กำไร TISCO ต่ำสุดในรอบ 5 ปี ราคาหุ้นไม่ถูก แค่ปันผลดีพอไหม ?
The Bangkok Insight
อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 07.25 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 06.42 น. • The Bangkok Insightกำไร TISCO ต่ำสุดในรอบ 5 ปี จากผลประกอบการงวดสิ้นปี 2568ราคาหุ้นไม่ถูก แค่ปันผลดีพอไหม ?
บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCOเป็นหุ้นธนาคารแห่งแรก ที่ประกาศผลประกอบการงวดสิ้นปี 2568 ออกมา โดยรายงานกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,658.90 ล้านบาท ลดลง 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการตั้งสํารองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.0% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย หรือมีจำนวน 2,340.08 ล้านบาท ตามแผนการตั้งสํารองกลับสู่ระดับปกติ และรองรับความเสี่ยงจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง
ทั้งนี้ กำไรปี 2568 ที่ 6,658.90 ล้านบาท ถือว่าเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ดังนี้
- ปี 2563 กำไร 6,063.48 ล้านบาท
- ปี 2564 กำไร 6,784.59 ล้านบาท
- ปี 2565 กำไร 7,224.08 ล้านบาท
- ปี 2566 กำไร 7,301.11 ล้านบาท
- ปี 2567 กำไร 6,901.27 ล้านบาท
ทำให้ในด้านหนึ่งเกิดกระแสความกังวลกับนักลงทุนว่าในอนาคต TISCO จะยังเป็น Value Stock ที่สร้างผลตอบแทนได้ดีเยี่ยมเหมือนช่วงที่ผ่านมาได้หรือไม่ เพราะในตอนนี้ Valauation ปรับสูงขึ้นมาพอสมควร TISCO ซื้อขายที่ PBV ประมาณ 2 เท่า หรือ +1.0SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปี ซึ่งเป็นธนาคารแห่งเดียวที่แพงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง แม้จะยังคงมีจุดเด่นที่ปันผลระดับสูง
สำหรับแนวทางการดำเนินธูรกิจในระยะะถัดไปของ TISCO จะยังคงดำเนินนโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังและรอบคอบ รวมถึงการช่วยเหลือลูกหนี้ตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมกับเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
บทวิเคราะห์ บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิดเผยว่า แนวโน้มปี 2569 สําหรับ TISCO ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อที่ 0-5% และคาดว่า NIM จะดีขึ้นจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และ Credit Cost ทรงตัวที่ประมาณ 1% โดย TISCO วางแผนเน้นปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่และสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มากขึ้น พร้อมทั้งเจาะตลาดสินเชื่อโฉนดที่ดิน จึงปรับประมาณการกําไรสุทธิปี 2569 เพิ่มขึ้น 2% เพื่อสะท้อนผลประกอบการและเป้าหมายของบริษัท
อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของ TISCO ยังคงน่าสนใจ แม้กําไรสุทธิลดลง แต่มองว่า TISCO จะจ่ายเงินปันผล (DPS) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 7.75 บาท ในปี 2567 เป็น 7.85 บาท (5.85 บาท สําหรับงวดครึ่งหลังปี 2568) คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลระดับสูงที่ 7.1% (5.3% สําหรับงวดครึ่งหลังปี 2568)
คงคําแนะนํา Neutral ถือหุ้น TISCO เพื่อรับเงินปันผลที่ดี แต่ปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นจาก 102 บาท เป็น 106 บาท เนื่องจากเปลี่ยนวิธีการประเมินมูลค่าจาก PBV มาเป็น DDM แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่สําคัญ คือ ความต้องการสินเชื่อชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจชะลอ ความเสี่ยงด้าน credit cost จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและราคารถมือสองที่ลดลง
บทวิเคราะห์ บล. เอเซีย พลัสเผยหลังการประชุมนักวิเคราะห์ TISCO ว่าทางผู้บริหารมองการดําเนินงานของ TISCO น่าจะผ่านจุดต่ําสุดในปีที่แล้ว จากต้นทุนการเงินต่ำลง ตามวงจรดอกเบี้ย และ Credit Cost อยู่ในการควบคุม โดยสินเชื่อมีโอกาสเติบโตจากเช่าซื้อ นอกจากนี้ทาง TISCO ยังไม่ปิดโอกาสการขยายตัว ผ่านการทํา M&A หากได้ผลตอบแทนน่าสนใจเทียบความเสี่ยง
ความเห็นนักวิเคราะห์โทนโดยรวมสอดคล้องกับประมาณการฝ่ายวิจัยในเชิงกลยุทธ์การเติบโต ภายใต้วงจรดอกเบี้ยต่ำ เอื้อต่อการขยายพอร์ตเช่าซื้อ (Loan spread กว้างขึ้น เพราะการ Repricing เงินฝากประจําในระยะถัดไป) รวมถึงการหาโอกาสทํา M&A ซึ่งถือเป็นอีก 1 วิธีในการบริหารโครงสร้างเงินทุน จึงปรับประมาณการกําไรสุทธิปี 2569 - 2570 ขึ้นจากเดิมเล็กน้อย
มุมมองเชิงกลยุทธ์เชื่อว่าอยู่ฝั่งซื้อช่วงราคาย่อวัน XD ยังน่าสนใจที่ราคาเป้าหมาย 105 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ หลังรวม Div yield ราว 7% ต่อปี แปลว่าจะให้ Total Return ราว 2% แม้เชิง Upside จํากัดแล้ว แต่ระดับปันผลที่สูงจะช่วยจํากัด Downside ต่อราคาหุ้นในอนาคต
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'กสิกรไทย' โชว์กำไรเฉียด 5 หมื่นล้านปี 68 เดินหน้ายุทธศาสตร์ 3+1
- 'ไทยพาณิชย์' ปล่อยสินเชื่อ โรงรับจำนำเอกชน 'อีซี่มันนี่' 3,000 ล้านบาท
- เจาะมุมมองหุ้นธนาคารปี 2569 ปันผลยังเด่น!
ติดตามเราได้ที่