“ทนายอั๋น” เปิดใจหลังเด็ดปีก “หมอเกศ” พ้นวงการ 10 ปี! จี้ กกต. อย่าสองมาตรฐาน-ห่วงคดีฮั้ว สว. ส่อแววแทรกแซง
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ภายหลังศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ ลต สว11/2568 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรณี น.ส.เกศกมล ใช้คำว่า ‘ศาสตราจารย์’ ทั้งที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ตามกฎหมายของประเทศไทยลงสมัคร สว. และชักจูงให้เข้าใจผิดในการคัดเลือก สว.ปี 2567
โดยศาลพิพากษาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง น.ส.เกศกมลเป็นระยะเวลา 10 ปี ปมใช้วุฒิการศึกษาชักจูงให้เข้าใจผิดการเลือกตั้ง สว.ในปี 2567
ต่อมานายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ซึ่งได้ร่วมฟังคำพิพากษาคดีดังกล่าว ก็เลยออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ตนในฐานะที่เป็นผู้ร้องเรียนคดีดังกล่าว รู้สึกพึงพอใจกับผลคำพิพากษา โดยตนเองต้องการให้ กกต. ดำเนินการตรวจสอบเรื่องของตำแหน่งทางวิชาการที่อาจขัดต่อกฎหมายและทำให้เข้าใจผิดในคุณสมบัติการเลือกเป็น สว. ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต. จะวินิจฉัยเพียงแค่เรื่องของวุฒิการศึกษา แต่ตนได้คัดค้านไปว่า มันมีประเด็นเรื่องตำแหน่งทางวิชาการศาสตราจารย์ที่มีปัญหาเรื่องของการรับรองในประเทศไทย จึงนำมาสู่คำวินิจฉัยของ กกต. ที่มายื่นสู่ศาลในวันนี้
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคงไม่ติดใจที่จะดำเนินการใด ๆ กับทางน.ส.เกศกมลอีก เพราะมองว่าที่ผ่านมาเจ้าตัวก็คงเหนื่อยมามากพอแล้ว ส่วนตัวไม่มีอะไรติดใจหรือมีปัญหากับหมอเกศ ยังรู้สึกเห็นใจด้วยซ้ำตั้งแต่วันที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องของการศึกษา
ส่วนการตัดสินในวันนี้เป็นเพียงแค่การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แต่ในส่วนของคดีอาญา เข้าใจว่า กกต. จะต้องเป็นผู้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับหมอเกศในความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (4) ที่มีโทษจำคุกสูงถึง 10 ปี โดยยืนยันว่า ตนเองจะไม่ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษในเรื่องนี้ เพราะส่วนตัวรู้สึกเห็นใจและอยากให้เรื่องระหว่างตนกับน.ส.เกศกมลจบลงแต่เพียงเท่านี้ แต่ทาง กกต. จะดำเนินการยื่นฟ้องดำเนินคดีทางอาญาเมื่อไหร่นั้น ก็คงต้องจับตากันต่อไป ได้แต่คาดหวังว่า กกต. อาจเตรียมทำคำร้องเอาไว้แล้ว แต่ขอให้ทาง กกต. ดำเนินการให้เป็นบรรทัดฐานในคดีสภาระดับประเทศ เหมือนกับที่เคยดำเนินการฟ้องดำเนินคดีทางอาญากับผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นในกรณีแบบเดียวกัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ กกต. ยังไม่ดำเนินการฟ้องดำเนินคดีอาญากับนายสมชาย เล่งหลัก อดีตสมาชิกวุฒิสภาที่ถูกศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปีตั้งแต่ปี 2567
นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า ขอให้จับตาในเรื่องของคดีการฮั้วเลือก สว. ให้ดี เพราะนี่ถือเป็นประเด็นใหญ่ที่ตนยังคงเดินหน้าเรื่องนี้อยู่ เรื่องการเข้าใจผิดในคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือก สว. ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่เรื่องของการฮั้วก็สำคัญ ยิ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ปรากฏว่า มีคนที่ทำคดีฮั้ว สว. ไปถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งบุคคลดังกล่าวคาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI ในอนาคต นั่นจึงทำให้ตนยิ่งเกรงว่า คดีฮั้วเลือก สว. อาจจะเดินหน้าไปไม่ถึงไหนและไม่สามารถลากผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้ ขอให้จับตาเรื่องนี้ให้ดี