โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็กสเตตัส ใครคุมอำนาจกองทัพ ก่อน “อนุทิน”ควบ กลาโหม ตท.26 ปึ้ก!! ยกแผง เบ็ดเสร็จ

สยามรัฐ

อัพเดต 42 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผู้การวิศรุฒน์

หากสแกนดูใน บรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดปัจจุบัน ทั้ง 5 เหล่าทัพ แม้จะเป็นเตรียมทหารรุ่น 24 (ตท.24) ถึง 3 คน แต่ อาจกล่าวได้ว่าอำนาจกองทัพอยู่ในมือเตรียมทหารรุ่น 26 เสียมากกว่า

เพราะในสังคมไทยจะมองไปที่เก้าอี้ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เพราะถือว่าเป็นเหล่าทัพที่ใหญ่ที่สุด และมีพลังอำนาจแฝงในทางการเมืองมากที่สุด มาตั้งแต่อดีต ด้วยเพราะผบ.ทบ. เป็นผู้นำก่อการรัฐประหาร มาหลายครั้ง และจาก ผบ.ทบ. กลายมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็หลายคน

จนเคยมีแนวคิดว่า ประชาชนควรจะมีส่วนในการพิจารณาคัดเลือกทางอ้อม ผู้ที่จะมาเป็น ผบ.ทบ. หรือ ผบ.เหล่าทัพ ผ่าน การแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อมวลชนหรือโซเชียลมีเดียด้วย เพราะไม่มีใครอาจรู้ได้ว่าวันหนึ่งในอนาคต ผบ.ทบ. หรือ ผบ. เหล่าทัพ ที่ขึ้นมาคุมอำนาจจะก่อการรัฐประหารและกลายเป็นผู้นำประเทศเป็นนายกรัฐมนตรีหรืออยู่ในคณะรัฐมนตรีหรือไม่

เช่นเดียวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่เริ่มมีเสียงสะท้อนว่าประชาชนทั่วโลกควรจะมีส่วนในการเลือกประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วย ไม่ใช่แค่พลเมืองอเมริกัน ด้วยเพราะวันนึงผู้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอาจจะนำโลก เข้าสู่สงครามเดือดร้อนกันทั้งโลก

แม้ว่าในทางปฏิบัติแล้วจะเป็นจริงได้ยากทั้งการที่จะมีมีส่วนร่วมในการเลือกประธานาธิบดีสหรัฐหรือการเลือกผบ.ทบ.ของประเทศไทย เพราะต่างมีระเบียบและกลไกรวมถึงธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติของแต่ละประเทศและแต่ละองค์กรอยู่

โดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเก้าอี้ ผบ.ทบ. หรือ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ มีคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลของกระทรวงกลาโหมหรือที่เรียกว่าบอร์ด 7 เสือกลาโหม มีอำนาจขาดในการแต่งตั้ง ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบกระทรวงกลาโหมปี 2551 ที่รู้กันดีว่าเป็นเสมือนเกราะเหล็กป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้าแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร

เพราะในบอร์ด 7 เสือกลาโหม นี้มีฝ่ายการเมืองแค่ 2 เสียง คือ รมว.กลาโหม และ รมช.กลาโหม อีก 5 เสียงเป็นฝ่าย ข้าราชการประจำ หรือ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ คือ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุดผบ.ทบ. ผบ.ทร. และ ผบ.ทอ. โดยทั้งหมด 1 เสียงเท่ากัน หากต้องโหวตในการเลือกหรือตัดสินใจ

แต่ที่ผ่านมากองทัพยังไม่เคยมีการต้องโหวต เพราะการโหวตจะเกิดขึ้นเฉพาะที่มีความเห็นไม่ตรงกันเท่านั้น ซึ่งในระดับผู้บัญชาการเหล่าทัพจะไม่ก้าวก่ายกันอยู่แล้วให้เป็นอำนาจของผู้บัญชาการแต่ละเหล่าทัพในการเสนอ แต่งตั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพคนใหม่ในเหล่าของตนเอง หรือในระดับห้าเสือ และแม่ทัพนายกอง ไม่มีการก้าวก่ายแทรกแซงกัน

จึงไม่มีช่องโหว่ หรือ ช่องว่างให้ฝ่ายการเมือง มาล็อบบี้หรือเจรจาให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพโหวตลงคะแนนตามที่ฝ่ายการเมืองต้องการ แม้ว่าในช่วง 20 ปี ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองต้องการให้โหวต แต่ผบ.เหล่าทัพไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้เกิดการแตกแยกในหมู่ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่มีธรรมเนียมจะไม่ก้าวก่ายกันและกัน

ดังนั้นอำนาจจึงอยู่ในมือผู้บัญชาการเหล่าทัพ แบบเต็มมือโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผบ.ทบ. จึงยังทำให้ผู้ที่เป็น ผบ.ทบ. ถูกมองว่ามีอำนาจมากที่สุดใน บรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพ แม้ว่าจะมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็น ผู้บังคับบัญชาสูงสุด ก็ตาม

ดังนั้นอำนาจในกองทัพจึงถูกมองไปที่ตัวผบ. ทบ. และผู้บัญชาการเหล่าทัพ มากกว่าตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม หรือผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ปัจจุบันเตรียมทหารรุ่น 24 มี “บิ๊กหนุ่ย” พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม “บิ๊กหยอย” พล.อ.อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ “บิ๊กเฟื่อง” พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร.

ขณะที่เตรียมทหารรุ่น 26 มี “บิ๊กปู” พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ เป็นผบ.ทบ. และ “บิ๊กคิม” พล.อ.อ.เสกสรร คันธา เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ที่สำคัญคือนั่งยาว โดย พล.อ.พนา นั่งเป็นผบ.ทบ. เป็นปีที่ 2 และมีอายุราชการถึงตุลาคม 2570 รวมนั่งยาว 3 ปี

เช่นเดียวกับ พล.อ.อ.เสกสรร ที่นั่งเป็น ผบ.ทอ เป็นปีแรกแต่มีอายุราชการถึงตุลาคม 2571 คือจะนั่งยาว 3 ปี จึงถือได้ว่าทั้งสองคนเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพที่มีเพาเวอร์มากกว่าคนที่ที่นั่งแค่ 1 หรือ 2 ปี

ยิ่งหากโฟกัสไปที่กองทัพบก ซึ่งถือเป็นเหล่าทัพหลัก จะเห็นได้ว่า พล.อ.พนา ได้วางตัวแม่ทัพนายกอง ที่เป็นเพื่อนเตรียมทหาร 26 คุมอำนาจเบ็ดเสร็จ โดยเฉพาะหน่วยกำลังรบ

ตั้งแต่ระดับ 5 เสือกองทัพบก ก็เป็นเพื่อน ตท.26 ถึง 4 คน คือ “บิ๊กรุ่ง” พล.อ.ชิษณุพงษ์ รอดสิริรอง ผบ. ทบ “บิ๊กเต้” พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผบ.ทบ. “เสธ.ปูด้วง” พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ. แถมมี “เสธ.เอก” พล.อ. อานุภาพ ศิริมณฑล เป็นหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาอยู่หน้าห้องผบ.ทบ. อีกคน

ขณะระดับ แม่ทัพคุมกำลัง และเทียบเท่า แม่ทัพภาค เป็น ตท.26 ถึง 6 ทัพภาค ทั้ง “แม่ทัพเติ่ง” พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาค 2 “แม่ทัพกุ้ง” พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาค 3 “แม่ทัพยูร” พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาค 4 พล.ท.อดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) เทียบเท่าแม่ทัพภาค5 “ผบ.ปิ๊บ” พล.ท.ไพบูลย์ พุ่มพิเชฏฐ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก (ผบ.นปอ.) เทียบเท่า แม่ทัพภาค 6 และ พล.ท.วัชรินทร์ มุทะสินธุ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) เทียบเท่าแม่ทัพภาค 7 และ พล.ท.อาวุธ พุทธอำนวย มาคุม ททบ.5 เป็น กอญ. ไม่นับรวมตำแหน่ง ผบ.หน่วย ในระดีบ มทบ. อีกบางตำแหน่ง เพราะเมื่อเพื่อนขึ้นสู่อำนาจแล้วก็ต้องดูแลเพื่อน เป็นเรื่องปกติ

กล่าวได้ว่าอำนาจกองทัพบกอยู่ในมือเตรียมทหารรุ่น 26 แบบเบ็ดเสร็จ โดยที่ ตำแหน่งแม่ทัพภาคและเทียบเท่าระดับแม่ทัพภาค ถือว่า สามารถขยับขึ้นเป็นพลเอก 5 เสือกองทัพบกได้เลย

ยิ่งในยุคนี้ พล.อ.พนา เป็นคนที่รักเพื่อนพ้อง เมื่อขึ้นสู่ตำแหน่งก็จึงดึงและดันเพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 ขึ้นมามาช่วยงานในตำแหน่งสำคัญและที่ใกล้ชิด ซึ่งหากยึดตามระบบอุปถัมภ์ทั่วไป ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อรุ่นใดขึ้นมามีอำนาจแล้ว ก็ต้องเอาเพื่อนร่วมรุ่นขึ้นมาช่วยงาน และคุมตำแหน่งสำคัญ เพราะย่อมต้องไว้วางใจเพื่อนที่เรียนกันมา ตั้งแต่โรงเรียนเตรียมทหาร 2 ปี และโรงเรียนนาย จปร. อีก 5 ปี และตั้งแต่จบมารับราชการทหารด้วยกันอีกกว่า 30 ปี ย่อมมีความสนิทสนมรักใคร่และรู้จักนิสัยใจคอ สามารถขัดตัวคนที่เหมาะสมทั้งความรู้ความสามารถ และรวมทั้งคนที่สนิทสนมไว้วางใจ มาลงตำแหน่งต่างๆ

ยิ่ง พล.อ.พนา เคยเป็นหัวหน้านักเรียนตั้งแต่สมัยเรียน เตรียมทหารและโรงเรียนนายร้อย จปร. ก็ยิ่งสะท้อนถึงความเป็นผู้นำ และสามารถมองออกว่าจะแต่งตั้งให้เพื่อนคนใดดำรงตำแหน่งใด

จึงไม่แปลกที่จะมีข่าวภายในกองทัพบก ว่า พล.อ.พนา และการนำ ตท.26 ได้วางตัว พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ผช.ผบ.ทบ. จากสาย รบพิเศษหมวกแดง ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ต่อจาก พล.อ.พนา เมื่อ เกษียณตุลาคม 2570 โดย พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ มีอายุราชการถึงตุลาคม 2571

รวมถึง กระแสข่าวที่ว่าจะส่ง พล.อ.ชัยพฤกษ์ แกนนำ ตท.26 จากเสนาธิการทหารบก ไปเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมในโยกย้ายกันยายน 2569 นี้

และหาก ผบ.ทร.คนใหม่ ที่จะมาแทน พล.อ.ไพโรจน์ ที่เกษียณราชการตุลา 2569 นี้ เป็น “บิ๊กโอ๋” พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) หรือ พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วย ผบ.ทร. แกนนำ ตท.26 เป็น ผบ.ทร.คนใหม่ ก็จะทำให้ ตท.26 คุมตำแหน่งสำคัญ เกือบหมด คงเหลือแต่ ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ พล.อ.กฤษฏ์ ตท.24 ยังคงนั่งอยู่คนเดียว จนกว่าจะเกษียณ ต.ค. 2570

เช่นนี้หากเป็นสถานการณ์ทางการเมืองและกองทัพย้อนหลังไปเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว การวางกำลังเช่นนี้ อาจถูกตีความว่าเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะเป็นการคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ

แต่เป็นที่รู้กันว่าสถานการณ์ในยุคปัจจุบันการปฏิวัติรัฐบาลเกิดขึ้นได้อย่างยิ่งอีกทั้งโครงสร้างกำลังรบ ของหน่วยคงกำลังปฏิวัติเช่นในอดีตได้ถูกปรับเปลี่ยนโครงสร้างโอนย้ายโยกย้ายแตกต่างไปจากเดิมมากแล้ว

ดังนั้นจึงทำให้ในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของ อนุทิน ชาญวีรกูล ทำให้มีชื่อของ แกนนำตท.26 ถึง 2 นาย มีชื่อชิงเก้าอี้กลาโหมใน ครม. อนุทิน 2 ทั้ง “แม่ทัพกุ้ง” พล.อ.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาค 2 ผู้โด่งดัง เพื่อนสนิท พล.อ.พนา และ “บิ๊กดุล” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม แต่ยังคงลุ้นมีชื่อติดโผ ยกเว้น พล.อ.บุญสิน ที่ปฏิเสธว่าจะไม่รับตำแหน่งใดๆทางการเมือง

และนี่อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่นายอนุทิน มักจะต่อสายตรงคุยกับพลเอกชัยพฤกษ์ ที่นอกจากเป็นคีย์แมนของกองทัพบก คุมงานสำคัญเสนาธิการทหารบก และเป็นเลขาธิการ กอ.รมน. เพราะจะทำให้การประสานสั่งการ ตท.26 เป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น

ยิ่งโดยเฉพาะหาก นายอนุทินมาตำแหน่ง รมว. กลาโหม มาคุมกองทัพคุมความมั่นคงเอง เพราะในยุคที่ คะแนนนิยมของกองทัพยังสูงจากการสู้รบกับกัมพูชา และการมีบอร์ด 7 เสือกลาโหม เป็นเกราะคุ้มกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองล้วงลูก แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร

หาก นายอนุทิน ควบรมว.กลาโหม บทบาทที่ทำได้คือฝ่ายสนับสนุน กองทัพให้มีความพร้อมสำหรับการสู้รบป้องกันอธิปไตย และ อาจต้องทำหน้าที่เป็นตรายางอนุมัติตามที่ผบ. เหล่าทัพ เสนอในการแต่งตั้งโยกย้าย

โดยจะเริ่มที่โยกย้ายกลางปี นี้ ที่กำลังจะเสร็จสิ้นอีกไม่กี่วันแล้ว เพื่อเตรียมนำเข้าบอร์ด 7 เสือกลาโหม ที่จะยังคงเป็น “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาการ รมว.กลาโหม และ พล.ท.อดุลรักษาการ รมช. กลาโหมประชุม ก่อนที่จะให้ นายอนุทิน ที่ยังเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ นำขึ้นทูลเกล้าฯ

หากนายอนุทิน ควบกลาโหมก็จะได้ร่วมเป็นบอร์ด 7 เสือกลาโหมและมีส่วนร่วมในการจัดทำโผโยกย้ายทหารโผแรกในโยกย้ายปลายปีราวกันยายน 2569 ที่จะทำให้ นายอนุทิน ได้รู้จักกองทัพมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดวางตัวแม่ทัพนายกอง การวางทายาทและศึกภายใน กองทัพ ที่เกิดขึ้นเป็นธรรมดามาทุกยุคทุกสมัย อยู่ที่ว่ายุคใดจะเข้มข้นกว่าเท่านั้นเอง โดยที่ฝ่ายการเมืองก็ไม่อาจแทรกแซงได้

แม้ว่าจะเป็นยุคของนายอนุทิน ซึ่งเป็น นายกฯและ รมว.กลาโหมพลเรือน และมีแบ็คอัพ ที่ไม่ธรรมดาก็ตาม

#กองทัพไทย #ตท26 #อนุทิน #กลาโหม #ผู้บัญชาการทหารบก #การเมืองไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...