โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เกือบไม่ได้รักษา! คนไข้หัวใจวายติดเล็บปลอมจนใช้เครื่องวัดออกซิเจนไม่ได้ ต้องเรียกช่างทำเล็บมาถอดให้ด่วน

เดลินิวส์

อัพเดต 6 มีนาคม 2569 เวลา 3.43 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ความรักสวยรักงามของคนไข้กลายเป็นอุปสรรคในการช่วยชีวิตเมื่อเธอมีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันและทีมแพทย์ไม่สามารถใช้อุปกรณ์วัดค่าสัญญาณชีพได้เพราะเล็บปลอมยาวเฟื้อยของเธอซึ่งติดแน่นจนแกะไม่ออก

วันนี้ (5 มี.ค. 2569) สำนักข่าวจีนรายงานกรณีฉุกเฉินของหญิงชาวจีนรายหนึ่งที่เกิดอาการหัวใจวายและเกิดปัญหาในระหว่างการรักษาเพราะเล็บเจลที่เธอต่อไว้ สร้างความตกตะลึงแก่ชาวโซเชียลมีเดียของจีนและกลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจถึงความเสี่ยงอันตรายที่คาดไม่ถึงจากการทำเล็บ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 หญิงวัย 28 ปีจากมณฑลหูหนานซึ่งรายงานข่าวระบุเพียงนามแฝงว่า “ลิลลี่” เกิดอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ทีมแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลประชาชนมณฑลหูหนานได้รุดเข้าช่วยเหลือทันที

แต่เมื่อทีมแพทย์พยายามใช้เครื่องวัดออกซิเจนที่ปลายนิ้วเพื่อตรวจเช็กระดับออกซิเจนในเลือด พวกเขากลับพบว่าอุปกรณ์ไม่สามารถอ่านค่าที่ถูกต้องได้เพราะติดที่เล็บปลอมที่ทั้งหนาและยาวของเธอที่ไปปิดกั้นแสงอินฟราเรดจากตัวเครื่อง ซึ่งตามปกติจะต้องส่องทะลุปลายนิ้วเพื่อวัดระดับการดูดซับแสงของฮีโมโกลบินในร่างกาย ทำให้ไม่สามารถอ่านค่าออกซิเจนในเลือดของเธอได้

ทีมแพทย์พยายามจะแกะเล็บปลอมเหล่านี้ออก แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะเล็บติดแน่นมาก ในที่สุด พวกเขาก็ต้องเรียกช่างทำเล็บให้นำอุปกรณ์มืออาชีพมาช่วยถอดเล็บออกอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ทีมแพทย์สามารถดำเนินการรักษาและช่วยชีวิตลิลลี่ไว้ได้อย่างทันท่วงที

แพทย์ประจำโรงพยาบาลดังกล่าวได้เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ Sanxiang Metropolis Daily ว่า พวกเขาคุ้นชินกับกรณีที่ผู้ป่วยหญิงทำเล็บมาแล้วกลายเป็นอุปสรรคต่อการรักษาพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง โดยคุณหมอได้เตือนว่า นอกจากสถานการณ์แบบที่เกิดขึ้นกับลิลลี่แล้ว ผลิตภัณฑ์ทำเล็บพลาสติกบางชนิดและการตะไบหน้าเล็บที่รุนแรงเกินไปก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เช่นกัน

ขณะที่ นพ. หลิว เซียว แพทย์ฉุกเฉินประจำโรงพยาบาลในเครือคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง แห่งที่ 2 ได้กล่าวในวิดีโอแนะนำว่า ผู้ที่รักการทำเล็บควรเว้นนิ้วว่างไว้สักหนึ่งนิ้วเพื่อเป็น "โอกาสในการช่วยชีวิต" โดยคุณหมอหลิวเล่าว่า เขาเคยรักษาหญิงวัย 20 ปีเศษรายหนึ่งที่ถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินในอาการโคม่า แต่ไม่สามารถตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือดได้เพราะติดที่เล็บเจล ซึ่งในครั้งนั้นทางแก้ของทีมแพทย์คือการเปลี่ยนไปใช้เครื่องวัดออกซิเจนแบบหนีบติ่งหูแทน

ด้านพนักงานของบริษัทผลิตเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วให้ข้อมูลกับสำนักข่าว Nanfang Daily ว่า นอกเหนือจากความหนาของเล็บเจลแล้ว สีทาเล็บโทนเข้มก็มีผลต่อการดูดซับหรือสะท้อนแสงอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความแม่นยำในการอ่านค่าของอุปกรณ์ได้

เหตุการณ์นี้ทำให้ชาวเน็ตคนหนึ่งแสดงความเห็นว่า "คราวหน้าถ้าไปทำเล็บ ฉันจะจำไว้ว่าต้องเว้นไว้สักสองนิ้ว" ส่วนอีกคนกล่าวว่า "ฉันไม่ทำเล็บอยู่แล้วเพราะรู้สึกว่ามันไม่สะอาดและไม่ดีต่อสุขภาพ พอมีเรื่องนี้ยิ่งกลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ไม่ควรทำ"

อย่างไรก็ตาม มีชาวเน็ตที่ไม่เห็นด้วยที่จะต้องงดเว้นการทำเล็บมือชี้ว่า "ในเมื่อสามารถตรวจวัดระดับออกซิเจนจากหูหรือนิ้วเท้าได้ ผู้คนก็ควรมีสิทธิ์ที่จะทำเล็บได้ตามความต้องการ"

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, Handout

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...