ไทยเตรียมนำปราสาทเขาพระวิหารกลับคืนสู่ไทย จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์
ในโลกออนไลน์มีการส่งต่อข้อมูลและกระแสข่าวอ้างว่า กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ออกประกาศเตรียมดำเนินการนำปราสาทเขาพระวิหารกลับคืนมาเป็นอธิปไตยของประเทศไทยอีกครั้ง
จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์และสร้างความเข้าใจผิดเป็นวงกว้างในกลุ่มผู้ติดตามข่าวสารด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการเมือง
กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อชี้แจงสถานะทางกฎหมายระหว่างประเทศและท่าทีล่าสุดของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อป้องกันความสับสนที่อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะข้อมูลที่บิดเบือนไปจากข้อตกลงสากลที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
คำถาม
จริงหรือไม่ที่กระทรวงการต่างประเทศประกาศเตรียมนำปราสาทเขาพระวิหารกลับคืนสู่ประเทศไทย และมีการเปลี่ยนแปลงท่าทีต่อคำตัดสินของศาลโลก?
การตรวจสอบ
กองบรรณาธิการ Sanook News ตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลที่มีการอ้างว่า "ไทยเตรียมนำปราสาทเขาพระวิหารกลับคืน" นั้นเป็นข้อมูลที่ "บิดเบือนและไม่เป็นความจริง" โดยจากการตรวจสอบท่าทีและประกาศล่าสุดของกระทรวงการต่างประเทศ พบว่าประเทศไทยยังคงยึดถือและยอมรับคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 ซึ่งได้วินิจฉัยให้ตัวปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในอาณาเขตภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา
กระบวนการที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ใช่การทวงคืนตัวปราสาทตามที่มีการแอบอ้าง แต่เป็นการหารือในรายละเอียดเกี่ยวกับ "พื้นที่ทับซ้อนหรือขอบเขตพื้นที่โดยรอบปราสาท" ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่ทั้งสองประเทศต้องใช้กลไกทางการทูตในการเจรจาตกลงกันอย่างสันติวิธี เพื่อกำหนดแนวเขตที่ชัดเจนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและบันทึกความเข้าใจที่มีอยู่
นอกจากนี้ กองบรรณาธิการพบว่าจุดยืนของทางการไทยในปัจจุบันคือการสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกอย่างยั่งยืน โดยไทยแสดงความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทางวิชาการและการบูรณะซ่อมแซมตัวปราสาทร่วมกับฝ่ายกัมพูชาและองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในฐานะที่ปราสาทดังกล่าวเป็นมรดกวัฒนธรรมที่สำคัญของภูมิภาค ไม่ได้มีการประกาศนโยบายเพื่อนำตัวปราสาทกลับคืนมาเป็นของไทยตามที่สื่อโซเชียลระบุแต่อย่างใด
ข้อเท็จจริง
ข่าวนี้เป็น "ข่าวบิดเบือน" กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้ประกาศนำปราสาทเขาพระวิหารกลับคืนสู่ไทย แต่เป็นการดำเนินการหารือเรื่องพื้นที่โดยรอบภายใต้กรอบกฎหมายเดิม และไทยยังคงยอมรับคำตัดสินของศาลโลกปี 2505 ที่ให้ตัวปราสาทเป็นของกัมพูชา