โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 11 มีนาคม 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 11 มีนาคม 2569

>> เพลิงไหม้ภายในห้องทำไอน้ำ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ มีผู้บาดเจ็บโดนไฟลวก อาสาฯ นำส่งรพ.

09.42 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย (ตึกสภานายิกา) ถนนอังรีดูนังต์ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น อาคาร 5 ชั้น ประกอบกิจการ ศูนย์บริจาคโลหิตและสถานพยาบาล ต้นเพลิงเกิดขึ้นชั้นที่ 1 ภายในห้องทำไอน้ำ เพลิงลุกไหม้ถังน้ำมันดีเซล ขนาด 500 ลิตร จำนวน 1 ถัง ลุกลามเครื่องทำไอน้ำ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 10 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำ และโฟมทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้ห้องต้นเพลิงเสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย อายุประมาณ 28 ปี ได้รับบาดเจ็บมีอาการโดนไฟลวกที่เท้าทั้งสองข้าง อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบรรทัดทอง

>> บังคับใช้ ปรับเกณฑ์ชั่วโมงทำงานพยาบาล ไม่เกิน 12 ชม.ต่อวัน ลดเสี่ยงเหนื่อยล้า-เพิ่มความปลอดภัยผู้ป่วย-บุคลากร

09.43 น. น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เปิดเผยว่า ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. 2569 โดยมีผลบังคับใช้แล้ว เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดเวลาการทำงานของบุคลากรพยาบาลให้เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้า และเสริมความปลอดภัยทั้งต่อผู้ป่วยและผู้ปฏิบัติงาน

รองโฆษกฯ กล่าวว่า สภาการพยาบาลตระหนักว่า การมีอัตรากำลังพยาบาลที่เพียงพอและเหมาะสมทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกัน หากพยาบาลต้องทำงานเป็นเวลานานต่อเนื่องหรือมีเวลาพักระหว่างเวรไม่เพียงพอ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติการณ์ไม่พึงประสงค์และส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยได้

ประกาศฉบับใหม่ กำหนดหลักเกณฑ์สำคัญเกี่ยวกับชั่วโมงการทำงานของพยาบาล อาทิ ให้ผู้บริหารการพยาบาลจัดตารางการทำงานโดยกำหนดชั่วโมงการทำงานรวม ไม่เกินวันละ 12 ชั่วโมงโดยชั่วโมงการทำงานรวม ไม่เกิน 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยรวมชั่วโมง การทำงานล่วงเวลาและการปฏิบัติงานจากการถูกเรียกตัว (On Call) และกำหนดให้มี ระยะเวลาพักระหว่างเวรไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง เพื่อลดความเหนื่อยล้าจากการทำงาน นอกจากนั้นหลีกเลี่ยงการจัดตารางเวรที่ทำให้กลับมาปฏิบัติงานเร็วเกินไป (Quick return) และลดความเสี่ยงจากการทำงานต่อเนื่องยาวนาน และสถานพยาบาลยังต้องจัดให้มีมาตรการดูแลความปลอดภัยของพยาบาล เช่น การจัดช่วงเวลาพักระหว่างเวร การฟื้นฟูหลังการทำงานหนัก รวมถึงการจัดพื้นที่พักสำหรับการพักผ่อนระหว่างเวร โดยเฉพาะในเวรกลางคืน เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงาน

รองโฆษกฯ กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวยังส่งเสริมให้สถานพยาบาลจัดระบบบริหารทรัพยากรบุคคลด้านการพยาบาลอย่างเหมาะสม รวมถึงการส่งเสริมสุขภาวะของพยาบาล การป้องกันภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) และการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการพักผ่อน เพื่อให้บุคลากรสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

>> รถเทรลเลอร์บรรทุกบ้านสำเร็จรูป เฉี่ยวชนขอบคานสะพานลอย คนงานเสียชีวิต 2 ราย

09.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าฉัตรไชย ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุรถบรรทุกบ้านสำเร็จรูป เฉี่ยวชนขอบคานสะพานลอย บริเวณหน้าโรงเรียนหงส์หยกบำรุง ถนนเทพกระษัตรี ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 18 ล้อ บรรทุกบ้านสำเร็จรูปมาเต็มคันรถ จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยรายแรกเสียชีวิตอยู่บนเพดานหลังคาบ้านสำเร็จรูป ส่วนอีกรายเสียชีวิตอยู่บนพื้นถนน มีบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกายรวมถึงบริเวณศีรษะ

จากการสอบถามคนขับรถบรรทุกคันดังกล่าวให้การว่า ได้ขับรถบรรทุกบ้านสำเร็จรูปมาจากจังหวัดชลบุรี เพื่อจะนำไปส่งในพื้นที่ตัวเมืองภูเก็ต เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ คิดว่าความสูงของรถสามารถลอดผ่านสะพานลอยได้ แต่ปรากฏว่าระดับความสูงไม่พ้นขอบสะพาน จึงทำให้ศีรษะของแรงงานที่นั่งอยู่บนตัวบ้านสำเร็จรูปกระแทกกับขอบสะพานอย่างรุนแรง ผู้เสียชีวิตทราบเป็นแรงงานสัญชาติเมียนมา

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ประสานแพทย์เวรจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เข้าร่วมชันสูตรพลิกศพ พร้อมตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

>> ศาลยกฟ้อง "แอม ไซยาไนด์" คดีฆ่านิตยา มีเหตุแห่งความสงสัย ยกประโยชน์ให้จำเลย

11.06 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี "แอม ไซยาไนด์" วางยาฆ่าผู้อื่นคดีที่ 3 หมายเลขดำ อ.274/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้องนางสรารัตน์ หรือแอม ไซยาไนด์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนฯ

กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22-23 ส.ค.2463 จำเลยได้ใส่สารพิษไซยาไนด์ลงในเครื่องดื่มให้ น.ส.นิตยา แก้วบุปผา อายุ 36 ปี จนถึงแก่ความตายเนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตและการหายใจล้มเหลว แล้วชิงเอารถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าและทรัพย์สินหลายรายการของผู้ตายไปโดยทุจริต เหตุเกิดที่บ้านพักผู้ตาย ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมือง จ.นครปฐม และที่อื่นเกี่ยวพันกัน จำเลยให้การปฏิเสธ ต้องเบิกตัวแอม จากเรือนจำ

ล่าสุดศาลพิพากษา "ยกฟ้อง" แอม ไซยาไนด์ ฆ่าประสงค์ทรัพย์ น.ส.นิตยา แก้วบุปผา หลังมีเหตุแห่งความสงสัย ยกประโยชน์ให้จำเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลอาญามีคำพิพากษาคดีความผิดของแอม ไซยาไนด์มาแล้วรวม 2 คดี โดยคดีแรกใส่สารไซยาไนด์ เพื่อเจตนาฆ่า ก้อย น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ อายุ 33 ปี จนถึงแก่ความตาย คดีนี้ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิตสถานเดียว
ส่วนคดีที่ 2 ล่าสุดศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แอม ไซยาไนด์ หลังใส่สารไซยาไนด์ในอาหารให้ พ.ต.ต.หญิงนิภา หรือ สารวัตรปู อายุ 38 ปี ถึงแก่ความตาย

>> แม่ร้องมูลนิธิปวีณาฯ คาใจลูกวัย 5 เดือนดับปริศนา หลังพี่เลี้ยงป้อนยาเด็ก 2 ขวบ ตร.เร่งสอบหาสาเหตุ

12.23 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน แม่เลี้ยงเดี่ยววัย 37 ปี เข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หลังคาใจการเสียชีวิตของลูกสาววัย 5 เดือน ภายหลังนำไปฝากพี่เลี้ยงในละแวกบ้านดูแล ก่อนเกิดเหตุพี่เลี้ยงได้ป้อนยาแก้อักเสบของลูกตัวเองวัย 2 ขวบให้เด็กกิน ทำให้เด็กมีอาการเลือดออกทางจมูกและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยแพทย์ออกใบมรณบัตรระบุสาเหตุว่า “ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว” อย่างไรก็ตาม แม่เด็กไม่ปักใจเชื่อ จึงขอให้แพทย์ชันสูตรศพ เก็บชิ้นเนื้อและเลือดไว้ตรวจอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

ล่าสุด เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิปวีณาฯ พร้อมหน่วยงานในสังกัด กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พาแม่เด็กเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สถานีตำรวจนครบาลราษฎร์บูรณะ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี โดยแม่เด็กยืนยันว่าลูกไม่ได้มีอาการป่วยก่อนฝากเลี้ยง อีกทั้งคำให้การของพี่เลี้ยงยังไม่ตรงกัน ทั้งเรื่องท่าทางการนอนของเด็กขณะเกิดเหตุ จึงเชื่อว่าการเสียชีวิตครั้งนี้อาจผิดธรรมชาติ พร้อมยืนยันจะดำเนินคดีกับพี่เลี้ยงให้ถึงที่สุด ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติมและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

>> กก.ดส.ทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ ฟอกเงินกว่า 1,000 ล้าน จับ 3 ผู้ต้องหา ขยายผลล่าตัวร่วมขบวนการ

13.16 น. เจ้าหน้าที่ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) ในสังกัด กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ หลังสืบสวนพบเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท โดยปฏิบัติการเป็นไปตามนโยบายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การสั่งการของ สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายได้รวม 3 ราย พร้อมหมายจับจากศาลหลายคดี

จากการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม น.ส.ศศิธร ซึ่งมีบทบาทเป็นกรรมการบริษัทเอกชน ทำหน้าที่บัญชีพักเงินให้เว็บพนันหลายเว็บไซต์ เช่น ได้บริเวณลานจอดรถแฟลตแห่งหนึ่งย่านบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพฯ ขณะเดียวกันยังจับกุม นางวันทนา และนายสังเวียน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฟอกเงินของเว็บพนัน ในพื้นที่เขตบางแค และเขตตลิ่งชัน

โดยทั้ง 3 ราย ถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ เปิดบัญชีให้ใช้กระทำความผิด และร่วมกันฟอกเงิน เบื้องต้นตำรวจควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี พร้อมขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการและตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติม

>> รมว.พาณิชย์ ขอประชาชน ไม่ตื่นตระหนก ภาวะสู้รบในตะวันออกกลาง ย้ำมีศูนย์ประเมินสถานการณ์รายวัน - มีแผนรับมือผลกระทบทั้งระยะสั้น-ยาว

14.51 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงราคาสินค้า และ ผลทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ว่า ตอนนี้มีเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะราคาพลังงาน เพราะจะเป็นตัวชี้วัดของราคาสินค้า ทั้งอุปโภคและบริโภค ซึ่งเรามีศูนย์บริหารสถานการณ์ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และ ประสานงานกันกับหลายกระทรวง เพื่อทำให้มั่นใจว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์เราจะสามารถมีนโยบาย หรือมาตรการมาช่วยปกป้องประชาชนได้

"ตอนนี้ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ซึ่งก็จะมีการแถลงข่าวอยู่แล้วว่าจะมีสถานการณ์แบบใด ขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก และขอให้ช่วยกันในเรื่องของพลังงาน ช่วยกันให้ถึงที่สุด"

เมื่อถามว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะมีมาตรการรับมืออย่างไรบ้าง นางศุภจีกล่าวว่า "เรามีการวางมาตรการไว้ ถ้าเป็นผลกระทบระยะสั้น หรือระยะยาวเราก็มีมาตรการรองรับเช่นกัน ตอนนี้เราต้องประเมินวันต่อวัน และทางศูนย์ฯ ก็จะมีการประเมินสถานการณ์วันต่อวันประชาชนไม่ต้องตกใจ”

เมื่อถามว่า มาตรการเวิร์กฟรอมโฮมเริ่มที่กลุ่มข้าราชการก่อนนั้น นางศุภจีกล่าวว่า หากหน่วยงานไหนมีความพร้อมก็สามารถทำได้ทันที ซึ่งจริงๆ แล้วถือเป็นสิ่งที่ดี และต้องมานั่งดูเรื่องกระบวนการทำงาน หน่วยงานไหนที่ยังไม่พร้อมก็ต้องมานั่งดูแลตัวเอง ว่าจะทำยังไงจะทำอย่างไรให้ทำงานนอกสถานที่ได้ ซึ่งย้ำว่าถือเป็นสิ่งที่ดีที่ต้องกลับมาดูกระบวนการทำงานและใช้เทคโนโลยี

>> สอบสวนกลาง รวบลูกจ้างแสบใช้ความสนิทและเชื่อใจฉกเงินหนีหายเข้ากลีบเมฆ ก่อนหนีมาเป็น รปภ.

16.52 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้ร่วมกันจับกุม ชาย อายุ 26 ปี ตามหมายจับของศาลอาญามีนบุรี ในความผิดฐาน “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างในเวลากลางคืน” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าโรงงานแห่งหนึ่ง ถนนร่มเกล้า แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก ชายคนดังกล่าว ได้เข้าไปเป็นลูกค้าประจำที่ร้านเกมและอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่งย่านเคหะร่มเกล้า โดยจะมาใช้บริการทุกวันเป็นเวลานาน จนเกิดความคุ้นเคยสนิทสนมกับเจ้าของร้านเป็นอย่างดี ทำให้เจ้าของร้านเกิดความไว้วางใจและมักจะวานให้ ชายคนดังกล่าว ช่วยดูแลร้านและเก็บเงินค่าคูปองอินเทอร์เน็ตอยู่บ่อยครั้ง

ต่อมาเจ้าของร้านได้ทราบว่า ชายคนดังกล่าว ยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง จึงได้ชักชวนให้มาทำงานเป็นพนักงานประจำที่ร้าน ซึ่ง ชายคนดังกล่าว ก็ตอบตกลง แต่หลังจากเริ่มทำงานได้เพียงวันที่สอง ชายคนดังกล่าว ก็ได้เผยธาตุแท้ โดยอาศัยจังหวะที่เจ้าของร้านไม่อยู่ร้าน ทำการขโมยเงินสดค่าจำหน่ายคูปองอินเทอร์เน็ตที่เก็บไว้ในลิ้นชักไปเป็นจำนวนประมาณ 8,000 - 10,000 บาท แล้วหลบหนีไป ไม่สามารถติดต่อได้อีก

เจ้าของร้านจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ร่มเกล้า จนกระทั่งศาลได้อนุมัติหมายจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า เจ้าตัว ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในย่านเคหะร่มเกล้า จึงได้ลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์ จนพบบุคคลที่มีลักษณะตรงตามหมายจับ จึงได้เข้าแสดงตัวและทำการจับกุม ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ร่มเกล้า ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน

>> เหตุเพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิล อำเภอกบินทร์บุรี ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

17.00 น. จังหวัดปราจีนบุรีรายงานความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้ โรงงานรีไซเคิลแห่งหนึ่ง ประกอบกิจการสะสมวัตถุหรือสิ่งของที่ชำรุดใช้แล้วหรือเหลือใช้ ตั้งอยู่ หมู่ที่ 4 ถนนทางหลวงหมายเลข 304 ตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี บนพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 14.00 น.

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี ภายใต้การอำนวยการของ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด มอบหมายให้ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมบูรณาการกำลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานความมั่นคง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หน่วยกู้ภัย รวมถึงภาคเอกชนในพื้นที่ ร่วมระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

โดยมีการนำรถดับเพลิง รถบรรทุกน้ำ เครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล รถไฟส่องสว่าง รวมถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ดับเพลิงจากหลายหน่วยงานเข้าปฏิบัติการ เพื่อเร่งระงับเหตุเพลิงไหม้กองวัสดุรีไซเคิลและเม็ดพลาสติกภายในสถานประกอบการ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้เกิดกลุ่มควันจำนวนมาก

จากการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. อย่างไรก็ตาม ยังคงมีกลุ่มควันบางส่วนที่เกิดจากการลุกไหม้ใต้กองวัสดุรีไซเคิล เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการใช้รถแบคโฮเกลี่ยกองวัสดุ เพื่อเปิดพื้นที่ให้สามารถฉีดน้ำดับไฟภายในกองวัสดุได้อย่างทั่วถึง พร้อมทั้งใช้เครื่องสูบส่งน้ำระยะไกลสูบน้ำสนับสนุนการดับเพลิงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการเหตุการณ์ได้สั่งการให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรีสนับสนุน หน้ากากอนามัยชนิด N95 ส่งมอบให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลเมืองเก่าและตำบลใกล้เคียงที่อาจได้รับผลกระทบจากกลุ่มควัน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

>> กระทรวงต่างประเทศ เร่งช่วยเหลือลูกเรือสูญหายอีก 3 คน เหตุเรือ “มยุรีนารี” ถูกโจมตี

19.17 น. กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ตามที่กรมเจ้าท่าและกองทัพเรือได้แถลงว่า วันนี้เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย ชื่อ “มยุรีนารี” (Mayuree Naree) ที่มีบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าของ ประสบเหตุและได้รับความเสียหายบริเวณท้ายเรือ ขณะเดินเรือในทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังการออกเดินทางจากท่าเรือเมืองคาลิฟา สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ โดยมีลูกเรือคนไทยจำนวน 23 คน ซึ่งกรมเจ้าท่าและกองทัพเรือได้เร่งประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต โอมาน เพื่อขอความช่วยเหลือนั้น

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ประสานกระทรวงการต่างประเทศโอมาน เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกเรือในทันที โดยขณะนี้ กองทัพเรือโอมานสามารถช่วยเหลือลูกเรือไทยจำนวน 20 คนได้อย่างปลอดภัยแล้ว และกำลังดำเนินการช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน

ทั้งนี้ สำหรับลูกเรือชาวไทย 20 คนที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว ได้ถูกนำขึ้นฝั่งที่เมือง Khasab โอมาน โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ อยู่ระหว่างการขอเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวเพื่อไปเยี่ยมเยียนต่อไป เนื่องจากยังเป็นเขตห้ามบิน และหากเดินทางโดยรถยนต์จะใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง และต้องเดินทางผ่านประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประสานฝ่ายโอมานเพื่อติดต่อกับลูกเรือคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือแล้วและทราบว่าปลอดภัย โดยกระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานการให้ความช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คนโดยเร็วที่สุด รวมถึงจะติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการโจมตีเพิ่มเติมต่อไป

>> รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถกระบะ กลางถนนทางหลวงชนบท 2273 มีผู้บาดเจ็บหลายราย และมีเสียชีวิต 1 รายที่ รพ.

19.19 น. ได้รับแจ้งจากกู้ชีพกลางดง มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถกระบะ มีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ถนนทางหลวงชนบท 2273 เส้นทางบ้านหมาก - บ้านหัวป้าง ใกล้เคียงสร้อยระย้า รีสอร์ท ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล เบนซ์ สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. สภาพหน้ารถพังเสียหาย ใกล้กัน พบรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ ป้ายทะเบียน สระบุรี สภาพด้านท้ายรถพังเสียหาย

จากการ ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้หญิง จำนวน 5 ราย แยกเป็นโดยสารมากับรถกระบะ 4 ราย และมากับรถเก๋ง 1 ราย ทางเจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.มวกเหล็ก
และได้รับแจ้งว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายที่มีอ
าการสาหัสต้องปั๊มหัวใจอย่างต่อเนื่องนั้น ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 37 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กลางดง

>> บุกเดี่ยว ชิงทรัพย์ร้านทอง ห้างดังฯ เมืองนครปฐม ได้ทองรูปพรรณ น้ำหนัก 2 บาท 23 เส้น

19.49 น. สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เกิดเหตุคนร้ายชาย สูงประมาณ 170 ซม. เสื้อลายสก๊อต กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ใช้อาวุปืนแบลงก์กัน ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ในห้างดังฯ ได้ทองรูปพรรณ 2 บาท ไปจำนวน 23 เส้น

จากการสอบถามพยาน ทราบว่าคนร้ายมาดูลาดเลาก่อนลงมือ 2 ชม. แล้วใช้เวลาก่อนร้านปิด ใช้อาวุธปืนจี้บังคับพนักงานหยิบสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 2 บาท ใส่ถุงพลาสติกที่เตรียมมา ไป 23 เส้น มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท

ชุดสืบสวนฯ และพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนแบบแบลงก์กัน ตกอยู่ 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน หลังก่อเหตุคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีเทา-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีออกถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าไปทาง อ.นครชัยศรี

>> เพลิงไหม้หน่วยไตเทียม โรงพยาบาลพังงา เร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยชุลมุน

20.25 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณหน่วยไตเทียม ชั้น 3 อาคารผู้ป่วยพิเศษ “เจียรวาณิช” ภายในโรงพยาบาลพังงา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองพังงา อบจ.พังงา และ ปภ.พังงา พร้อมรถดับเพลิงเข้าพื้นที่และกำลังเร่งฉีดน้ำควบคุมเพลิงเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังส่วนอื่นของอาคาร ขณะที่มีเสียงระเบิดดังเป็นระยะ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากอาคารเพื่อความปลอดภัย

รายงานเบื้องต้นระบุว่าหน่วยไตเทียมดังกล่าวปิดให้บริการฟอกไตตามปกติในเวลา 18.00 น. และเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นหลังจากปิดให้บริการแล้ว โดยต้นเพลิงคาดว่าเกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในห้องพักแพทย์ และพยาบาลของหน่วยไตเทียม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 ของอาคาร

>> ไฟไหม้บ้านพักพนักงานรถไฟ ลูกจ้างฝ่ายโยธา ย่านสถานีชุมทางทุ่งสง เสียหายวอดหมด 4 หลังคาเรือน จ.นครศรีธรรมราช

20.30 น. กองฯ ทุ่งสง ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักของพนักงานรถไฟ บริเวณย่านสถานีชุมทางทุ่งสง ซึ่งเป็นบ้านพัก พนักงานโยธา ถนนชุมชนบ้านพักรถไฟ ต.ปากแพรก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ เพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิง และลุกลามบ้านหลังที่อยู่ข้างเคียง ทางเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง เร่งระดมฉีดน้ำเข้าสกัดเพลิง เวลาประมาณ 21.00 น. จึงสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา

ตรวจสอบพบว่า มีบ้านเรือนของพนักงานฝ่ายช่างโยธาได้รับความเสียหายจำนวน 4 หลัง ขณะเกิดเหตุ ไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งสง

>> คนร้ายใช้อาวุธปืน ปล้นรถจักรยานยนต์

02.23 น. ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ 191 แจ้งเหตุ คนร้าย เป็นวัยรุ่นชาย 3 คน ใช้อาวุธปืนข่มขู่และทำร้ายผู้เสียหาย ก่อนปล้นเอารถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ลีด สีขาว ทะเบียนจำได้ 1ฆถ-7987 กทม. ภายในซอยลาดหญ้า 17 หลังก่อเหตุ ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีเทา ไม่ติดทะเบียน และรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย มุ่งหน้าออกปากซอย มุ่งหน้าไปทางวงเวียนใหญ่

ผู้เสียหาย เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ เวลา 01.45 น. ตนเองและเพื่อน นั่งพูดคุยกันอยู่ที่ บริเวณหน้าปากซอยลาดหญ้า 17 คนร้าย เป็นวัยรุ่นชาย 3 คน จำได้รูปร่างผอม สวมเสื้อแขนยาวฮูด กางเกงยีนส์ 1 คนสวมไอ้โม่ง อีก 2 คนสวมหมวกนิรภัย ขับขี่และซ้อยท้ายรถจักรยานยนต์ 2 คัน จำได้ ฮอนด้า เวฟ สีเทา และ ฮอนด้า ลีด สีดำ ไม่ติดป้ายทะเบียน จอดรถไว้ริมถนน

แล้วเดินตรงเข้ามา กล่าวหาว่า ตนเองไปยุ่งกับแฟนเค้า จากนั้นก็ชักอาวุธปืนขึ้นมาข่มขู่ และใช้เท้าเตะทั้งตนเองและเพื่อน บาดเจ็บแค่เล็กน้อย จากนั้นได้ปล้นเอารถของตนเอง เป็น รถ จยย.ฮอนด้า ลีด สีครีม ทะเบียนจำได้ 1ฆถ-7987 กทม. ขับหลบหนีใช้เส้นทางถนนลาดหญ้า มุ่งหน้าไปทางวงเวียนใหญ่ เพื่อนตนเองพยายามขี่รถติดตาม แต่ระหว่างทางคนร้ายชักปืนหันปากกระบอกมาทางเพื่อน จึงไม่กล้าขี่ตามต่อ คลาดกันบริเวณถนนเจริญนคร มุ่งหน้าไปทางไอคอนสยาม ล่าสุดผู้เสียหายอยู่ระหว่างแจ้งความที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...