“ญี่ปุ่น” เจอจุดเปราะบาง ดิวตี้ฟรีทรุด รับแรงกระแทกนักท่องเที่ยวจีนหาย
การหดตัวของยอดขายดิวตี้ฟรีในห้างใหญ่ญี่ปุ่นตอกย้ำความเสี่ยงจากการพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนมากเกินไป ท่ามกลางความพยายามในการกระจายตลาดและยกระดับรายได้ท่องเที่ยวระยะยาว
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.20 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ยอดขายสินค้าปลอดภาษี (Duty-free) ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำในญี่ปุ่นปรับตัวลดลงอีกครั้งในเดือนมกราคม สะท้อนผลกระทบจากความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นกับจีนที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนชะลอการเดินทางมาเยือนญี่ปุ่น และกดดันภาคค้าปลีกอย่างมีนัยสำคัญ
Takashimaya Co. เปิดเผยว่ายอดขายดิวตี้ฟรีลดลงถึง 19% โดยระบุว่าสาเหตุหลักมาจากคำแนะนำด้านการเดินทางของรัฐบาลจีนที่ขอให้ชาวจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น แม้ว่ายอดขายสาขาเดิม (same-store sales) จะยังเติบโต 7.4% ก็ตาม ขณะที่ J Front Retailing Co. ซึ่งเป็นเจ้าของห้าง Daimaru และ Matsuzakaya ระบุว่า ยอดขายปลอดภาษีลดลงราว 17% ส่งผลให้การเติบโตของยอดขายรวมถูกจำกัดอยู่ที่เพียง 0.7%
นักท่องเที่ยวจีนถือเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการฟื้นตัวภาคท่องเที่ยวญี่ปุ่นหลังโควิด-19 โดยมีสัดส่วนราว 1 ใน 5 ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมดในปี 2568 ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 9.6 ล้านล้านเยน อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ที่แย่ลงระหว่างสองประเทศได้เผยให้เห็นความเปราะบางจากการพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนมากเกินไป และเร่งให้ญี่ปุ่นต้องหันไปกระจายแหล่งที่มาของอุปสงค์มากขึ้น
ข้อมูลระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนลดลงถึง 45% เหลือเพียง 330,000 คนในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แม้ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2025 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ ทะลุ 40 ล้านคนเป็นครั้งแรกก็ตาม โดยนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ๆ เข้ามาช่วยชดเชยการหายไปของนักท่องเที่ยวจีน ตามคำกล่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวญี่ปุ่น Yasushi Kaneko เมื่อเดือนมกราคม
รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 60 ล้านคน และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 15 ล้านล้านเยน ภายในปี 2573 พร้อมเดินหน้ากระจายแหล่งนักท่องเที่ยวและช่องทางรายได้ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดจีน
นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังตั้งเป้าเพิ่มค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติขึ้น 9% เป็น 250,000 เยนต่อคนภายในปี 2573 และเพิ่มจำนวนคืนค้างแรมในภูมิภาคต่างจังหวัดเป็น 130 ล้านคืน หรือมากกว่าสองเท่าจากปัจจุบัน โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของการท่องเที่ยวกับคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่น พร้อมควบคุมปัญหา overtourism ที่เริ่มกระทบประชาชนในหลายพื้นที่
อ้างอิง : bloomberg.com