กองปราบฯ รวบแก๊งสแกมเมอร์คาสวนยาง วิ่งหนีโดดลงคลองตัวปลิว
กองปราบฯ รวบแก๊งสแกมเมอร์คาสวนยาง วิ่งหนีโดดลงคลองตัวปลิว
กองบังคับการปราบปราม โดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.1 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายสุข (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 13 มกราคม 2569 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฐานเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด” จับได้ภายในสวนยางต่อเนื่อง ลำคลองในสวนยาง ต.ห้างสูง อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี
สืบเนื่องจาก ผู้เสียหายพบเพจในเฟซบุ๊คที่มีชื่อว่า "Lovely Day" โพสต์โฆษณาเชิญชวนให้ใช้เวลาว่างเพื่อสร้างรายได้ โดยการรับสินค้าไปแพ็คที่บ้าน โดยมีค่าแรง 10 บาทต่อชิ้น ผู้เสียหายสนใจจึงได้ส่งข้อความไปสอบถามรายละเอียดการทำงาน ต่อมาเพจเฟซบุ๊คดังกล่าวได้ให้ผู้เสียหายทำการแอดไลน์ เพื่อทำการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ผู้เสียหายจึงทำการแอดไลน์ ไปพบกับบัญชีผู้ใช้ไลน์ที่มีชื่อว่า "ฝ่ายบริการใบหยก" ไลน์ดังกล่าว ได้แจ้งรายละเอียดขั้นตอน กับรับงานไปแพ็คที่บ้าน พร้อมให้ผู้แจ้งกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อสมัครเข้าทำงานต่อ
จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้มีการชักชวนหลอกล่อ ให้ผู้เสียหาย หาเงินด้วยวิธีการเทรดหุ้นแทน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ทำการโอนเงินไปเข้าบัญชีธนาคารของ นายสุบรรณฯ ตามที่กลุ่มผู้ต้องหาหลอกลวง เพื่อทำการเทรดหุ้น กว่าสามแสนบาท หลังจากที่โอนเงินเข้าไปให้กลุ่มผู้ต้องหาแล้ว พบว่าไม่สามารถถอนเงินออกมาได้จริง จึงรู้ว่าตนถูกหลอก
ผู้เสียหาย จึงได้รวบรวมหลักฐานนำมาแจ้งความดำเนินคดีต่อ พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดี ต่อมาได้มีการออกหมายจับนายสุข (นามสมมุติ) ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลศาลอาญา จากการตรวจสอบข้อมูลผู้ต้องหารายนี้ พบว่ามีหมายจับทั้งหมด 5 หมาย โดยข้อหาตามหมายจับทั้ง 5 หมายดังกล่าว ต่างมีพฤติกรรมใกล้เคียงกับหมายที่ถูกจับกุมคือ ข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฐานเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือ เพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้ หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด”
จากการสอบถามพนักงานสอบสวนพื้นที่ต่างๆ ที่มีการออกหมายจับผู้ต้องหารายนี้ พบว่าความเสียหายรวมกันทั้งหมดกว่าล้านบาท ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนจนทราบว่า นายสุข (นามสมมุติ) ผู้ต้องหา ซึ่งได้ถูกออกหมายจับไว้แล้วดังกล่าวข้างต้น ได้หลบหนีมากบดานอยู่ในสวนยางพาราพื้นที่ ต.ห้างสูง อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ออกเดินทางไปตรวจสอบ เฝ้าสังเกตการณ์ภายในสวนยางดังกล่าว ระหว่างนั้น พบนายสุข (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาอยู่ภายในสวนยาง เมื่อผู้ต้องหาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งหลบหนีและกระโดดลงไปใน
คลองน้ำภายในสวนยาง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้วิ่งไล่ติดตามและกระโดดน้ำลงไปตามจับกุมตัวขึ้นมาจนได้ จากการสอบถาม นายสุบรรณฯ รับว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลศาลอาญา ลงวันที่ 13 ม.ค.69 จริง และไม่เคยถูกจับตามหมายนี้มาก่อน จากนั้นจึงได้นำตัว นายสุข (นามสมมุติ) ส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป