โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

แสวง เลขาฯ กกต.คุมเกมเลือกตั้ง ‘รับประกัน ไม่เอื้อประโยชน์ให้ใครได้แชมป์’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ม.ค. เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 02.09 น.
แสวง บุญมี

คอลัมน์ : Thailand Election 2026 : เลือกตั้ง เลือกอนาคต

อีกเพียงไม่กี่อึดใจ จะถึงวันชี้ชะตา เกมเดิมพันขั้วอำนาจ ผ่านการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์

นาทีนี้ ขั้วการเมือง ส้ม น้ำเงิน แดง ฟ้า ขับเคี่ยวชิงอำนาจรัฐอย่างดุเดือด

“ประชาชาติธุรกิจ” สนทนากับ“แสวง บุญมี” เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะ “กรรมการ” ที่คุมเกมเลือกตั้ง

เช็กความพร้อมการเลือกตั้งที่คู่กับการทำประชามติครั้งแรกในประวัติศาสตร์ การทำหน้าที่ของ กกต. ที่เขายืนยันว่า ไม่เข้าข้างใคร และยินดีหาก“ทัวร์ลง…ไม่เคยโกรธ”

ความพร้อมเลือกตั้ง-ประชามติ

แสวง ฉายภาพความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง และทำประชามติ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ว่า ตอนนี้เกินครึ่งทาง ที่ผ่านมาโดยภาพรวมเป็นไปตามปฏิทินงานทุกเรื่อง จากนี้ต่อไปจนถึงวันเลือกตั้งล่วงหน้า สส. และจนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ทางสำนักงาน ผู้ปฏิบัติงาน กรรมการประจำหน่วยมีความพร้อม น่าจะเรียบร้อย

แต่สิ่งที่อยากให้เป็นมากที่สุดคือบรรยากาศการแข่งขัน เวลาผู้สมัครไปหาเสียง อาจมีคนไปพูดจารุกล้ำก้ำเกินผู้สมัคร หรือเปล่า แบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เกิดเฟกนิวส์ ถ้อยคำความเกลียดชัง ซึ่งไม่ควรมี ควรจะมีบรรยากาศแข่งขันที่เป็นประชาธิปไตย ถ้ามีบรรยากาศที่ดี การแข่งขันที่เป็นธรรม รวมถึงการบริหารจัดการที่ดี คิดว่าการเลือกตั้งจะออกมาดี ผู้สมัคร พรรคการเมือง และคนสนับสนุนก็ต้องช่วยกัน

แต่ถ้าผู้สมัครรับเลือกตั้งไปหาเสียงแล้วมีคนตามไปด่า ผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่ กกต.จะดำเนินการอย่างไร “แสวง” ตอบว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ถ้าถามว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งกฎหมายเลือกตั้งห้ามไม่ให้มีการข่มขู่ หรือใส่ร้าย มีเจตนาพิเศษเพื่องดหรือไม่ลงคะแนนให้อีกฝั่งหนึ่ง เรื่องนี้ต้องดูข้อเท็จจริง แต่ก็จะทำให้บรรยากาศหาเสียงไม่ดี หรือตำหนิ ด่ากันทางโซเชียล มันไม่ใช่สังคมประชาธิปไตย

ส่วนการจัดการเลือกตั้งพร้อมกับการทำประชามตินั้น ตอนแรกกังวลการจัดการ เพราะเอา 2 เรื่องคือการเลือกตั้งและประชามติ มาคู่กัน มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 63 ล้านคน ครั้งแรกจะทำประชามติ 4 คำถาม ตกใจเหมือนกัน เพราะต้องขานคะแนน 6 กระดาน ยังไม่นับกระบวนการธุรการ เช่น พิมพ์บัตร แต่เมื่อมีคำถามเดียวก็เบาขึ้น แต่เวลาผ่านมาเริ่มเห็นอะไรชัดขึ้นจึงไม่ค่อยกังวล

มีอย่างเดียวที่หนักใจ เราจะให้ข้อมูลให้ประชาชนตัดสินใจลงประชามติได้ถูกต้องได้อย่างไร เพราะไม่เหมือนกับการเลือกตั้ง สส. ส่วนบรรยากาศคงจะเข้มข้นในเกม กองเชียร์ถ้าเขาทำผิด เราออกไปเตือนบ่อย ๆ หรือดำเนินคดีบ้าง ถ้ามีก็คงจะเบาลงจนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ไปด้วยความเรียบร้อย

ยึดกฎหมายแม้กฎหมายไม่ดี

กกต.วางหลักในการทำงานเลือกตั้งครั้งนี้ อย่างไร “แสวง” บอกว่า เราทำงานกับกฎหมาย คือกติกา รวมถึงทำงานกับผู้สมัคร พรรคการเมือง ประชาชน

“เรามีหน้าที่ทำตามกฎหมาย แต่บางครั้งกฎหมายไม่ดี คนมาตำหนิกรรมการ คุณด่าผม 10 รอบ ผมก็ทำแบบนี้ 10 รอบ เพราะกฎหมายเขียนแบบนี้ มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย ไม่ใช่กฎหมายไม่ดีมาด่ากรรมการ ถ้าทำผิดกฎหมายติดคุกแน่นอน ไม่รู้ใครได้ประโยชน์ล่ะ แต่กฎหมายเป็นแบบนี้จะให้ทำอย่างไร”

“ผิดกับการวินิจฉัยคดีแบบอื่น เขาใช้ดุลพินิจเพื่อความสงบเรียบร้อย เพื่อความสงบสุข เช่น ในคดีอาญา เช่น แม่ไปลักนมไปให้ลูก ศาลอาจบอกไม่ผิดเพราะเป็นเรื่องมนุษยธรรม แต่ของ กกต.ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องการแข่งขัน มีคนได้คนเสีย”

“กฎหมายบอกว่าหมูเป็นหมา คนบอกไม่ใช่ แต่เราบอกว่ากฎหมายบอกแบบนี้ จะให้ทำยังไง ถ้าเราไม่ทำเราก็โดน (ประมวลกฎหมายอาญา) มาตรา 157 กกต.ถูกเอกซเรย์อยู่แล้ว ผิดเล็กผิดน้อยคนยังเอาไปประจานเลย ถ้าผิดกฎหมายไม่ต้องพูด สังคมมีนักกฎหมาย พรรคการเมืองก็มีนักกฎหมายเขาดูเราออก เพียงแต่ไม่ถูกใจก็จะอธิบายไปอีกแบบหนึ่ง”

“ถ้าปัญหาอยู่ที่กฎหมายก็ไปแก้กฎหมายเสีย ถ้างวดนี้ตำหนิ กกต.ว่า ทำไม กกต.ทำแบบนี้ เลือกตั้งงวดหน้าก็ทำแบบนี้ เพราะกฎหมายยังไม่ได้แก้”

กกต.ไม่ทำเกินกฎหมาย

เป็นเพราะกฎหมายตามหลังการกระทำผิดหรือเปล่า “แสวง” กล่าวว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี หรือความคิดคน บางทีก็ทำให้กฎหมายล้าสมัยได้ แต่บางทีกติกาถูกกำหนดโดยผู้มีอำนาจบางยุคบางสมัย

“มีที่ไหนเจ้าภาพไม่เอาเปรียบ มันก็แบบนี้อยู่แล้ว กฎหมายได้เปรียบคนละครั้ง ผลัดกันมาเป็นผู้มีอำนาจ พอตัวเองมีอำนาจได้เปรียบ ไปเป็นฝ่ายค้านไม่มีอำนาจก็พูดคนละประโยค แต่พอตัวเองได้เปรียบก็เงียบ”

“แทนที่จะออกกฎหมายให้ยอมรับทุกฝ่าย ไม่ใช่คุณแข่งขันกันแค่ 2 ฝ่าย แต่คนดูทั้งประเทศ ทำไมให้รู้สึกว่ายุติธรรมสำหรับประชาชน ถ้ากฎหมายมันแฟร์อาจได้สิ่งที่ดีกว่าที่คุณกำลังแข่งขันกันด้วยซ้ำไป บางทีคุณเปลี่ยนที่ยืนแล้วได้ประโยชน์ก็ไม่พูด แต่พอเปลี่ยนฝั่งก็เหมือนกับด่าตัวเองสมัยอยู่ตรงนั้น การแข่งขันทุกการแข่งขันกติกาต้องเป็นที่ยอมรับก่อน และการแข่งขันก็จะง่าย เป็นที่ยอมรับ อันนี้ก็มีส่วนเหมือนกัน”

ถ้าเป็นอย่างนี้ กกต.จะปฏิบัติตามกฎหมายให้คนรู้สึกเป็นกลางได้อย่างไร เขายืนยันว่า “เราก็ปฏิบัติตามกฎหมาย พฤติกรรมต้องเป็นกลาง การปฏิบัติหน้าที่ต้องเป็นกลาง ตอนเลือกตั้งผมก็เลือกได้พรรคเดียว แต่พอเรามาทำหน้าที่ตรงนี้เราต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง”

“เราทำเกินกฎหมายไม่ได้ เพราะการแข่งขันต้องอยู่ในกติกา สมมุติเราแข่งขันระดับอาเซียน ประเทศเจ้าภาพให้มีกีฬาของเขาให้เจ้าภาพได้เหรียญทอง แล้วเราทำอะไรได้ มันคือกติกานั้น อันนี้ก็เหมือนกัน”

ทุกฝ่ายต้องร่วมมือจับทุจริต

บนกระดานการเมืองวันนี้ พูดกันถึงการใช้เงินทุน-เงินเทา ทุจริตเลือกตั้ง กกต.จะจัดการอย่างไร “แสวง” ตอบว่า

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ทุกการเลือกตั้ง ที่คนจะเอามาพูดว่าใช้เงินผิดกฎหมาย แต่ก่อนไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่มาของเงิน แต่หลังซับซ้อนขึ้นมีการพูดถึงเงินเทา เงินสแกมเมอร์ ซึ่ง กกต.ไม่รู้หรอกว่าเงินอะไร เพราะมีหน่วยที่ดูแล แต่ถ้าเงินแบบไหนก็แล้วแต่มาซื้อเสียงมันผิดกฎหมายอยู่แล้ว และ กกต.สามารถส่งเรื่องไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ แต่ต้องมีการสอบสวนถึงจะรู้

ถามว่า เวลาได้ยินข่าวว่าพรรคการเมืองใช้เงินเป็นหมื่นล้าน ซื้อเสียง ในฐานะเลขาฯ กกต. คิดอย่างไร แสวงกล่าวว่า เราดูอย่างเดียวว่าเรามีมาตรการป้องกันไม่ให้มีคนซื้อเสียงอย่างไร เงินจะกี่หมื่นล้าน มันเป็นคำพูด ไม่มีหลักอ้างอิงว่าใช้จริงหรือไม่ หรือเป็นแค่คำพูด พูดเตือนกันหรืออะไรเราก็ไม่แน่ใจ ไม่มีหลักฐานใช้เงินเท่าไหร่ หรือบางคนบอกว่าอาจจะเป็นทุนเทา ก็ไม่มีหลักฐานว่าคืออะไร”

“หรือที่บอกว่าใช้เงินหมื่นล้านซื้อประเทศ เราไม่อยากให้เกิดอยู่แล้ว เพียงแต่บอกว่ามีตัวชี้วัดอะไรว่ามีการใช้เงินแบบนั้น เงินจำนวนนั้นมาทำผิดกฎหมาย มันไม่มีนะ มีแต่คนพูด แต่มองอีกแง่หนึ่งคือการเตือนสติสังคม”

“เป็นหน้าที่เราไม่ปฏิเสธ แต่ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย พรรค ผู้สมัคร ประชาชน เราเก่งแค่ไหนคงดูได้ไม่ครบ ถ้าเขาตั้งใจทำผิด ก็ดูได้เท่าที่เราดูได้”

ตบมือข้างเดียวไม่ดัง

แสวงกล่าวว่า คนที่จะทำผิด ก็คือผู้สมัคร หัวคะแนน แต่ทำไมเราจับไม่ได้ ทำไมไม่ไปเฝ้าระวังความเคลื่อนไหว แต่มาดูอีกมุมหนึ่ง คนที่กำลังจะทำอะไรแบบนี้น่าจะมีคนที่มีศักยภาพที่สุดในประเทศ ไปเป็นรัฐบาล มีสมอง มีเงิน มีทุน กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถ้ามีการซื้อเสียงจริงก็พร้อมที่จะรับเงิน 2 ฝั่ง และนอกจากที่รับเงินยังมีความศรัทธาด้วย ฝั่งหนึ่งมีอำนาจ ฝั่งหนึ่งรักมาเจอกัน แล้วเขาจะแจ้ง กกต.ไหม ถ้าจะไปจับ มันไม่ใช่อาชญากรรมแบบคดีอาญา

“มันเหนื่อยเหมือนกัน มันยาก ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ต้องพอใจทั้งสองฝ่าย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งถ้าเขาชอบเขารัก ใครก็ไปแตะเขาไม่ได้ กับอีกฝั่งหนึ่งมีทุกอย่าง พร้อมที่จะให้ดูแล เรื่องนี้จึงดูกลมกลืน เป็นวัฒนธรรมใหญ่ ผมเข้าใจสภาพแบบนี้”

ทำอย่างไรจะทะลุปัจจัยตรงนี้ทำให้การเลือกตั้งโปร่งใสได้จริง “แสวง” ตอบว่า ในส่วนของเราทำสนามให้คนมาแข่ง เราไม่ได้มีอะไรกับใครอยู่แล้ว แม้คิดจะช่วยฝั่งหนึ่งก็ทำไม่ได้ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกติกา ระหว่างการเลือกตั้งไม่มีโอกาสที่จะเข้าข้างใคร เป็นไปตามระบบ การเลือกตั้งจะดีได้หรือไม่ บรรยากาศดี การแข่งขันเป็นธรรม ต้องอาศัยความร่วมมือทุกคน

ยินดีทัวร์ลง แต่อย่าแกล้งกัน

ในฐานะเลขาธิการ กกต.มักจะมีเสียงด่า-ทัวร์ลง เสมอ “แสวง” กล่าวว่า “ผมยินดีนะ เราอยู่ตรงนี้ก็ให้ลงที่เลขาธิการก็แล้วกัน แต่ผมว่างาน กกต.ไม่มีปัญหา ผมไม่เคยโกรธคนที่คนมาหาผม เช่น หนูหริ่ง (คุณสมบัติ บุญงามอนงค์) หรือ เป๋า (ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ไอลอว์) มาหา ผมก็ยินดี”

“ผมคือคนทำงานกลางระหว่าง กกต. 7 คน และสำนักงาน กกต. ผมอยู่ตรงกลาง และยังมีความคาดหวังของประชาชน ผมตั้งความรู้สึกจะโกรธคนไม่ได้ เราต้องการความร่วมมือจากทุกคน เรากำหนดประเทศไทยด้วยกัน คือวันเลือกตั้ง”

“ถ้าเขาไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร ทัวร์ลงเหมือนเดิม แต่ผมว่าไปได้ในสิ่งที่เราทำอยู่”

ทำไม กกต.ทำอะไรไม่ถูกใจ “แสวง” กล่าวว่า “เพราะหน้านี้ด่าได้ แต่ผมไม่ได้ทุกข์นะ หนักที่สุดคือช่วงเลือก สว. ถ้าผมทำตามที่คนพูด ผมติดคุกไปนานแล้ว ถ้ามีหลักฐานก็ว่ามาสิ คุณมีเป้าหมายอย่างอื่นแล้วมาทำลายผม ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ถ้าทำอย่างที่คุณว่า ไปเอาหลักฐานฟ้องเลย เอาทั้งกรมมาสอบผมยังได้เลย แต่อย่าแกล้งกันก็แล้วกัน”

กกต.ไม่ทำให้ชนะ

ถามแสวงว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะนำไปสู่อะไร เขาตอบว่า “เราต้องการการเลือกตั้งที่ดี เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทยเดินต่อไป ให้ประเทศไทยได้เดินตามศักยภาพ ไม่ใช่เลือกตั้งเสร็จแล้วทะเลาะกันเพราะผลการเลือกตั้ง ฝั่งนี้ก็จะบอกว่าคุณซื้อเสียงมา แทนที่จะบอกว่า เลือกตั้งดี แล้วเดินจากจุดที่ดีไปต่อเลย เราต้องการแบบนี้ ผมก็ต้องการแบบนี้”

“ถ้าคุณฝากความหวังไว้กับ กรรมการ..ไม่มี กรรมการไม่เคยทำให้ใครได้แชมป์ คุณจะได้แชมป์คุณทำเอง คุณอาสาประชาชนมา กรรมการไม่ใช่คนให้น้ำ นักมวยมองคนให้น้ำได้ แต่มองกรรมการไม่ได้ เพราะกรรมการมีหน้าที่ทำให้การแข่งขันเป็นธรรม เราจะให้ความเป็นธรรมในการแข่งขันให้คุณ”

ยืนในแถว ไม่เคยเจอเนวิน

กกต.ไม่ได้เป็นเครื่องมือฝ่ายอนุรักษนิยมใช่ไหม “แสวง” กล่าวว่า “ผมไม่เอาความหวังของประชาชน ประเทศชาติ หรือองค์กรผมไปให้ใครแน่นอน ตัวผมเอง ลูกน้อง ตรงอยู่ในแถวแน่นอน รับประกัน ผมไม่ได้แก้ตัว อยู่ที่การทำ ผมทำอะไรสักอย่างที่ทำอย่างที่รู้สึกว่า เอาสำนักงานไปเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ อย่ามาบอกว่าเป็นคนที่นั่นที่นี่ แล้วจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้”

“ที่ กกต.พนักงานเป็นคนประหลาด ถ้าหัวหน้าไม่ตรงไปตรงมาเขาไม่เอาด้วย เสียชื่อเขา เขาถูกฝึกมาอย่างนี้”

กับข้อกล่าวหาที่เกิดบุรีรัมย์ เข้าข้างพรรคน้ำเงิน เข้าข้างบุรีรัมย์ “แสวง” ตอบว่า “ผมเลือกเกิดได้ไหมล่ะ ผมไม่ได้แก้ต่างเลย ผมไม่จำเป็นต้องแก้ เขาบอกว่า กกต.สีอะไร ถ้าถามผมคือ กกต.สีรุ้ง มันหลากสี เราห้ามความคิดคนไม่ได้หรอกครับ แต่ถามว่าเราทำอะไรให้คนรู้สึกไม่เป็นกลาง อย่ามากล่าวหากัน เพราะเกิดที่นั่น (บุรีรัมย์) ผมเป็นเลขาธิการ กกต. ผมไม่ได้เป็นเพราะสีน้ำเงิน ผมยังไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ”

“เราไม่เอาองค์กรหรือประเทศชาติไปฝากไว้กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแน่นอน เวลาทำหน้าที่ก็เป็นเรื่องการทำหน้าที่ ถามว่ารู้จักกันทุกพรรคไหม… รู้จัก ห้องนี้ มาคุยกับผมทุกพรรคแล้ว แต่ห้ามคนคิดไม่ได้หรอก คนคิดอาจได้ข้อมูลคนละชุดกัน ถ้าพูดแล้วมีความสุขก็พูดไป ผมรู้ว่าผมทำอะไรอยู่แค่นั้นก็น่าจะพอ”

เคยพบคุณเนวิน ชิดชอบ หรือคุณเนวินเรียกไปพบบ้างไหม แสวงกล่าวว่า “ไม่มี ไม่มี มีคนมาบอกว่าผมไปบุรีรัมย์เพื่อไปพบ ไม่เคยมี ผมอยู่ของผมดี ๆ เห็นไหม นี่คือการกล่าวหากัน กลับบ้านบุรีรัมย์ก็เป็นเรื่องปกติเพราะมีญาติที่นั่น แต่เขาควรจะมาพบผมมากกว่า”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แสวง เลขาฯ กกต.คุมเกมเลือกตั้ง ‘รับประกัน ไม่เอื้อประโยชน์ให้ใครได้แชมป์’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...