ใครใช้อยู่เช็กด่วน!! ผ้าอนามัยเถื่อนอันตรายมาก ยี่ห้อดังๆทั้งนั้น
จากกรณี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ.
ภาพจาก FDA Thai
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, ภก.เลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, นพ.รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร โดย นพ.ประกิจ สาระเทพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมปฏิบัติการตรวจค้นโกดังจัดเก็บผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (ผ้าอนามัย) ไม่มีเลขจดแจ้ง ตรวจยึดของกลาง 13 รายการ จำนวน 1,289,333 ชิ้น มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด นำโดย พ.ต.ท.หญิง อนุสรา บัวแดง สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ภาพจาก FDA Thai
พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ตรวจสอบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (ผ้าอนามัย) ที่ไม่มีเลขจดแจ้งและแสดงฉลากไม่ถูกต้องบนแพลตฟอร์มออนไลน์
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้สืบสวนจนทราบถึงสถานที่จัดเก็บและกระจายสินค้าว่า มีสินค้าที่ผิดกฎหมายมาเก็บไว้ในโกดังในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และกรุงเทพมหานคร จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. ตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิด จำนวน 2 แห่ง ดังนี้
1. สถานที่จัดเก็บสินค้า ในพื้นที่แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร โดยในวันที่ 8 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นของศาลแขวงธนบุรีเข้าตรวจค้น พบ น.ส.อริยา (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสถานที่ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลาง ได้แก่
1. ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกางเกง ยี่ห้อ Paileesha ไม่แสดงฉลากภาษาไทย จำนวน 15 ชิ้น
2. ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกางเกง ยี่ห้อ Meniaoes ไม่แสดงฉลากภาษาไทย จำนวน 16 ชิ้น
3. ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกางเกง สำหรับกลางคืน ยี่ห้อ MeMeeie ไม่แสดงฉลากภาษาไทย จำนวน 16 ชิ้น
4. ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกางเกง ยี่ห้อ MeMeeie ไม่แสดงฉลากภาษาไทย จำนวน 68 ชิ้น
5. ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกางเกง ยี่ห้อ HUSHUMEI ไม่มีเลขจดแจ้ง จำนวน 702 ห่อ
6. ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกางเกง ยี่ห้อ MIIOW ไม่มีเลขจดแจ้ง จำนวน 367 ห่อ
7. สติกเกอร์ฉลากภาษาไทย สำหรับติดผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัย จำนวน 9 ม้วน
8. ผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้า ยี่ห้อ Praw Sa-at ขนาด 2,000 มล. จำนวน 72 ขวด
9. ผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้า ยี่ห้อ Praw Sa-at ขนาด 5,000 มล. จำนวน 500 ขวด
รวมตรวจยึดของกลาง จำนวน 9 รายการ โดยเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จำนวน 6 รายการ และวัตถุอันตราย จำนวน 2 รายการ รวมทั้งสิ้น 1,765 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท
จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแต่อย่างใด โดย น.ส.อริยาฯ กล่าวอ้างว่า ตนเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว มีหน้าที่
คอยรับผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากประเทศจีนมาจัดเก็บไว้ที่โกดังดังกล่าว แล้วแพ็คส่งตามออเดอร์ที่แอดมินชาวจีนส่งมาให้ในแต่ละวัน ซึ่ง น.ส.อริยาฯ ดำเนินกิจการต่างๆ แทนเจ้าของชาวจีน เนื่องจากตนเองมีความชำนาญด้านการแปลภาษาจีน มียอดขายวันละ 5,000 ชิ้น โดยทำมาแล้วประมาณ 8 เดือน
2. สถานที่จัดเก็บและไลฟ์สด ภายในโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร โดยในวันที่ 16 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรสาครเข้าตรวจค้นสถานที่จัดเก็บและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว พบนายฑิตาธร (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจยึดและอายัดของกลาง ได้แก่
1. ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกางเกง ยี่ห้อ Lyn Mie แสดงฉลากไม่ถูกต้อง จำนวน 505,120 ชิ้น
2. ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกระชับ ยี่ห้อ Lyn Mie ไม่มีเลขจดแจ้ง จำนวน 644,250 ชิ้น
3. ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบแผ่น ยี่ห้อ Lyn Mie Probiotic & SnowLotus โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการโฆษณาสรรพคุณในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ปรับสมดุลระบบชีวภาพและบำรุงผิวสัมผัสอย่างอ่อนโยน ซึ่งถือว่าเป็นการโฆษณาสรรพคุณผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเกินจริง จำนวน 4,440 ชิ้น
4. ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกระชับ กลางวัน ยี่ห้อ Lyn Mie โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวใช้เลขจดแจ้งผลิตภัณฑ์อื่นมาแสดงบนฉลาก จำนวน 133,810 ชิ้น
รวมตรวจยึดและอายัดของกลางซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จำนวน 4 รายการ จำนวนทั้งสิ้น 1,287,620 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 20,000,000 บาท
จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า ผลิตภัณฑ์บางรายการมีการขออนุญาตจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจริง โดยมีการขออนุญาตเพียง 1 เลขจดแจ้ง แต่นำเลขไปใช้กับผลิตภัณฑ์รายการอื่นด้วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ผลิตภัณฑ์ โดยเครือข่ายดังกล่าวลักลอบนำสินค้าเข้ามาจากประเทศจีน โดยสั่งผลิตและนำเข้าสินค้าแล้วนำมาเก็บไว้ยังโกดังสินค้าแห่งนี้ เพื่อรอคำสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศไทย แล้วแพ็คส่งให้ลูกค้าตามออเดอร์ มียอดขายวันละ 5,000 ชิ้น โดยทำมาแล้วประมาณ 5 เดือน
รวมตรวจค้น 2 จุด ตรวจยึดของกลางจำนวน 13 รายการ โดยเป็นผ้าอนามัย จำนวน 11 รายการ รวม 1,288,804 ชิ้น วัตถุอันตราย จำนวน 2 รายการ รวม 572 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 20,200,000 บาท