‘สรพงศ์’กลับบ้านแล้ว
“ข่าวดรามาดาราที่ไม่มางานศพแม่ ทำให้กลับมาคิดอีกครั้ง…
“ความกตัญญูไม่มีคำว่ารอเวลา” พ่อแม่ทุกคนรักลูกเสมอแต่ลูกบางคน…กลับลืมรักคนที่ให้ชีวิต
ตอนที่ท่านยังมีลมหายใจ การเยี่ยม การดูแล การใส่ใจ คือสิ่งที่มีค่าที่สุด อย่าปล่อยให้คำว่า “สายเกินไป” กลายเป็นความเสียใจตลอดชีวิต
บางคน… เพิ่งคิดถึงพ่อแม่ในวันที่ไม่มีท่านให้กอดแล้ว ความกตัญญูไม่ใช่คำพูดสวยหรู
แต่มันคือ “การกระทำในวันที่ท่านยังมีชีวิตอยู่”
อย่าปล่อยให้ความโกรธ ความทิฐิ หรือข้ออ้างใดๆ ทำให้เราพลาดโอกาสดูแลคนที่รักเราที่สุดในชีวิต
เพราะเมื่อถึงวันหนึ่ง…พวงหรีดทั้งงาน ก็แทนคำขอโทษไม่ได้
ถ้ายังมีพ่อแม่ให้กลับไปหา #อย่ารอให้สายเกินไป #ความกตัญญู #ครอบครัวคือทุกอย่าง”
เนี่ย..ไม่รู้ว่า “ลูกดารา” ที่แม่เสียชีวิตจะได้ผ่านตากับข้อความของ “วาสนา ทองสุข” ที่โพสต์นี้หรือไม่ แต่ผมอ่านแล้วชอบและขอขอบใจ..
อย่างน้อย เชื่อว่าจะมีลูกๆ หลานๆ ได้เห็นความนี้บ้าง และอย่างน้อยเช่นกันที่จะทำให้พวกเขาได้คิด..ตัวเองลืมรักคนที่ให้ชีวิตไปหรือเปล่า?
เอ้า..ส่วนนั่นกลัว (คุณอนุทิน) จะลืมหรืออย่างไรมิอาจทราบ แต่หลังจากยังไม่ได้คำตอบ-คำยืนยัน วานซืน คุณบิลลี่ โอแกน ร็อกรุ่นใหญ่ก็ได้โพสต์อีกครั้ง..
“ตั้งรัฐบาลเสร็จแล้วอย่าลืมตอบประชาชนด้วยก็แล้วกันนะครับว่าจะจัดการกับพวกยิว ที่มันเข้ามาอยู่ในเมืองไทยกันเป็นแสนๆ คนยังไง
มันกร่างใส่คนไทย ตัวมันพองจนเป็นอึ่งอ่างแล้ว หรืออยากจะยกประเทศให้เขาไปเลยก็ช่วยบอกประชาชนด้วย รออยู่นะจ๊ะ จะได้ทำตัวถูก
หากจะเอาใจยิวพวกเราจะได้ทำตัวพินอบพิเทา คอยรับใช้ นายยิว แบบนอมินี ให้จบไป อีกหน่อยจะได้เป็นขี้ข้าต่างชาติบนแผ่นดินของบรรพบุรุษเราเองอย่างภาคภูมิใจ
จะได้เลิกถามไง ครับ ดีมั้ยครับ ไม่ต้องห่วงคนไทยครับ เราทนเก่ง
เบื่อตัวเองเหมือนกัน ที่ถามอยู่ได้ แล้วไม่มีคำตอบ คุณหนุ่มโหนกระแสไม่ทำรายการเรื่องนี้หน่อยเหรอครับ
ช่วยกันหน่อยนะครับ แผ่นดินของเราถ้าเราไม่รักแล้วจะให้ใครรักขอบคุณครับ”
ก็..เข้าใจ-เห็นใจ และด้วยความรู้สึกนี้ ผมเลยขออนุญาตนำข้อความมาขยายต่อ (อีกครั้ง) ไม่ได้จะเร่งเร้าเพื่อเอา “คำตอบ” จากปากคุณอนุทิน-นายกฯ หรอก
เพราะอย่างที่บอก ตอนนี้คุณอนุทินก็กำลังหัวหมุน ไหนจะสงคราม (หมาหมู่) ไหนจะจัดตั้งรัฐบาล ไหนจะตั้งรัฐมนตรี ไหนจะแก้ปัญหาปากท้องประชาชน และอีกสารพัดสารเพ..
เอาไว้ลงรอย เข้าที่-เข้าทางนั่นแหละ คุณบิลลี่จึงน่าจะได้เห็น.. “ลงมือทำ คือคำตอบ”!
ตอนนี้ ก็นั่งบ่นไปพลางๆ ผมเองก็จะขอเป็นกำลังใจ-อยู่เคียงข้าง ด้วยตัวเองก็ทนเห็นต่างชาติทะลักเข้ามาลงหลัก-ปักฐาน..
แย่งชิง-เบียดบังทรัพยากรธรรมชาติคนไทยไม่ได้เช่นกัน!
ครับ..เผลอแผล็บ ก็ 4 ปีเข้าไปแล้วที่ “คุณสรพงศ์ ชาตรี” ศิลปินแห่งชาติได้จากโลกนี้ไป และเมื่อวันที่ 9 มีนา.ที่ผ่านมา
ได้มีพิธีนำ “รูปปั้น” คุณสรพงศ์กลับบ้าน ณ อุทยานลานบุญมหาวิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
ทั้งนี้ คุณดวงเดือน จิไธสงค์ อดีตคู่ทุกข์-คู่สุข และในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เล่าว่า..
“วันนี้พระมาเยอะมากทั้งนิมนต์และไม่ได้นิมนต์ เป็นที่อัศจรรย์มาก.. เรานำรูปปั้นมาที่นี่เพราะเป็นบ้านที่พี่เอกเลือก
สถานที่นี้เป็นสถานที่ที่เค้าใช้ในการสร้างบุญบารมี สร้างสถาปัตยกรรมของแผ่นดินให้คนไทยทั้งชาติ..
ส่วนมูลนิธิฯ ยังเดินตามรอยเจตนารมณ์ของพี่เอกทุกอย่าง ถึงจะทำยากแต่เราค่อยๆ ก้าว อาจจะช้าเนื่องจากหลายๆ ปัจจัย
ตอนที่พี่เอกอยู่เค้าเป็นทุกอย่าง ทั้งพลังศรัทธา พลังบุญ พลังในทุกๆ ด้าน ตอนนี้คนที่มากราบหลวงปู่โต ก็จะได้เจอ พี่เอก เหมือนเดิม ถึงเราไม่ได้เก่งเหมือนเค้า
แต่ก็รู้ทุกเรื่องที่ทำมาด้วยกัน เดินตามที่พี่เอกวางไว้ทุกก้าว ไม่นอกลู่นอกทาง อย่างที่เค้าตั้งใจให้หลวงปู่โตเป็นที่พึ่งทางใจของคนไทยทุกคน ใครทุกข์ก็มา ใครไม่มีกินก็มา
เราเลยได้รับพลังจากคนที่มาขอพร และช่วยกันสืบสานงานของพี่เอก แวะมาเป็นกำลังใจให้คนที่ทำงานอยู่ทุกวัน”
คิดถึงสรพงศ์ แวะไปกราบหลวงพ่อโตกันนะครับ!.
สันต์ สะตอแมน