซึ่งหมายความว่าโครงสร้างเศรษฐกิจในปี 2040 จะเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจสีเขียวเต็มรูปแบบ ภาคพลังงานจะถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 60% ของทั้งหมด เมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น จะกลายเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) ที่บริหารจัดการทรัพยากรผ่านระบบข้อมูลแบบเรียลไทม์ ขยะถูกรีไซเคิล 100% และระบบขนส่งปลอดมลพิษ

เศรษฐกิจสีเขียวของจีนจะไม่ใช่เพียงนโยบายภายในประเทศ แต่จะเป็น “สินค้าส่งออกทางเทคโนโลยี” เช่น แผงโซลาร์เซลล์รุ่นใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีการจัดการพลังงาน ซึ่งจีนจะเป็นผู้นำตลาดโลกในด้านเหล่านี้อย่างแท้จริง

อิทธิพลระดับโลกและโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่

เมื่อจีนก้าวขึ้นเป็นเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลกในปี 2040 โลกจะเห็น การกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจ จากฝั่งตะวันตกมาสู่เอเชียอย่างชัดเจน โครงการ Belt and Road Initiative (BRI) จะครอบคลุมมากกว่า 150 ประเทศ และเชื่อมโยงประชากรกว่า 5,000 ล้านคนเข้ากับระบบเศรษฐกิจที่จีนเป็นแกนกลาง สถาบันการเงินจีน เช่น AIIB (Asian Infrastructure Investment Bank) จะกลายเป็นสถาบันหลักของการลงทุนระดับโลก แทนที่ธนาคารโลกหรือ IMF

ในเชิง Soft Power จีนจะมีบทบาทในด้านวัฒนธรรม การศึกษา และเทคโนโลยีมากขึ้น มหาวิทยาลัยจีนจะเป็นปลายทางของนักศึกษาทั่วโลก ขณะที่แพลตฟอร์มเทคโนโลยีจีน เช่น Alibaba Cloud, Tencent AI, และ ByteDance จะมีบทบาทไม่ต่างจาก Google หรือ Microsoft ในปัจจุบัน

บทสรุป: ปี 2040 เมื่อจีนกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกอย่างแท้จริง

ในปี 2040 จีนจะไม่ใช่แค่ประเทศที่มี GDP ใหญ่ที่สุดในโลก แต่จะเป็น สถาปนิกของระบบเศรษฐกิจโลกใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเชื่อมโยงอย่างยั่งยืน ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีนจะอยู่ที่ “โครงสร้างที่สมดุล” ระหว่างอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และการบริโภคภายในประเทศ

จีนในปี 2040 จะมีลักษณะเป็น เศรษฐกิจนวัตกรรมสีเขียวที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและตลาดภายในขนาดยักษ์ มีระบบการเงินดิจิทัลที่เป็นอิสระจากตะวันตก และมีเครือข่ายเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่ผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้นภายใต้โครงการ Belt and Road ในยุคนั้น โลกอาจไม่ได้พูดถึงอเมริกันดรีม อีกต่อไป แต่จะพูดถึง Chinese Vision-วิสัยทัศน์แห่งศตวรรษที่ 21 ที่จีนเป็นผู้นำเศรษฐกิจของโลกอย่างสง่างามและมั่นคง

บทความโดย: ธนกร สังขรัตน์ กรรมการผู้จัดการ Fabulous Pillar Co., Ltd. (Myanmar)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...