โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตอนไหนนะ ที่เราต้องเป็น ‘ผู้ใหญ่’

The MATTER

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 11.03 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 11.00 น. • Lifestyle

โตมาถึงได้รู้ว่าการเป็นผู้ใหญ่ไม่ง่ายอย่างที่คิด

ตอนที่ยังเป็นเด็กเราอาจเคยจินตนาการถึงวัยผู้ใหญ่ไว้อย่างน่าตื่นเต้น ได้ทำอาชีพที่ต้องการ ได้ไปสถานที่ใหม่ๆ ได้เจอประสบการณ์ที่ไม่คาดคิด ได้ทำทุกอย่างที่เคยฝันไว้ ราวกับทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายดาย ที่พอถึงเวลาทุกอย่างก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าทันทีทันใด

แต่พอถึงวันที่เราก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่จริงๆ เรื่องราวต่างๆ กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ความจริงกลับเรียบง่ายและแสนหดหู่ ไหนจะบิลที่ต้องจ่าย ที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพอต้องใช้เงินตัวเองซื้อจริงๆ จะแพงได้ขนาดนี้ สถานที่ต้องไปไม่ใช่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่เป็นโรงพยาบาล ไม่ก็ที่ทำงานแสนห่อเหี่ยว แต่ถึงจะวัยผู้ใหญ่จะน่าเศร้าแค่ไหน สุดท้ายเราก็จะค่อยๆ เรียนรู้และได้เห็นโลกแบบที่เด็กตัวน้อยคนนั้นไม่เคยเห็นมาก่อน

เหตุการณ์อะไรที่ทำให้เรารู้สึกเป็นผู้ใหญ่ครั้งแรกกันบ้างนะ วันนี้ The MATTER ตามไปสอบปากคำเหล่าผู้ใหญ่ตอนต้นที่เพิ่งผ่านพ้นวัยรุ่นกันไม่นานนี้ แล้วชวนไปดูว่าพวกเขามองการเปลี่ยนแปลงนี้ยังไงบ้างกัน

ไม่ขอเงินแม่แล้ว — โบนัส, อายุ 26

เราไม่ขอเงินแม่แล้วตั้งแต่เริ่มทำงานตอนอายุ 23 แต่พ่อแม่ก็จะถามว่าไหวไหม อยู่ได้ไหม เอาเงินเพิ่มไหม อันนี้น่าจะเป็นสัญญาณที่เราโตแล้วจริงๆ เพราะเราไม่รู้สึกอยากขอแล้ว พอไม่ต้องพึ่งพาเขาแล้วมันทำให้เราวางแผนมากขึ้น ไม่ใช่วันนี้ พรุ่งนี้ แต่ต้องเป็นเดือนนี้ หรือเดือนหน้า มันมีการคิดไตร่ตรองมาก เพื่อให้เรามีชีวิตแบบที่เราอยากใช้ ถ้าเราวัยเด็กมาเห็นก็คงรู้สึกภูมิใจ เพราะเราไม่ได้อยากอยู่กับพ่อแม่ไปตลอดอยู่แล้ว อยากให้เขาได้ใช้ชีวิตของเขาบ้าง

เปิดบริษัทของตัวเอง — แจ๊คกี้ จักริน, อายุ 24

จริงๆ ยังไม่เคยรู้สึกเป็นผู้ใหญ่เลย รู้สึกไม่สามารถนิยามคำว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ได้ขนาดนั้น แต่ถ้าให้วัดความเป็นผู้ใหญ่ครั้งแรกอาจจะเป็นตอนที่เปิดบริษัท ปี 2024 เพราะว่าต้องดูแลตัวเองเต็ม 100% แล้ว เป็นเหมือนอีกก้าวหนึ่งของชีวิต เราต้องรักตัวเองให้มากขึ้น มองเป้าหมายของตัวเองให้ชัดขึ้น มันต่างจากเมื่อก่อน เราอาจจะคิดแค่ได้ขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ 1 ครั้ง ได้ทัวร์ต่างประเทศ มองความฝันแคบๆ แต่ตอนนี้ต้องมองให้ไกลขึ้นไปอีก มองเป้าหมายของชีวิตตัวเองไปถึง 30 แล้ว แต่ถึงจะโตกว่านี้เราก็รู้สึกว่าคนเรามีทั้งความเด็กและความเป็นผู้ใหญ่ในตัว ต่อให้เราอายุ 30 ที่ดูเป็นวัยผู้ใหญ่แล้ว เราก็อาจจะโหยหาความเป็นเด็กก็ได้ ถ้าเราตอนเด็กมาเห็นคงบอกกับเราว่า ภูมิใจในตัวแจ๊คกี้มากๆ เก่งมากที่ไม่เคยหยุดตามความฝันของตัวเอง

นัดเสียวครั้งแรก — Kidd, อายุ 26

เรารู้สึกเป็นผู้ใหญ่ครั้งแรกตอนได้นัดเสียวกับคนแปลกหน้า เราในสมัยเด็กเรามักจะถูกปลูกฝังว่าการมีความสัมพันธ์กับใครสักคนมันต้องเกี่ยวโยงกับคนรัก จุดที่ทำให้รู้สึกว่ากิจกรรมนี้ทำให้โตขึ้น เพราะมันได้ทลายกรอบของสังคม และทำให้เรารู้ว่าความสัมพันธ์มันไม่ได้มีแค่รูปแบบของคนรักเพียงอย่างเดียว ความสัมพันธ์มีหลากหลายรูปแบบบนโลกนี้ แล้วเราได้รู้จักหนึ่งในความสัมพันธ์อันหลากหลายนั้น เหมือนเราได้ก้าวเข้าสู่อีกช่วงวัยหนึ่งของชีวิต ถ้าเราตอนเด็กมาเห็นอาจจะดีใจ ที่เราได้โตอีกขั้นหนึ่ง เพราะตอนเด็กเราคงไม่กล้า

วันสุดท้ายในอเมริกาหลัง Work and Travel — วอร์ม 20 ยังจอย, อายุ 27

เราไป Work and Travel หลังเรียนจบ แล้ววันสุดท้ายก่อนกลับไทย ช่วงที่พระอาทิตย์ตก เป็นวินาทีที่เราต้องยอมรับความจริงว่าเราไม่ใช่วัยเรียนอีกแล้ว หลังจากนี้เราจะต้องก้าวสู่วัยทำงาน แม้เราจะรู้มาเสมอว่าเงินเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก่อนหน้านั้นเราไม่ได้ตัดสินใจสิ่งต่างๆ ด้วยเงิน แต่หลังจากต้องเป็นผู้ใหญ่ เงินกลายเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำสิ่งนั้น เรามีอิสระในการตัดสินใจน้อยลง เพราะเราต้องดูแลตัวเองและดูแลคนอื่นด้วย ถ้าเราตอนเด็กมาเจอเราตอนนี้ก็คงบอกว่า โตขึ้นนายก็เจ๋งเหมือนกันนะเนี่ย ถ้ามีเวลาอย่าลืมสนุกกับการ์ตูนทั้งวันเหมือนเขาด้วยนะ เพราะเราในวัยผู้ใหญ่ไม่สามารถสนุกเหมือนเขาได้แล้ว

เข้าร้านเหล้าแบบถูกกฎหมาย — สปาย, อายุ 26

อายุ 20 แล้ว เราเข้าร้านเหล้าแบบไม่ต้องกลัวมีตำรวจมาตรวจแล้วโดนค่าปรับ มันทำให้เรารู้สึกว่าเรารับผิดชอบตัวเองได้ เพราะร้านเหล้ามันก็ดูเป็นที่ของผู้ใหญ่ มันเป็นสถานที่ไม่กี่ที่ ที่ต้องอายุถึงถึงจะเข้าได้อย่างถูกกฎหมาย เราไม่ต้องระแวงเหมือนตอนเป็นเด็ก ถ้าเราตอนเด็กมาเห็นคงไม่คิดเหมือนกันว่าเราจะทำแบบนี้ แต่เราก็คงจะบอกกลับไปว่าร้านเหล้ามันก็ไม่แย่นะ

วันที่ต้องไปโรงพยาบาลคนเดียว — มาย, อายุ 28

เมื่อก่อนไปโรงพยาบาล ไม่ว่าจะป่วยเล็กป่วยใหญ่ ที่บ้านจะจัดการให้ แต่วันที่เราต้องไปโรงพยาบาลด้วยตัวเอง วันนั้นถึงรู้สึกว่าตัวเองโตแล้ว เพราะมันมีสิ่งที่เราต้องทำมากกว่าที่คิด มันมีดีเทลที่ตอนเด็กๆ เราไม่เคยรู้ เช่น การติดต่อประกัน หรือการจองห้องพัก สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับเรา ถ้าเราในตอนเด็กมาเห็นก็คงรู้สึกหดหู่ คงไม่มีใครอยากชินกับการเข้าโรงพยาบาลหรอก การที่ทุกวันนี้เราไปโรงพยาบาลได้คล่องแคล่วขึ้นมันก็สะท้อนว่ามันมีเหตุให้เราต้องไป แต่เราตอนเด็กก็คงกอดตัวเองแล้วบอกว่าในอนาคตแกคงไปโรงพยาบาลบ่อย มันหดหู่แหละ แต่แกจะทำได้

วันที่คนในครอบครัวจากไป — ป้าม่วงล์ อายุ 27

วันที่กู๋ของเราเสีย วันนั้นเป็นวันที่เรามีบทบาทช่วยจัดงาน ถ้าเราเป็นเด็กเราก็คงไม่ต้องดูแลเรื่องนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ พอเป็นคนใกล้ตัวเสีย มันทำให้รู้สึกว่าเราโตขึ้นอีกขั้นแล้วนะ เพราะความตายมันใกล้ตัวมากขึ้น แล้วเราก็จะจินตนาการต่อไปเองว่าวันนี้เป็นกู๋ วันต่อไปก็คงเป็นคนที่เรารู้จักอีกก็ได้ ก่อนหน้านี้เคยมีญาติเสีย ตอนป.2 เรายังไปวิ่งเล่นในงานศพอยู่เลย แต่พอโตขึ้นมันทำให้เราเข้าใจการจากลามากขึ้น และเริ่มเห็นภาพกว้างของงานศพ ไม่ใช่แค่เรามาฟังพระตอนเย็น แต่มันคือทั้งวันที่เราต้องอยู่ตรงนั้น เหตุการณ์นี้มันทำให้เรารู้สึกถึงความเศร้ามากขึ้น เพราะเราจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว แต่ต้องอยู่กับมันให้ได้

รู้ว่าทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจ — จาวาชิป, อายุ 31

เราอาจจะเคยคิดว่าทำไมเราถึงไม่ได้แบบนั้น แต่บางครั้งชีวิตมันก็เป็นแบบนั้นเอง ไม่ใช่ว่าเรายอมแพ้ แต่เราแค่เข้าใจมากขึ้นว่าเพราะอะไรถึงไม่ได้ และยอมรับได้ว่ามันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ตอนเด็กเรายอมรับไม่ได้เลย สมมติบอกว่า วันนี้บ่าย 2 ไปกินไอติมกัน ถึงเวลาพ่อไม่ว่าง จะไม่เข้าใจเลยว่าทุกคนมีธุระของตัวเองหรือความกะทันหันมันเกิดขึ้นได้ เราเพิ่งมาเข้าใจช่วงอายุ 27-28 นี้เอง จนรู้สึกว่าถ้าสิ่งไหนสมหวังก็ถือว่าลงล็อคไป แต่ถ้าไม่ได้ก็เป็นจังหวะชีวิตที่จะไม่ได้แล้วกัน เราไม่จำเป็นต้องไปด่า ไปทวงเอาคำตอบเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

Graphic Designer: Phitsacha Thanawanichnam
Editorial Staff: Runchana Siripraphasuk

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...