โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

MFECปี69มุ่งให้บริการAI พุ่งเป้าลูกค้าองค์กรดันโต

ทันหุ้น

อัพเดต 01 ก.พ. เวลา 16.49 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 01.15 น.

#MFEC #ทันหุ้น – MFEC ได้เดินหน้าขยายให้บริการ AI อย่างเต็มตัว หลังเข้าลงทุนใน “เคลฟเวิร์ส คอร์ปอเรชั่น”ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ AI ในองค์กร พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่ จ่อรับรู้รายได้ 50%จากแบ็กล็อกที่มี 6 พันล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายกำไรขั้นต้นปี 2569 โต 15%

นายธนกร ชาลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC ผู้พัฒนางานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในปี 2569 บริษัทได้เตรียมเจาะตลาด AI อย่างเต็มตัว โดยมีจุดแข็ง คือ มีผลิตภัณฑ์ที่เป็น AI ของตัวเอง ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติเพียงอย่างเดียว จากการเข้าไปลงทุนใน “บริษัท เคลฟเวิร์ส คอร์ปอเรชั่น จำกัด” มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 85.16 ล้านบาท ถือหุ้น 35%

@รุกให้บริการ AI

โดยส่งผลให้มีสถานะเป็นบริษัทร่วม ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการ AI Transformation แบบครบวงจรครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา การออกแบบ พัฒนา และบูรณาการระบบบน AI แพลตฟอร์ม รวมถึงการดูแลระบบ สำหรับลูกค้าองค์กร และจะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจเต็มปี 2569 เพื่อมุ่งเน้นในการตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่กำลังมีความกังวล เรื่องปัญหาด้านต้นทุนไอทีที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแบรนด์ต่างชาติ มักมีการปรับเปลี่ยนราคาอยู่ตลอดเวลา ทำให้ลูกค้าไม่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ จึงมองหาโซลูชันที่จะเข้ามาช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายด้านไอที

รวมถึงมีความกังวลว่าหากไม่เริ่มใช้ AI หรือใช้ช้าจะถูกคู่แข่งแซงหน้า แต่ขณะเดียวกันยังไม่ทราบว่าจะนำ AI มาใช้ให้เกิดผลประโยชน์ได้ต่อองค์กรได้อย่างไร โดยทางบริษัทจะนำ AI ไปช่วยในองค์กรของลูกค้าอยู่ 2 ส่วนหลัก ส่วนที่ 1 คือ AI สำหรับระบบหลังบ้าน เป็นการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยสร้างลำดับขั้นตอนการทำงานที่ถูกออกแบบมาอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นจนจบ สำหรับงานที่มีเอกสารจำนวนมาก เช่น HR, การตลาด, ฝ่ายกฎหมาย, การตรวจสอบภายใน เพื่อสร้างมาตรฐานการทำงานให้กับองค์กร

ส่วนที่ 2 คือ AI สำหรับธุรกิจหลัก ซึ่งเจาะจงเกี่ยวกับงานขององค์กรโดยตรง และบริษัทยังมี Private AI สำหรับลูกค้าที่กังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ทำให้ข้อมูลไม่หลุดออกไปภายนอก

@ขยายฐานใหม่

ทั้งนี้บริษัทจะยังคงรักษาฐานลูกค้าหลักในกลุ่มธนาคาร, โทรคมนาคม และพลังงานเป็นหลัก และมีแผนที่จะขยายเข้าสู่กลุ่มใหม่ๆ เพิ่มเติม อีกทั้งยังปรับนโยบายให้ทีมขายมุ่งเน้นโครงการที่มีขนาดใหญ่ มูลค่าประมาณ 50-100 ล้านบาท ขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันบริษัทมูลค่างานในมือ (Backlog) ณ สิ้นปี 2568 อยู่ประมาณ 6,000 ล้านบาท คาดการณ์ว่าจะสามารถรับรู้รายได้ในปี 2569 ประมาณ 50% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 3,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ดีบริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตของกำไร ดังนั้นปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นทำให้บริษัทตั้งเป้าหมายปี 2569 จะมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 15% โดยมีแรงสนับสนุนจากการมุ่งเน้นหาลูกค้ารายใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆ การใช้ผลิตภัณฑ์ AI ของตัวเอง และการพัฒนา AI สำหรับงานหลังบ้านและธุรกิจหลักของลูกค้า จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการเพิ่มมูลค่าและกำไรให้กับงานบริการ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...