ระทึก! ไฟไหม้อาคารประวัติศาสตร์กลาง “กลาสโกว์” กระทบรถไฟทั่ว UK
ไฟไหม้อาคารประวัติศาสตร์กลาง “กลาสโกว์” ตึกถล่มบางส่วน-กระทบรถไฟทั่ว UK สกอตแลนด์ระดมรถดับเพลิง 15 คัน สู้เปลวเพลิงลุกท่วมตึก 4 ชั้นย่าน Union Street หวั่นโครงสร้างพังถล่ม-มุขมนตรีฯ รุดสั่งการ
เกิดเหตุระทึกขวัญกลางเมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่อาคารพาณิชย์ประวัติศาสตร์ ความสูง 4 ชั้น บริเวณย่าน Union Street ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟกลาสโกว์เซ็นทรัล ส่งผลให้การสัญจรและระบบขนส่งมวลชนโกลาหลไปทั่วบริเวณ
รายงานระบุว่า ต้นเพลิงได้ปะทุขึ้นจากบริเวณชั้นล่างของอาคาร ก่อนจะลุกลามขึ้นสู่ชั้นบนอย่างรวดเร็ว จนทำให้อาคารเก่าแก่ดังกล่าวเกิดการพังถล่มลงมาบางส่วน ภาพจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นเปลวเพลิงสีส้มแดงฉานลุกท่วมหลังคาโดมของอาคารตัดกับท้องฟ้ายามค่ำคืน สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้พบเห็น
หน่วยดับเพลิงและกู้ภัยสกอตแลนด์ (SFRS) ได้ตอบโต้เหตุการณ์ทันที โดยระดมรถดับเพลิงเข้าพื้นที่ถึง 15 คัน พร้อมด้วยอุปกรณ์พิเศษ ได้แก่ รถกระเช้าสูง 3 คัน และทีมกู้ภัยทางน้ำ เพื่อระดมฉีดน้ำแรงดันสูงสกัดกั้นเพลิงที่โหมกระหน่ำ เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากเหตุการณ์นี้
เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ประชิดกับ สถานีรถไฟกลาสโกว์เซ็นทรัล (Glasgow Central) ซึ่งเป็นชุมทางรถไฟที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่ง ส่งผลให้ทางการต้องสั่งปิดสถานีชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
National Rail รายงานว่า เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทำให้บริการรถไฟทั่วสหราชอาณาจักรเกิดความล่าช้าและวุ่นวาย โดยเฉพาะเส้นทางสายหลักที่เชื่อมต่อไปยัง เอดินบะระ และ ลอนดอน ซึ่งต้องหยุดชะงักหรือเปลี่ยนเส้นทาง
ด้าน จอห์น สวินนีย์ (John Swinney) มุขมนตรีคนแรกของสกอตแลนด์ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์) แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และขอความร่วมมือประชาชนให้ติดตามข่าวสาร หลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุ และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
อ่านข่าวน่าสนใจอื่น ๆ
- ด่วน อิหร่านทะเลเพลิง ถล่มคลังน้ำมันเตหะราน ควันดำพิษปกคลุมเมือง
- อิหร่าน บุกถล่ม ฐานชาวเคิร์ดในอิรัก พร้อมโจมตีอิสราเอล อ้างสกัดแผนชั่วสหรัฐฯ
- ชาวปากีในญี่ปุ่นผวา มือมืดเผามัสยิด จุดกระแสเกลียดคนมุสลิม
อ้างอิง : CNN, Image/Glasgow Live