โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศูนย์ ACSC - FBI – Meta ผนึกปราบหลอกลวงออนไลน์ระดับภูมิภาค

NATIONTV

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

12 มีนาคม 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (Anti-Cyber Scam Center: ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ร่วมกับสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) หน่วยปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามการหลอกลวงของกระทรวงยุติธรรม สหรัฐอเมริกา (DOJ Scam Center Strike Force) และ Meta ผนึกกำลังกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 10 ประเทศทั่วโลก ดำเนินความร่วมมือใน “สัปดาห์ปฏิบัติการสกัดกั้นร่วม” (Joint Disruption Week) ครั้งที่สอง ณ กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อระบุและรื้อถอนเครือข่ายอาชญากรรมหลอกลวงที่มีการจัดตั้งเป็นขบวนการ และดำเนินการในวงกว้างทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และพื้นที่อื่น ๆ

สำหรับ “สัปดาห์ปฏิบัติการสกัดกั้นร่วม” ครั้งที่สอง (2nd Joint Disruption Week) ได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลกมากขึ้น โดย ACSC ทำงานร่วมกับ Meta และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา และอินโดนีเซีย มาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเชี่ยวชาญซึ่งนำไปสู่ปฏิบัติการจริง รวมถึงการทำงานด้านสืบสวนสอบสวนที่เข้มข้นขึ้น และต่อยอดความร่วมมือระยะยาว เพื่อสกัดกั้นขบวนการหลอกลวงตั้งแต่ต้นตอ โดยในปฏิบัติการครั้งนี้ ยังได้แพลตฟอร์ม LINE ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีในภูมิภาค ได้เข้าร่วมการหารือด้วยเช่นกัน

จากปฏิบัติการดังกล่าวและข้อมูลที่ได้รับการแบ่งปันจากพันธมิตรด้านการบังคับใช้กฎหมาย และเจ้าหน้าที่ของ Meta ได้ปิดใช้งานบัญชีมากกว่า 150,000 บัญชีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกม นอกจากนี้จากข้อมูลที่ Meta ได้แบ่งปันยังมีส่วนช่วยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) จับกุมผู้ต้องหาได้ 21 ราย และจากการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมยังพบว่า หนึ่งในเครือข่ายผู้ต้องหาหลอกลวงเหยื่อข้ามชาติที่ถูกจับกุมนี้มีการหลอกลวงเหยื่อคนไทยไปทำงานที่สแกมเซ็นเตอร์ที่ชายแดนมากกว่า 300 ราย

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวเป็นโครงการต่อยอดจากความสำเร็จของปฏิบัติการนำร่องในเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีการลบบัญชี เพจ และกลุ่มรวม 59,000 รายการออกจากแพลตฟอร์มของ Meta และนำไปสู่การออกหมายจับ 6 หมาย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์มีความซับซ้อนและเป็นระบบเชิงอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติบริหารเครือข่ายแบบประสานงาน เป็นองค์กรลักษณะธุรกิจ เพื่อขโมยเงินออมของเหยื่อ บ่อนทำลายความเชื่อมั่น และจงใจหลบเลี่ยงการตรวจจับ การรับมือกับเครือข่ายเหล่านี้จึงจำเป็นต้องอาศัยการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. กล่าวว่า “ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ไม่ใช่อาชญากรรมที่ไร้ตัวตนหรือเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นภัยร้ายที่มุ่งเป้ามายังครอบครัว มิตรสหายและเพื่อนบ้านของเราทุกคน เครือข่ายอาชญากรเหล่านี้ปฏิบัติการข้ามพรมแดน และสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อทั้งชุมชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศ การปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ในครั้งนี้ คือบทพิสูจน์ถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเป็นการส่งสารที่ชัดเจนไปยังกลุ่มมิจฉาชีพถึงความมุ่งมั่นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและพันธมิตร จะเดินหน้าปราบปรามและกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างถึงที่สุด เพื่อให้สังคมไทยและภูมิภาคของเราเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับพลเมืองทุกคน"

คริส ซอนเดอร์บี รองประธานและรองที่ปรึกษากฎหมายของ Meta กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้เป็นร่วมเป็นพันธมิตรกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ FBI หน่วยปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามการหลอกลวงของกระทรวงยุติธรรม สหรัฐอเมริกา และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากทั่วโลกในการต่อสู้กับเครือข่ายหลอกลวงที่ซับซ้อนเหล่านี้ ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การแบ่งปันข้อมูลและความเชี่ยวชาญและการประสานความพยายามร่วมกันสามารถสร้างความคืบหน้าอย่างแท้จริงในการสกัดกั้นกิจกรรมอาชญากรรมจากต้นตอ งานของเราในการต่อสู้กับการหลอกลวงบนโลกออนไลน์ยังไม่สิ้นสุด และเราจะเดินหน้าลงทุนทั้งด้านเทคโนโลยีและความร่วมมือ เพื่อสกัดกั้นผู้ไม่หวังดีเหล่านี้ต่อไป”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...