นายกฯ ปรับแผนเร่งอพยพด่วน คนไทยในอิหร่าน 300 ชีวิต
วันนี้ (3 มี.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ แถลงผลการประชุม ร่วมกับเอกอัครราชทูตและสำนักงานของกระทรวงการต่างประเทศที่อยู่ในแถบประเทศภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อรับฟังสถานการณ์ของแต่ละประเทศ และรับฟังข้อเสนอรวมถึงการเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนคนไทยที่อยู่ในแต่ละประเทศแถบตะวันออกกลาง
นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลรับฟังทุกปัญหาแต่ในภาพรวม ขวัญกำลังใจของทุกคนยังถือว่าดีอยู่ ส่วนข้อแนะนำให้คนไทยดูแลตัวเองให้พ้นจากภัยการโจมตี ซึ่งในแต่ละประเทศสถานเอกอัครราชทูตประสานงาน และรัฐบาลไทยกำหนดว่าในจุดที่เป็นอันตรายที่สุดคือในประเทศอิหร่าน โดยจะเร่งดำเนินการนำตัวคนไทยประมาณ 300 คน และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ ให้ถอยมาตั้งหลักให้ออกจากประเทศมาก่อน ให้กลับมาเมืองไทย
เราไม่อยู่ไม่เกิน 300 คน มันถือว่า โชคดีด้วยที่เราสามารถบริหารจัดการเคลื่อนย้ายผู้คนเหล่านั้นในความสามารถที่เรามีอยู่ได้
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า จะประสานโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในส่วนของประเทศไทยปัจจัยที่จะประสานให้คนไทยกลับมาดำเนินการเตรียมพร้อมหมดแล้ว เหลือเพียงการประสานสถานทูตในแต่ละประเทศ เพราะในประเทศนั้น ๆ ต้องมีวีซ่าขาออก ไม่ใช่วีซ่าขาเข้าอย่างเดียว และไม่สามารถที่จะรอได้ว่าทุกคนมีครบหมดแล้ว ซึ่งขณะนี้ทุกคนในอิหร่าน หากจะต้องไปกรอกคำร้องตามขั้นตอนไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะระบบการให้บริการสาธารณะขณะนี้ไม่เป็นไปตามปกติจึงต้องดำเนินการทุกวิถีทาง
เมื่อถามว่า นายกฯ กังวลในด้านใดมากที่สุด นายอนุทิน กล่าวว่า สิ่งที่กังวลที่สุดคือความปลอดภัยของคนไทย แต่โดยส่วนใหญ่คนไทยได้รับการแนะนำว่า จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรและประเทศต่าง ๆ นั้น ก็มีระบบป้องกันภัยโดยเฉพาะประเทศที่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจสูงมีระบบป้องกันภัย อย่างไรก็ตามก็ยังคงห่วงคนไทย จึงกำชับทางเอกอัครราชทูตในแต่ละประเทศว่า ต้องดำเนินการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ หากคนไหนประสงค์จะกลับไทยต้องให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง แต่ขณะนี้ชื่นชมจิตใจของพี่น้องคนไทย หากเทียบกับจำนวนผู้ที่กลับเมืองไทยมีไม่ถึง 25% ซึ่งยังมีความมั่นใจว่าสามารถดำรงชีวิตอยู่ในพื้นที่นั้นได้
ผู้สื่อข่าวยังถามว่า คนไทยในอิสราเอลที่ประสงค์จะกลับประเทศไทยมีจำนวนเท่าไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า ในอิสราเอลมีคนไทยอาศัยอยู่จำนวนมากกว่า 60,000 คน โดยประสงค์กลับประเทศไทยจำนวน 20 คน แต่คาดว่าอาจจะเพิ่มขึ้นได้หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ตนเคยทำงานใกล้ชิดในสมัยเป็น รมว.มหาดไทยและรองนายกฯ เมื่อ 2 ปีก่อน ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูต ซึ่งมีสถานการณ์คล้ายกัน หากคนไทยที่ไปทำงานที่นั่น
ส่วนใหญ่ไปทำงานอาชีพเกษตรกรรม ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยอาจจะมีบ้างที่อยู่ฉนวนกาซ่า ซึ่งตรงนั้นในขณะนี้ต้องนำคนไทยในพื้นที่ดังกล่าวออกมา ขณะเดียวกันประชุมกับเอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอล ซึ่งได้รับแจ้งถึงความมั่นใจว่า คนไทยที่อยู่ที่นั่นมีขวัญกำลังใจที่ดี เชื่อมั่นว่าจะสามารถดูแลตัวเองได้
เมื่อถามว่า คนไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประสงค์จะกลับประเทศไทย จำนวน 1,000 คน ขณะนี้เป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า มีที่ประสงค์กลับตามข้อมูลเดิม ซึ่งตรงบริเวณ UAE มีความเป็นฮับศูนย์กลางการเดินทางมีทางเลือกในการเดินทางค่อนข้างมาก ซึ่งในจุดนั้นยังสามารถใช้วิธีการเดินทางกลับปกติได้ แต่รัฐบาลเตรียมการไว้ เช่น กรณีเกิดเหตุที่ต้องเดินทางกลับออกจากประเทศหนึ่งประเทศใดไม่ได้ ทางสถานทูตจะจัดให้นำคนไทยไปยังอีกเมืองหนึ่งที่น่านฟ้ายังเปิดอยู่ และสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้
เมื่อถามถึงการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลมีมาตรการในเรื่องการบริหารจัดการเรื่องน้ำมัน อย่างที่มีใครให้ข้อมูลว่า น้ำมันไทยอยู่ในมือเอกชนนั้น ซึ่งเอกชนที่ว่าหมายถึง ปตท. ซึ่งเป็นเอกชนแต่ถือหุ้นใหญ่โดยรัฐ และรัฐบาลมีกฎหมายที่จะดำเนินการ หากมีความจำเป็นด้านความมั่นคงสามารถสั่งห้ามการส่งออกน้ำมันได้
ทุกวันนี้ไทยยังคงสั่งห้ามส่งออกน้ำมัน ยกเว้นประเทศลาว นอกจากความเป็นบ้านพี่เมืองน้อง เราต้องรักษาทางเศรษฐกิจ ที่ปัจจุบันไทยยังต้องใช้ไฟจากประเทศลาว หากไทยห้ามการส่งออกน้ำมันไปลาว ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือหรือเกิดจากปริมาณการใช้ในประเทศไทย เรากลั่นในประเทศได้วันละ 170 ล้านลิตร ใช้อยู่ 130 ล้านลิตร นี่คือรายงานจากกระทรวงพลังงาน ส่งไปยังประเทศลาววันละ 7 ล้านลิตร ซึ่งที่เหลือส่งไปยังประเทศอื่น ๆ
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ส่วนที่เหลือตนให้นโยบายไป หากสถานการณ์ยังพัฒนาไปในทางที่รุนแรงขึ้น ส่วนน้ำมัน 30 กว่าล้านลิตร ที่เคยส่งไปสร้างรายได้ให้กับต่างประเทศก็ต้องกำหนดใหม่ ส่วนสาเหตุที่ต้องส่งน้ำมันไปยังประเทศลาว เพราะความเป็นประเทศเพื่อนบ้าน และยังมีการพึ่งพาไฟฟ้าจากประเทศลาว โดยประเทศลาวใช้ไฟฟ้าพลังงานน้ำเป็นส่วนใหญ่ หากมีอะไรที่มีความจำเป็นยังเชื่อว่า เรายังมีแหล่งผลิตไฟฟ้าที่เราสามารถนำเข้ามาใช้ในประเทศได้ หากไปตรึงตอนนี้ เมื่อถึงเวลาที่เราต้องพึ่งพาเขา อาจเป็นปัญหา เรายังไม่ถึงจุดนั้น
เมื่อถามว่า ต้องมีการทบทวนได้หรือยังเพราะล่าสุดมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า ในเรื่องราคาต้องดำเนินการ แต่ว่าตรงนี้มีเรื่องที่เป็นกลไกของตลาดแต่ไทยยังต้องตรึงราคาให้มากที่สุด โดยเมื่อวานนี้ทางรัฐบาลได้ประชุมโดยประเมินจากสถานการณ์หนึ่ง แต่วันพรุ่งนี้ จะต้องหารือกับทางกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน ที่จะต้องตรึงราคาสินค้าที่มีผลกระทบต่อต้นทุนจากการใช้ชีวิตของประชาชน
เมื่อถามถึงกรณีประชาชนเติมน้ำมันกักตุนจะสื่อสารอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้เราตื่นตัว ไม่เป็นไร แต่ยืนยันได้ว่า ในช่วงนี้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตแน่นอนยังมีสำรองน้ำมันจะใช้ได้ไม่ใช่แค่เพียง 60 วัน ซึ่งเดิมกรณีไม่มีน้ำมันดิบเข้ามาเลย ไทยไม่ได้มีแหล่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังมีแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่นอีกด้วย และแน่นอนว่าวันนี้ กำลังผลิตของโลกหายไปแต่กลไกตลาดราคาน้ำมันอาจมีผล เช่น ราคาแก๊สซึ่งจะต้องนำมาพิจารณาว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร
ส่วนจะต้องหาแหล่งน้ำมันเพิ่มเติมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า การใช้ในแต่ละวันในประเทศไทยยังสามารถมีเพียงพอที่จะใช้ในประเทศอยู่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้มาล่าสุด และจะกำชับให้ทางกระทรวงพลังงาน หรือ ปตท. ออกมาชี้แจง ขณะนี้ได้แจ้งไปยังปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นประธาน ปตท. ด้วยว่า ให้ชี้แจงเพื่อเกิดความมั่นใจกับประชาชน
เมื่อถามว่า ตามรายงานสถานการณ์จะยืดเยื้อ 1 เดือน ในระยะนี้ ห่วงอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สถานการณ์หนึ่งวันก็เป็นห่วงแล้วเพราะเป็นสงครามมีการทำลายล้างกัน และสิ่งที่ในความเป็นประเทศไทยตอนนี้ “อย่าให้ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้” เราจะต้องให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของคนไทย เรื่องค่าครองชีพในประเทศไทย เรื่องการตรึงราคาสินค้า อย่าให้มีการฉวยโอกาส เรื่องการจัดการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถือเป็นปัจจัยหลักในการใช้ในประเทศ เลยยังไม่ได้ประเมินสถานการณ์ว่าจะจบเมื่อไหร่ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงทุกวัน แต่ขออย่าให้มีอะไรส่งผลกระทบกับไทย ตอนนี้ไทยแลนด์เฟิร์ส ยืนยันว่า รัฐบาลไทยต้องทำทุกวิถีทาง ที่จะทำให้เกิดผลกระทบกับประเทศไทยและคนไทยน้อยที่สุด
นอกจากนี้ ยังแจ้งไปยัง รมว.ต่างประเทศ และปลัดกระทรวง ให้จัดศูนย์แถลงข่าว เพราะจะมีข้อมูลที่อัปเดตสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา จึงขอให้ติดตามจากการแถลงข่าวในแต่ละวัน
เมื่อถามถึงความมั่นใจในการดูแลความปลอดภัยการท่องเที่ยวใน นายกฯ กล่าวว่า ในเรื่องความปลอดภัยไม่ใช่ดูแลเรื่องการท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่ใช่เพียงการดูแลคนในประเทศคู่กรณีที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ซึ่งได้กำชับหน่วยงานด้านความมั่นคง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับทราบความจำเป็นเร่งด่วนในเรื่องนี้ ซึ่งเมื่อวานนี้ (2 มี.ค.2569) ได้มีการประชุม สมช. ได้แบ่งหน้าที่ไปปฏิบัติเรียบร้อยแล้ว
ส่วนจะต้องรีบตั้งรัฐบาลหรือไม่ เพื่อแก้ปัญหาให้เป็นเอกภาพ นายกฯ กล่าวว่า หวังว่าการรับรอง สส. จะเกิดขึ้นโดยเร็ว แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลปัจจุบันยังบริหารราชการแผ่นดินอยู่ โดยเฉพาะในช่วงนี้ถ้ามีวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ตนพร้อมที่จะใช้กลไกเครือข่ายที่มีอย่างเต็มที่ในการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของคนไทย ไม่ได้นึกว่า ขณะนี้จะเป็นรัฐบาลรักษาการหรือไม่ ยิ่งการเลือกตั้งผ่านไปแล้วสิ่งที่เขาห้ามรัฐบาลทำคือ ผูกพันงบประมาณรัฐบาลต่อไป ซึ่งขณะนี้ ยังไม่ใช่เวลาที่จะต้องมานั่งคุยเรื่องงบประมาณ ก็ตัดประเด็นนี้ไป เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการซี 10 ขึ้นไป ช่วงนี้ก็ไม่ใช่ฤดูกาลโยกย้าย ก็ตัดประเด็นนี้ไป นอกเหนือจากนี้ก็ทำได้หมด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหนเพราะฉะนั้นก็อย่าไปผูกประเทศไทยต้องมีรัฐบาลตลอดเวลา
ทั้งนี้ ในวันนี้ต้องเร่งอพยพคนไทยในอิหร่านก่อน เพราะปัจจัยรอบข้างเอื้ออำนวย มีประมาณ 270 - 300 คน เท่านั้นสามารถใช้เครื่องบินลำเดียวก็นำคนไทยกลับมาได้ และจะเป็นเครื่องบินเช่าเหมาลำหรือจะเป็นเครื่องบินจากไทยไปรับก็ได้หมด เราเปิดทุกทางเลือก และเอกอัครราชทูตไทยประจำอิหร่าน ก็เตรียมพร้อมหมดแล้ว
อิหร่านเผยยอดเสียชีวิต 550 คน เหตุสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตี
อิสราเอลถล่มสถานีโทรทัศน์ ระบุเป็นศูนย์สื่อสารของรัฐบาลอิหร่าน
นายกฯ ถกด่วนมาตรการช่วยคนไทย คาดสู้รบตะวันออกกลางยืดเยื้อ 4 สัปดาห์
"สีหศักดิ์" เปิดแผนอพยพ "คนไทย" จากอิหร่านไปตุรกี ก่อนบินกลับประเทศ