‘อิหร่าน’ ยืนยันไม่เข้าร่วมบอลโลก 2026 จากสถานการณ์สงคราม
อาหมัด โดนยามาลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาของอิหร่าน ยืนยันอย่างเป็นทางการ ว่า ทีมชาติอิหร่าน จะไม่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2026 ที่จะมีขึ้นในช่วงกลางปีนี้ได้ เนื่องจากสถานการณ์สงคราม โดยตอนนี้พวกเขากำลังเผชิญหน้า กับสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ที่เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
"ภายใต้สถานการณ์ที่ระบอบทุจริตได้ลอบสังหารผู้นำของเรา อิหร่านไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกได้อย่างแน่นอน" อาหมัด โดนยามาลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาของอิหร่าน กล่าว
ก่อนหน้านี้ จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า เปิดเผยผ่านอินสตาแกรมว่าตนได้รับการยืนยันจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระหว่างการพบหารือเมื่อวันอังคารว่าอิหร่านยังคงได้รับการต้อนรับให้เข้าร่วมการแข่งขัน
ทั้งนี้ อิหร่าน ถูกจับสลากอยู่ในกลุ่มจี ร่วมกับนิวซีแลนด์ เบลเยียม และอียิปต์ โดยทั้งสามนัดของทีมชาติอิหร่านมีกำหนดแข่งขันในสหรัฐอเมริกา แบ่งเป็น ลอสแองเจลิส 2 นัด และเล่นที่ ซีแอทเทิล 1 นัด
"ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันประชาชน และเยาวชนของเราไม่ปลอดภัย เงื่อนไขพื้นฐานสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันก็ไม่มีอยู่ พร้อมกล่าวหาว่าการกระทำของฝ่ายตรงข้ามทำให้อิหร่านต้องเผชิญสงคราม 2 ครั้งภายในช่วงเวลา 8-9 เดือน และมีประชาชนจำนวนมากเสียชีวิต จึงทำให้อิหร่านไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้" รมต.กระทรวงกีฬาของอิหร่าน กล่าวเสริม
การถอนตัวดังกล่าว อิหร่าน จะต้องเผชิญบทลงโทษจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ซึ่งมีอำนาจสูงสุดในฐานะผู้จัดการแข่งขัน เช่น ข้อ 6.5 ของข้อบังคับของฟีฟ่า ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2025 ระบุว่า "หากสมาคมสมาชิกที่เข้าร่วมการแข่งขันถอนตัวหรือการแข่งขันไม่สามารถดำเนินการได้ หรือถูกยกเลิกอันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัยหน่วยงานจัดการแข่งขันของฟีฟ่าที่ได้รับอนุญาต (รวมถึงศูนย์ปฏิบัติการแข่งขัน) จะเป็นผู้พิจารณาตัดสินในเรื่องดังกล่าวตามดุลยพินิจของตนแต่เพียงผู้เดียว และดำเนินการใดๆ ก็ตามที่เห็นว่าจำเป็น"
ข้อบังคับ 6.7 ระบุว่า "ฟีฟ่าอาจตัดสินใจเปลี่ยนสมาคมสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวด้วยสมาคมอื่น" ซึ่งทั้งนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า ฟีฟ่า มองว่าการเกิดสงครามของ อิหร่าน กับสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ในหนนี้ เป็นเหตุสุดวิสัย หรือไม่
โดย อิหร่าน อาจโดนลงโทษรุนแรงที่สุดถึงขั้นตัดสิทธิ์สหพันธ์จากการแข่งขันในอนาคต โดย ฟีฟ่า มีสิทธิ์ขาดที่จะเลือกทีมใดก็ได้เข้าเสียบแทน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นทีมจากทวีปเอเชียเสมอไป แม้ว่าในทางจรรยาบรรณกีฬาจะควรเลือกทีมจากโซนเดียวกันเพื่อรักษาสัดส่วนโควตาก็ตาม