โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รัฐฯ เตือน ปชช."รับจ้างเปิดบัญชีม้า"เจอคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับ 3 แสน

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(8มี.ค.69) นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ ภัยร้ายที่สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ และพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายจากการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีคนไทยบางส่วนเข้าไปมีส่วนร่วมในการหลอกลวงพี่น้องประชาชน คนไทยด้วยกัน โดยการรับจ้างเปิดบัญชีม้า ขอย้ำเตือนประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนอย่าเห็นแก่เงินค่าจ้างเพียงเล็กน้อยรับจ้างเปิดซิมการ์ด หรือให้ข้อมูลส่วนตัวแก่มิจฉาชีพ เพื่อนำไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ ก่อนจะนำหมายเลขดังกล่าวไปใช้เป็นเครื่องมือกระทำความผิดทางออนไลน์

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า อัตราโทษและค่าปรับตามกฎหมายการรับจ้างเปิดซิมหรือยินยอมให้ผู้อื่นนำซิมที่ลงทะเบียนในชื่อตนเองไปใช้งาน มีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าข่ายความผิดตาม พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568) หากพิสูจน์ได้ว่าหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการกระทำผิด

“ตามกฎหมายกำหนดโทษไว้ชัดเจน โดย เจ้าของซิมม้า อาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ ผู้ที่เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือชักชวนให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืมซิม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ จะมีโทษหนักกว่า คือจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” นางสาวอัยรินทร์ ย้ำ

รัฐบาลพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้ากวาดล้างซิมม้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้ผู้อื่นใช้ข้อมูลส่วนตัวหรือสแกนใบหน้าเพื่อลงทะเบียนเปิดซิมการ์ดแทนผู้อื่นโดยเด็ดขาด หากประชาชนตรวจพบว่ามีการนำชื่อ-นามสกุลของตนไปลงทะเบียนซิมโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือพบเบาะแสเกี่ยวกับมิจฉาชีพออนไลน์ สามารถแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ thaipoliceonline หรือโทรสายด่วน 1441 ของศูนย์ Anti Online Scam Operation Center (AOC) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา : รัฐบาลไทย

#ข่าวเวิร์คพอยท์23

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...