โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

พันธมิตรสั่นคลอน รัสเซียเผชิญโจทย์ใหญ่เมื่ออิหร่านอ่อนแรง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ขณะที่อนาคตของอิหร่านแขวนอยู่บนเส้นด้ายท่ามกลางความไม่สงบภายในประเทศทวีความรุนแรงขึ้น พันธมิตรทรงอำนาจอย่างรัสเซียทำได้เพียงเฝ้าดูและรอคอย ขณะที่สหรัฐกำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการกับสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้อย่างไร

เว็บไซต์ซีเอ็นบีซีรายงาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ไม่ตัดความเป็นไปได้ใช้การโจมตีด้วยกำลังทหารต่อรัฐบาลผู้นำศาสนาที่ปกครองอิหร่านมาตั้งแต่ปี 1979 ในวันอังคาร (13 ม.ค.) เขาขู่ซ้ำ เตือนว่าสหรัฐจะใช้ “มาตรการแข็งกร้าวมาก” ถ้าอิหร่านประหารชีวิตผู้ประท้วง ก่อนหน้านั้นได้ประกาศไปว่า ประเทศใดทำธุรกิจกับอิหร่านต้องโดนภาษี 25%

หากเกิดอะไรขึ้นในอิหร่าน รัสเซียจะถูกจับตาอย่างมากเนื่องจากรัฐบาลเตหะรานเป็นพันธมิตรหลักของมอสโกในตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็นด้านยุทธศาสตร์ การทหาร เศรษฐกิจ และเป็นคู่ค้าสำคัญ

โอกาสที่พันธมิตรอีกรายในตะวันออกกลางจะล่มสลายลงนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับมอสโก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากพันธมิตรอย่างเวเนซุเอลา ซีเรีย และคอเคซัสสั่นคลอนไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ส่งผลกระทบต่ออำนาจและอิทธิพลของมอสโกในต่างประเทศ

“มอสโกเชื่อว่าการสูญเสียอิหร่านจะเป็นภัยคุกคามต่อสถานะของตนในภูมิภาคมากกว่าการสูญเสียซีเรีย เวเนซุเอลา หรือแม้กระทั่งการสูญเสียอิทธิพลส่วนใหญ่ในอาร์เมเนียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา” แม็กซ์ เฮสส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงทางการเมือง Enmetena Advisory กล่าวกับซีเอ็นบีซีเมื่อวันอังคาร

“ที่เป็นเช่นนั้นเพราะอิหร่านเป็นมหาอำนาจระดับภูมิภาค เปิดโอกาสให้รัสเซียสร้างพันธมิตรและขยายอิทธิพลของตนเอง” เฮสส์ขยายความ

ด้านมาริโอ บิการ์สกี นักวิเคราะห์อาวุโสประจำยุโรปและเอเชียกลางของบริษัทเวริสก์ เมเปิลครอฟต์ เห็นพ้องว่าการล่มสลายของระบอบการปกครองใดๆ ก็ตามจะเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับมอสโก และอาจก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในวงกว้างในภูมิภาคคอเคซัสพรมแดนระหว่างรัสเซียและอิหร่าน

“อิหร่านเคยประท้วงมาแล้ว และรัสเซียมักเฝ้าดูโดยไม่ทำอะไร เพราะพวกเขาอาจหวังว่าระบอบอิหร่านจะสามารถยืนต้านแรงกดดันได้ แต่ (รอบนี้) แรงกดดันสั่งสมมากขึ้น ไม่ใช่แค่ในประเทศ มีจากต่างประเทศด้วย”

“หากระบอบการปกครองของอิหร่านล่มสลาย รัสเซียอาจต้องเร่งหาหนทางใหม่เพื่อให้แน่ใจว่าความไม่มั่นคงจะไม่ลุกลามมาถึงพรมแดนของตน และเพื่อรักษาอิทธิพลบางส่วนในภูมิภาคนี้”

"ถ้าเกิดสุญญกาศผู้นำขึ้นในอิหร่าน แล้วฝักฝ่ายต่างๆ ที่เป็นอริกันกระหายอำนาจ จนนำไปสู่ความไม่สงบรุนแรงขึ้น นั่นหมายถึง “ปัญหาความมั่นคงใหญ่ของรัสเซียและอีกหลายประเทศในภูมิภาค”บิการ์สกีกล่าว

  • ความเป็นพันธมิตรซับซ้อน

ทั้งทำเนียบเครมลินและประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่าน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้นำรัสเซียจะเงียบเมื่อพยายามประเมินผลลัพธ์ของเหตุการณ์นั้นๆ และผลกระทบต่อผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของตน

สื่อทางการรัสเซียไม่ได้ให้ความสำคัญกับข่าวการประท้วงในอิหร่าน แต่ทางการรัสเซียกล่าวโทษว่า ความไม่สงบมาจาก “การแทรกแซงจากต่างชาติ” โดยไม่ได้แสดงหลักฐานใดๆ สนับสนุนการกล่าวอ้างนี้

กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารว่า ความไม่สงบอาจนำไปสู่ “ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความมั่นคงระหว่างประเทศ” ขณะเดียวกัน เซอร์เก ชอยกู เลขาธิการสภาความมั่นคงรัสเซีย ประณาม“ความพยายามของมหาอำนาจต่างชาติในการแทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน” ซึ่งเป็นคำพูดเดียวกับอิหร่านที่ว่าชาติตะวันตกแทรกแซงกิจการภายในของตน

อุดมการณ์ต่อต้านตะวันตกนี่เองที่ผูกพันรัสเซียกับอิหร่านไว้ด้วยกันท่ามกลางการคว่ำบาตรของนานาชาติ เท่ากับว่า อิหร่านเป็นพันธมิตรหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มอสโกพึ่งพาด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ได้หลังการรุกรานยูเครนในปี 2022

ความสัมพันธ์ยิ่งแนบแน่นระหว่างสงคราม เมื่ออิหร่านจัดหาโดรนโจมตี “ชาเฮด” และยังถูกกล่าวหาว่าจัดหาขีปนาวุธ กระสุน และปืนใหญ่ให้รัสเซียเพื่อใช้ในสงครามด้วย ซึ่งเตหะรานยอมรับว่าจัดหาโดรนให้รัสเซียจริง แต่ทำตั้งแต่ก่อนเกิดสงคราม

ในทางกลับกันมีรายงานว่าอิหร่านได้รับเทคโนโลยีทางทหารและข้อมูลข่าวกรองจากรัสเซีย รวมถึงเงินทุนสำหรับโครงการอวกาศและขีปนาวุธ นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าเตหะรานต้องการเครื่องบินขับไล่ Su-35 และระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ S-400 ของรัสเซียด้วย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าอิหร่านได้รับสิ่งเหล่านี้หรือไม่

อย่างไรก็ตามสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดอันหนึ่งว่าพันธมิตรนี้มีความซับซ้อนมากกว่าที่ปรากฏในตอนแรก คือเมื่อรัสเซียถอยห่างออกไปในช่วงที่ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและอิสราเอลเพิ่มสูงขึ้น และเมื่อสหรัฐและอิสราเอลร่วมกันโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านทางอากาศเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว

นักวิเคราะห์ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซีในเวลานั้นว่า รัสเซียน่าจะให้การสนับสนุนทางทหารแก่เตหะรานไม่ได้ เนื่องจากมีปฏิบัติการทางทหารในยูเครน แต่รัสเซียก็ไม่เต็มใจที่จะทำเช่นนั้นเช่นกัน เพราะความขัดแย้งโดยตรงกับสหรัฐและอิสราเอลเป็นอันตรายและสร้างความเสียหายอย่างมากต่อรัสเซีย

  • จับตาอนาคตความสัมพันธ์ 'รัสเซีย-อิหร่าน'

ท่าทีที่ห่างเหินของรัสเซียเมื่อปีที่แล้วเป็นสัญญาณเตือนผู้นำอิหร่านว่าความเป็นพันธมิตรของพวกเขากับปูตินมีขีดจำกัดที่ชัดเจน ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่าขีดจำกัดเหล่านั้นยังคงปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน

“รัสเซียไม่สามารถให้ความช่วยเหลือที่มีความหมายใดๆแก่ระบอบการปกครองของอิหร่านเพื่อกอบกู้สถานการณ์ได้เลย มันสายเกินไปแล้ว และผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าโอกาสที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ระบอบอิหร่านนั้นเคยมีอยู่จริงนับตั้งแต่ประชาชนลุกฮือขึ้นต่อต้าน” บิลาล ซาบ นักวิจัยร่วมในโครงการตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือของแชทแฮมเฮาส์ แสดงทัศนะ

“ความคิดที่ว่ารัสเซียจะให้ความช่วยเหลืออิหร่านหรือทุ่มงบประมาณทางทหารจำนวนมากเพื่อพยุงระบอบการปกครองนั้นเป็นไปได้ยากมาก” เฮสส์ตั้งข้อสังเกตพร้อมเสริม

“รัสเซียให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตนเองเป็นอันดับแรกและไม่เชื่อในเรื่องพันธมิตรอย่างแท้จริง อย่างน้อยก็ในยุคของวลาดิมีร์ ปูติน พันธมิตรเป็นเพียงเครื่องมือในการแสดงแสนยานุภาพเท่านั้น”

ด้านบิการ์สกีกล่าวว่า นั่นเป็นสิ่งที่เครมลินวางแผนจะทำหากเกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่าน

“รัสเซียจะพยายามกลับมามีปฏิสัมพันธ์กับผู้ที่จะสืบทอดอำนาจต่อไปในอิหร่านและจะพยายามทำให้แน่ใจว่าผลประโยชน์ของตนจะได้รับการแบ่งปันกับรัฐบาลใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้น” อย่างไรก็ตามอีกทางเลือกหนึ่งคือรัสเซียจะ “ถูกผลักดันออกจากตะวันออกกลางอย่างสิ้นเชิง” ซึ่งฉากทัศน์นั้นเป็นสิ่งที่รัสเซียไม่พึงประสงค์อย่างยิ่ง

“แม้ในขณะนี้รัสเซียยังไม่มีศักยภาพในการแสดงแสนยานุภาพทางทหารหรือมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่แข็งแกร่งมากนัก แต่ก็ยังต้องการได้รับการยอมรับในฐานะหุ้นส่วนในภูมิภาคดังกล่าว และไม่ต้องการมอบอิทธิพลทั้งหมดให้กับสหรัฐโดยสมัครใจ”บิการ์สกีกล่าวโดยสรุป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...