ปชน.เปิดพิมพ์ส้ม 'ประกันสังคม' ดันออกนอกราชการ-มืออาชีพบริหาร
เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ที่อาคารอนาคตใหม่ ชั้น 7 พรรคประชาชนจัดกิจกรรม "พิมพ์ส้มประกันสังคม" เปิดโรดแมปกองทุนประกันสังคมฉบับรัฐบาลประชาชน นำโดย เซีย จำปาทอง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และทีมบริหารรัฐบาลประชาชนด้านเศรษฐกิจ รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ธนพร วิจันทร์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ธีระชาติ ก่อตระกูล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และ สหัสวัต คุ้มคง ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน
โดยธนพร กล่าวถึงการเพิ่มสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตนว่า ที่ผ่านมาผู้ประกันตนต้องประสบปัญหาต่างๆ เช่น การเข้าถึงสิทธิที่มีขั้นตอนยุ่งยาก การสำรองจ่าย ยกตัวอย่างกรณีเครื่องช่วยฟัง ประกันสังคมให้ผู้ประกันตนสำรองจ่ายไปก่อน แล้วค่อยนำใบเสร็จมาเบิก สร้างภาระให้กับคนที่มีรายได้น้อย หลังจากตนได้เข้าไปทำงานในอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ของประกันสังคม ได้เห็นความไม่ชอบมาพากลของการใช้งบประมาณที่ไม่สมเหตุสมผลและไม่ได้ช่วยเรื่องการประชาสัมพันธ์อย่างตรงจุด พวกเราจึงต่อสู้จนโครงการนั้นถูกยกเลิก นี่คือตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า หากเรามีตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้ง จะสามารถรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกันตนได้
หากพรรคประชาชนมีโอกาสเป็นรัฐบาล จะยกระดับสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมทุกอาชีพ เช่นสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 เราจะยกระดับการรักษาพยาบาล ขยายสิทธิทำฟัน ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกองทุน ค่าคลอดบุตรไม่ต้องสำรองจ่าย เงินสงเคราะห์บุตรขยายอายุจาก 0-6 ปี เป็น 0-12 ปี โดยได้รับเดือนละ 1,000 บาท กรณีว่างงานจากการลาออกเอง เพิ่มเงินชดเชยจาก 30% เป็น 50% ของค่าจ้าง ผลักดันให้มีการปรับบำนาญใหม่ ไม่ต่ำกว่า 8,000 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบ 25 ปี
สำหรับมาตรา 39 ผลักดันการใช้ "สูตร CARE" ในการคำนวณบำนาญ ซึ่งขณะนี้ผ่านขั้นตอนต่าง ๆ แล้ว รอเพียงมติ ครม. หากเราได้เป็นรัฐบาล นำเข้าประชุม ครม. นัดแรก สามารถประกาศใช้ได้ภายใน 15 วัน
ส่วนมาตรา 40 เช่น แรงงานนอกระบบ อาชีพอิสระ เรามีแผนจะทำประกันสังคมถ้วนหน้า กล่าวคือประชาชนทุกคนเมื่ออายุครบ 15 ปี ต้องมีหลักประกันสังคมรองรับ ยกระดับสิทธิประโยชน์เช่น เงินชดเชยการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วย ชดเชยการหยุดงานเพื่อดูแลคนในครอบครัว ชดเชยกรณีเสียชีวิต เพื่อจูงใจให้แรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม กระบวนการการปรับสิทธิประโยชน์ให้เท่าทันปัญหา ยังเผชิญความล่าช้าของระบบราชการ เช่น การเพิ่มเงินเลี้ยงดูบุตร การเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับคนงานอิสระ แม้บอร์ดอนุมัติไปนานแล้ว แต่ต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีกว่าจะมีผลบังคับใช้ ทำให้ผู้ประกันตนเสียโอกาสที่จะได้รับสิทธิ
ต่อมา ธีระชาติ กล่าวถึงการเปิดเผยการลงทุนเพื่อความโปร่งใสว่า เงินในกองทุนประกันสังคมมีมหาศาลถึง 2.8 ล้านล้านบาท เมื่อมองสถิติย้อนหลังค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุนฯ อยู่ที่เพียง 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่หลังการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตนครั้งแรกเมื่อปี 2566 ได้ทำให้ค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 6 เปอร์เซ็นต์ ติดต่อกัน 2 ปี ทั้งนี้แม้อาจเป็นผลจากปัจจัยอื่นด้วย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อมีคนที่มีความสามารถเข้าไปทำงาน ก็มีผลทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนดีขึ้น
ข้อเสนอของเรา ต้องมีการแก้ไขกฎหมายประกันสังคม ให้บอร์ดลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญต้องถูกแต่งตั้งจากบอร์ดประกันสังคมที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น แทนแบบปัจจุบันที่มาจากการแต่งตั้งโดยเลขาธิการของสำนักงานฯ เพียงคนเดียว นี่คือการแก้ไขปัญหาที่ระบบ เพื่อทำให้ระบบเอื้อให้คนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ การลงทุนต้องกระจายความเสี่ยง ลดการใส่ไข่ในตะกร้าใบเดียว เช่นการลงทุนในประเทศเพียงอย่างเดียว รวมถึงต้องเปิดข้อมูลหลังการลงทุน มีรายงานทุกไตรมาส พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อให้คนที่ตัดสินใจเรื่องการลงทุนต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้ประกันตนที่เป็นเจ้าของเงิน
ขณะที่ รักชนก กล่าวถึงการสร้างความเชื่อมั่นต่อกองทุนว่า ปัญหาของผู้ประกันตน 24 ล้านคน พวกเขาไม่ได้ต้องการเพียงสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น แต่หลายคนรู้สึกว่าเงินสมทบที่ต้องจ่ายทุกเดือนนั้นไม่คุ้มค่า และกังวลว่าในอีก 20-30 ปีข้างหน้า กองทุนจะยังมีเงินจ่ายบำนาญให้พวกเขาหรือไม่ ดังนั้นเราต้องทำให้เห็นว่าเงินทุกบาทของประกันสังคมไม่ได้ถูกใช้อย่างสุรุ่ยสุร่ายหรือไร้ประสิทธิภาพ
ที่ผ่านมางบประมาณที่น่าสงสัย ซึ่งทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้ขุดคุ้ยข้อมูลมาตีแผ่ เช่น งบทำปฏิทิน 50-70 ล้านบาท มีการตั้งงบทุกปี แต่ผู้ประกันตนส่วนใหญ่กลับไม่เคยเห็นหรือเคยได้รับ จนน่าสงสัยว่าผลิตออกมาจริงตามจำนวนหรือไม่ หรือกรณีอื้อฉาวอย่างตึก Skyy9 ที่ตรวจสอบพบการลงทุนมูลค่า 7,000 ล้านบาท ทั้งที่มูลค่าประเมินน่าจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาทเท่านั้น
นอกจากนี้ตลอด 30 ปีของกองทุนฯ ไม่เคยเปิดวาระการประชุมให้ผู้ประกันตนทราบ แม้ต่อมาตนได้เรียกร้องจนเลขาธิการประกันสังคมรับปากว่าจะเปิดเผยรายงานการประชุม แต่ในความเป็นจริงกลับเปิดเผยเพียงสั้นๆ ไม่ระบุรายละเอียดว่าใครโหวตอย่างไร ที่เป็นเช่นนี้เพราะข้าราชการยึดโยงกับผู้บังคับบัญชาคือปลัดกระทรวงและรัฐมนตรี ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน.
เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ จำเป็นต้องมีฝ่ายบริหารที่มีเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ วันนี้พูดได้ว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคการเมืองเดียวที่มี “พิมพ์ส้ม” มีนโยบายเกี่ยวกับประกันสังคมที่ชัดเจน ดังนั้นผู้ประกันตนต้องกาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ เพื่อให้ “เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ได้เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลประชาชนจะเข้าไปทำเรื่องการเปิดเผยข้อมูล รวมถึงทำเรื่องที่ใหญ่กว่านี้ เพื่อปกป้องเงินทุกบาทของผู้ประกันตน
ขณะเดียวกัน สหัสวัต กล่าวว่า จะเห็นได้ว่ากองทุนประกันสังคมมีปัญหาการทุจริต สิทธิประโยชน์ต่ำ และขาดความโปร่งใส ซึ่งต้องแก้ไขที่โครงสร้าง เพราะที่ผ่านมาอำนาจในการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่บอร์ดจากการเลือกตั้ง แต่อยู่ในมือระบบราชการและคนที่ถูกแต่งตั้งมา พรรคประชาชนจึงได้เตรียมร่างกฎหมายประกันสังคมเพื่อยื่นทันทีที่เปิดสภา โดยมีสาระสำคัญ 2 ด้านหลัก
(1) กองทุนต้องเป็นอิสระ คืนอำนาจบริหารให้ผู้ประกันตน ด้วยการให้สำนักงานประกันสังคมออกนอกระบบราชการ บริหารงานผ่าน พ.ร.บ. ปรับลดงบประมาณบริหารจัดการจากเดิมที่ตั้งไว้สูงถึง 10% ให้เหลือเพียง 5% เนื่องจากปัจจุบันกองทุนมีขนาดใหญ่มาก หากไม่ลดเพดานจะกลายเป็นช่องทางในการผลาญงบประมาณแบบสิ้นเปลือง และบอร์ดที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ต้องมีอำนาจแต่งตั้ง “บอร์ดลงทุน” "บอร์ดแพทย์" และ "บอร์ดอุทธรณ์" เอง เพื่อให้สิทธิประโยชน์ถูกกำหนดโดยคนที่ยึดโยงกับผู้ประกันตน ไม่ใช่ข้าราชการที่ไม่เคยใช้สิทธิประกันสังคม
ตอนนี้เราเห็นความพยายามในการล้มการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ดังนั้นพรรคประชาชนจะเขียนในกฎหมายให้ชัดเจนว่าบอร์ดต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของผู้ประกันตน ประกอบด้วย ฝ่ายลูกจ้าง 4 คน นายจ้าง 4 คน และจากรัฐตามตำแหน่ง 3 คน เลขาธิการมาจากการเลือกของบอร์ด เพื่อยืนยันอำนาจของผู้ประกันตน ไม่ให้ใครมาแอบแก้ระเบียบเพื่อล้มการเลือกตั้งได้อีก
(2) กองทุนต้องเป็นมืออาชีพ บริหารโปร่งใส คืนความมั่นคงให้กองทุน เช่น กำหนดค่าตอบแทนที่จูงใจในการจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือมืออาชีพที่มีศักยภาพเข้ามาบริหารกองทุน พร้อมกำหนด KPI และความรับผิดชอบที่เข้มงวด นอกจากนี้บันทึกการประชุมบอร์ดต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ สามารถตรวจสอบได้ว่าบอร์ดทำงานอย่างไร
ขณะที่ เซีย กล่าวถึงแผนงานเร่งด่วน 100 วันแรก หากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล ว่ามี 6 เรื่องสำคัญที่สามารถดำเนินการได้ผ่านมติ ครม. โดยไม่ต้องรอแก้กฎหมายนาน เช่น
(1) ประกาศใช้สูตร CARE เพื่อปรับปรุงการคำนวณบำนาญให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเรื่องค้างอยู่ที่ ครม. เพียงอย่างเดียว
(2) ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน เช่น การขยายสิทธิลาคลอด 120 วัน ตามที่พรรคประชาชนได้ผลักดัน ซึ่งในส่วนของนายจ้างมีการบังคับใช้แล้ว แต่ส่วนของเงินชดเชยจากประกันสังคมยังรอการประกาศระเบียบรองรับ
(3) สะสางคดีตึก Skyy9 ติดตามความคืบหน้ากรณีที่ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงลาออกอย่างน่าสงสัย เพื่อพิสูจน์ความจริงว่าเหตุใดราคาซื้อขายตึกถึงสูงกว่าราคาประเมินหลายพันล้านบาท
(4) ยกระดับการลงทุนให้เป็นมืออาชีพ เงินกองทุน 2.8 ล้านล้านบาท เป็นเงินที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของคนทำงาน การบริหารจึงต้องใช้ "มืออาชีพ" และมี "กรอบการลงทุน" ที่ชัดเจน ต้องเพิ่มผลตอบแทนให้สูงกว่าเดิม เพื่อให้เงินงอกเงยเพียงพอต่อการจ่ายสิทธิประโยชน์ในอนาคต ต้องมีกลไกตรวจสอบที่เข้มข้น ไม่ให้เงินไหลไปสู่การลงทุนที่ไม่โปร่งใสหรือไม่มีคุณภาพ
(5) คัดค้านระเบียบเลือกตั้งที่ถอยหลังเข้าคลอง ที่บางฝ่ายพยายามแก้ระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมให้แย่ลงกว่าเดิม จากเดิมผู้ประกันตนเลือกได้ 7 ที่นั่ง เปลี่ยนเป็นเลือกบอร์ดได้แค่ 1 ที่นั่ง ซึ่งเป็นความพยายามลดทอนพลังเสียงของผู้ประกันตน
(6) การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เช่น ถ่ายทอดสดการประชุมหรือเปิดเผยบันทึกการประชุมบอร์ดประกันสังคมอย่างละเอียด เพื่อให้เจ้าของเงินได้รับทราบว่าผู้แทนที่เลือกไปทำหน้าที่อะไรบ้าง.เซียทิ้งท้ายว่า 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอให้ผู้ประกันตนเข้าคูหาส่งพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล เพื่อให้มีรัฐบาลที่มีเจตจำนงทางการเมืองชัดเจนที่จะเข้าไปทำงานเพื่อผู้ประกันตนอย่างแท้จริง ทำให้กองทุนประกันสังคมมีความเข้มแข็ง และประชาชนมีส่วนร่วม