โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไฟสงครามตะวันออกกลางสะเทือนเศรษฐกิจไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

*** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,1781 ระหว่างวันที่ 8-11 มี.ค. 2569 “ว.เชิงดอย” ประจำการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่มีสาระ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเช่นเคย

*** ความตึงเครียดใน “ตะวันออกกลาง” ยกระดับขึ้น หลังการเผชิญหน้าทางทหารระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล กับ อิหร่าน ขยายวงจากปฏิบัติการจำกัดเป้าหมาย ไปสู่การโจมตีตอบโต้ที่มีความเสี่ยงลุกลามในหลายมิติ หลายประเทศ ทั้งทางอากาศ ทางทะเล และ สงครามไซเบอร์ แกนความขัดแย้งยังผูกโยงกับประเด็นความมั่นคงของอิสราเอล อิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาค และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ เตหะรานยืนยันสิทธิในการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติ ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามมองว่า เป็นภัยคุกคาม

สหรัฐเข้ามามีบทบาทสนับสนุนด้านการทหารและข่าวกรองแก่อิสราเอล พร้อมส่งสัญญาณยับยั้ง (deterrence) ไม่ให้สถานการณ์ลุกลามสู่สงครามเต็มรูปแบบ แต่ขณะเดียวกันก็เพิ่มแรงกดดันทางการทูตและเศรษฐกิจต่ออิหร่าน หนึ่งในจุดเปราะบางที่สุดคือ “ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก เมื่อเกิดการปิดกั้น หรือ คุกคามเรือบรรทุกพลังงาน ได้สร้างผลกระทบราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทันที

นอกจากนี้ ได้มีความเสี่ยงจากการที่กลุ่มติดอาวุธพันธมิตรของอิหร่านในประเทศรอบข้าง เปิดแนวรบเสริม ทำให้ความขัดแย้งลุกลามขยายเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้ ราคาพลังงานผันผวน เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อในหลายประเทศ, ค่าระวางเรือและประกันภัยทางทะเลสูงขึ้น จากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย, ตลาดการเงินผันผวน เงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำและพันธบัตรรัฐบาล ประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน โดยเฉพาะในเอเชีย เผชิญต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพที่สูงขึ้น …โลกจึงจับตา “ตะวันออกกลาง” แบบวันต่อวัน เพราะผลสะเทือนไม่ได้หยุดอยู่แค่สนามรบ หากแต่เชื่อมโยงถึงเสถียรภาพเศรษฐกิจและพลังงานทั่วโลกโดยตรง

*** สำหรับประเทศไทย วงประชุมของ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ออกอาการ “กังวล” มากกว่าตื่นตระหนก เพราะโจทย์ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันขึ้น แต่คือความไม่แน่นอนที่อาจลากยาว 1-3 เดือน และอาจกดจีดีพีไทยปี 2569 เหลือโตเพียง 1.3%-1.6% จากเดิมที่เคยหวังไว้สูงกว่านั้น ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ เกรียงไกร เธียรนุกุล ประเมินว่า หากไฟสงครามไม่ดับเร็ว ต้นทุนพลังงานจะเป็นตัวเร่งให้ต้นทุนธุรกิจ และค่าครองชีพประชาชนขยับขึ้นเป็นลูกโซ่ ขณะที่ภาคท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งปี 2568 มีนักท่องเที่ยวราว 7-8 แสนคน อาจหายไปอีกราว 7 หมื่นคน หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

*** ในมุมการเงิน ยรรยง ไทยเจริญ จากสมาคมธนาคารไทย ชี้ชัดว่า ไทยกำลังเผชิญ “ช็อก 2 เด้ง” คือ ภาษีทรัมป์ และ ราคาน้ำมัน หากราคาน้ำมันโลกขยับทุก 10 ดอลลาร์ จะดันเงินเฟ้อไทยขึ้นราว 0.4% แม้กองทุนน้ำมันยังเป็นบวก แต่ต้องจับตาการส่งผ่านต้นทุนสู่สินค้าทั่วไป อีกด้านหนึ่ง ประเด็นการค้าสหรัฐ ก็ไม่เบา หลังศาลสูงสุดสหรัฐ ชี้ Reciprocal Tariffs ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ประธานาธิบดีสหรัฐ ใช้มาตรา 122 เดินหน้า Universal Tariff 10% ชั่วคราว พร้อมขยับมาตรการรายอุตสาหกรรม และขยายผลมาตรา 301-338 สินค้าเทคโนโลยี ความเสี่ยงสินค้าส่งออกไทยจึงเพิ่มขึ้น โดยปี 2568 ไทยเกินดุลสหรัฐฯ ถึง 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ กกร.ยังตรึงกรอบคาดการณ์ปี 2569 โต 1.6%-2.0% ส่งออกติดลบ -1.5 ถึง -0.5% เงินเฟ้อ 0.2% แต่ยอมรับว่าอาจต้องทบทวนใหม่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ

*** อีกด้านหนึ่ง รัฐมนตรีพลังงาน อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประเมินว่า วิกฤตอาจยืด 4-5 สัปดาห์ จึงงัดกลไกกองทุนน้ำมันตรึงดีเซล 15 วัน พร้อมกันชนไม่ให้ติดลบเกิน 20,000 ล้านบาท หากราคาน้ำมันดิบทะลุ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก็พร้อมเสนอ ครม. ลดภาษีหรืออุดหนุนเฉพาะกลุ่มทันที เบนซินจะใช้กองทุนช่วยบางส่วน ไม่ให้เกิด Price Shock แต่ยังอิงตลาดสิงคโปร์เป็นหลัก พร้อมเรียกเอกชนที่ขึ้นราคาล่วงหน้ามาปรับท่าทีให้เป็น “เบาะรองรับแรงกระแทก” แทนการซ้ำเติมผู้บริโภค

*** โจทย์ใหญ่คือ ช่องแคบฮอร์มุซ หากปิดยาว LNG จะพุ่งทันที ไทยนำเข้า LNG ราว 10% ของเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า รัฐจึงเร่งเพิ่มก๊าซในอ่าวไทยและเมียนมา ดึงถ่านหิน-ชีวมวล และซื้อไฟฟ้าพลังน้ำเพิ่มจาก สปป.ลาว มาตรการเด็ดอีกข้อคือ “ระงับส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป” เพื่อรักษาสต๊อกในประเทศ ไทยผลิตได้วันละ 170 ล้านลิตร ใช้จริง 130 ล้านลิตร ส่งออกไปเมียนมา เฉพาะส่วนเกี่ยวข้องแท่นก๊าซ และส่งออกตามสัญญากับลาว แต่ระงับไป กัมพูชา พร้อมคุมเข้มลักลอบข้ามแดน …รัฐมนตรีพลังงานเทียบสถานการณ์ใกล้เคียงช่วงต้นสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ต่างกันตรงซัพพลายโลกยังเหลือ จึงหวังว่าราคาน้ำมันจะไม่พุ่งสุดโต่งเหมือนครั้งนั้น

*** บทสรุป “ไทยยังไม่วิกฤตแต่ความเสี่ยงสูงขึ้นทุกวัน” สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการไม่ใช่แค่มาตรการเฉพาะหน้า แต่คือ เสถียรภาพ ความชัดเจน และ ความเร็วในการตัดสินใจ เพราะในโลกที่ผันผวน ความสามารถในการปรับตัวเร็ว คือ แต้มต่อเดียวที่เหลืออยู่

*** ปิดท้าย…กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ขอขอบพระคุณ“แพทยสภา” โดย พล.อ.อ.นพ.อิทธิพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทสภา ที่ได้ออกหนังสือส่งมาร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสที่ครบรอบ 45 ปี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ และก้าวเข้าสู่ปีที่ 46 ในวันที่ 23 ก.พ. 2569 โดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ นับเป็นประโยชน์แก่ประชาชนมาโดยตลอด…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...