อนุทิน ยกไฮไลท์ชายแดนปิดปราศรัย ภท. ลั่นได้กลับยกเลิก MOU 44
อนุทิน ยกไฮไลท์ชายแดนปิดปราศรัยใหญ่ ยันไม่มีรอบ 3 ได้เลือกตั้งแน่ ถามอยากได้รัฐบาลที่เขมรกลัวหรือกลัวเขมร ลั่นได้กลับมายกเลิก MOU 44 ไม่มี 50/50 ชี้ไม่มีเวลาให้มือใหม่ฝึกงาน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศรัยใหญ่ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีประชาชนให้การต้อนรับอย่างคึกคัก หลายคนเข้าไปสวมกอด และส่งเสียงเชียร์เป็นระยะ
นายอนุทิน กล่าวว่า โดยปกติถ้าเจอแฟนคลับและ เจอคนส่งเสียงเชียร์เยอะขนาดนี้ ตนควรจะตั้งวงร้องเพลงให้ฟังแล้ว แต่วันนี้ขอติดไว้ก่อน แล้วหวังว่าอีกไม่กี่วันพวกเราคงจะได้มาฉลองชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยด้วยกัน
ก่อนจะบอกว่าพรรคภูมิใจไทย รับใช้พี่น้องประชาชนและประเทศนี้มา 17 ปีแล้ว และทราบด้วยว่า ปีนี้ที่สุด เพราะปีนี้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อให้พี่น้องประชาชนทุกคนเห็นว่าพวกเราดีพอ คู่ควร ในการที่จะเป็นพรรคการเมืองหลักในการเป็นที่หวังและที่พึ่งพิงของพี่น้องชาวไทยได้
เชื่อว่าประชาชนเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ตนเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยมาตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2555 จนถึงวันนี้พรรคภูมิใจไทยไม่เคยเล็กลง พรรคภูมิใจไทยมีแต่ใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง มีข้อยกเว้นอยู่ครั้งเดียวคือครั้งนี้ที่พรรคภูมิใจไทย จะใหญ่มากขึ้นมากกว่าเท่าตัวซึ่งความพยายามในการพัฒนาตัวเองและการยกระดับการทำงานของพรรคภูมิใจไทย
ทั้งนี้มิติด้านนโยบายวิธีคิดวิธีการปฎิบัติและการจัดวางบุคคลกรเพื่อมา บริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้คนไทยเห็นว่าความเป็นพรรคภูมิใจไทยเราพร้อมที่จะเป็นผู้นำ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง การพัฒนาบ้านของเราคือประเทศไทยให้เป็นบ้านที่ทุกคนต้องมีความภาคภูมิใจไปด้วยกัน
จากนั้นได้ถามความพึงพอใจของผู้เข้าอาศัย ว่าแกนนำทุกคน ทำการบ้านดีหรือไม่ ที่ผ่านมาทำให้ผิดหวังหรือไม่ และรัฐบาลทำความภาคภูมิใจในการรักษาเอกราชได้ดีหรือไม่คือสิ่งที่ภท.ทำงานอย่างหนักในการสร้างความมั่นใจให้คนไทย เราทดลองงานมา 4 เดือน ขอทำงานจริงอีก 4 ปี
ทั้งนี้ได้วางนโยบาย 4 แกนหลัก เพื่อนนำพาประเทศไทยรุดหน้าด้วยความมั่นคง คือ แกนเศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยพิบัติ และคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงได้ให้ฟันเฟืองหลักของแกนเหล่านี้มาพบกับประชาชน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าแกนเหล่านี้จะขับเคลื่อนไปในจังหวะที่พร้อมกับน ให้เฟืองจักรทุกตัวทำงานด้วยประสิทธิภาพที่สูงสุด
นายอนุทิน ระบุว่า ก่อนจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองเราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน วันนี้หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยมาตรงนี้เพื่อบอกกับคนไทยทุกคนว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เหมือนเดิมแน่นอน สิ่งที่เปลี่ยนไปมากๆ คือวิธีคิดและวิธีการทำงาน จากที่ใครเคยพูดว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นแค่พรรคบ้านใหญ่ ตนไม่เถียงเขาพูดไม่ผิด แต่เขาคิดผิด คิดแค่ว่าพรรคบ้านใหญ่มาดูแลคนในพื้นที่ก็จบกัน คิดอะไรในเชิงโครงสร้างไม่เป็น แต่เมื่อสักครู่ที่ผ่านมานี้ ทั้ง 3 คน (สีหศักดิ์, ศุภจี , เอกนิติ) ได้แสดงให้เห็นว่าภาคภูมิใจ แน่นยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็ก 50 ชั้น ไม่ถล่มลงมาแน่นอน แต่ที่ถล่มลงมาพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ลงนาม เพราะวิศวกรใหญ่อยู่ที่นี่จะไม่มีวันให้ประชาชนเสี่ยงอีก
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า คำจำกัดความของความเป็นบ้านใหญ่คือ พวกเราดูแลพื้นที่ในบ้านของเราโดยไม่ขาดตกบกพร่อง สส. และผู้สมัคร ของพรรคภูมิใจไทยทุกคนไม่มีวันเป็นเจ้าคนนายคน ต้องไปช่วยดูแลพี่น้องประชาชน ตลอดเวลาและมีความภาคภูมิใจที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นพรรคบ้านใหญ่
วันนี้พรรคภูมิใจไทยทำงานมากขึ้น เราจะสร้างทุกช่องทางให้ประชาชนมีโอกาสเพิ่มรายได้ และเพิ่มโอกาสให้กับทุกครอบครัว ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมขาขึ้นทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาด เทคโนโลยี ai เศรษฐกิจสีเขียว เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเป็นได้ทั้งผู้บริหารและผู้ขายผ่านได้ทุกประตูไม่ติดอุปสรรคทางการค้า และเรากำลังผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อให้ใครเข้าไปอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว สร้างโอกาสการแข่งขันและฝ่าได้ทุกด่านไม่ว่าจะเป็นด่านกำแพงภาษีหรือด่านกำแพงการค้า
พรรคภูมิใจไทยได้กำหนดนโยบายทางด้านการศึกษา ที่เรียนได้ทุกวัย สนับสนุนทหารอาสา ให้มีความเป็นมืออาชีพในการมาดูแลพี่น้องประชาชน ให้ประเทศมีทหารที่อยากเป็นทหารไว้คอยดูแลแผ่นดินของเรา
ด้านคุณภาพชีวิตสังคมผู้สูงวัย ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ให้ทุกด้าน จัดให้มีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ มีนโยบายจ้างงานผู้สูงวัยเพื่อรับมือกับสังคมผู้สูงวัย
ด้านเศรษฐกิจยืนยันว่าภาคภูมิใจไทยจะไม่ยอมให้ประเทศไทยอยู่บนแผนที่โลกที่ถูกกำหนดชะตากรรมโดยผู้อื่น หากเราเข้าไปด้วยความแข็งแรงรู้เท่าทันและกำหนดยุทธศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง มีส่วนร่วมเป็นผู้กำหนดกติกาเราจะไม่มีวันเสียเปรียบ และจะเป็นผู้พลิกเก่งผ่านวิกฤติเศรษฐกิจนำรายได้และโอกาส มาให้พี่น้องประชาชนทุกสาขาอาชีพ ซึ่งประเทศไทยมีความได้เปรียบทางภูมิยุทธศาสตร์เป็นทุนเดิมที่สูงอยู่แล้วประเทศไทยจะไม่กลายเป็นเหยื่อบนโต๊ะเจรจาเพราะภูมิใจไทยหาบุคลากรที่จะมาทำสิ่งเหล่านี้ให้กับประเทศไทยทุกมิติแล้ว เชื่อว่าทั้ง 3 คนจะทำให้ประเทศไทยมีสถานะในโลกอย่างแข็งแกร่งไม่มีวันเสียเปรียบใคร
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทย ถูกเรียกว่าคนป่วยในเอเชีย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลมีการล้มลุกคุกคลานมีความอ่อนแอ แต่วันนี้ไม่ใช่ หากภาคภูมิใจไทยได้กลับเข้าไปบริหารราชการแผ่นดินบริหารประเทศให้กับทุกท่านรัฐบาลของตนพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีวันยอมรับตำแหน่งคนป่วยแห่งเอเชียเด็ดขาด และนอกจากจะเป็นคนป่วยแล้วเราจะเป็นคนที่แข็งแรงมีพลังเป็นประเทศที่ใครในโลกนี้ต้องมาเป็นพันธมิตรในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจไปด้วยกัน
นายอนุทิน กล่าวว่า นโยบายในอดีตไม่ตอบโจทย์และการจ่ายเงินอย่างเดียวจะส่งผลต่อประเทศในระยะยาว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถูกทำเพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้นสั้น แต่สุดท้ายคนที่ต้องจ่ายและถูกเช็คบิลก็คือพี่น้องประชาชนคนไทยที่จะต้องถูกเช็คบิล ทั้งที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่
พรรคภูมิใจไทยจึงเน้นนำเสนอนโยบายสร้างโอกาสให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น สร้างความมั่นคงทางอาชีพ เพราะภาคภูมิใจไทยของเราเชื่อในการหาเบ็ดให้คนไปตกปลา ไม่ใช่หาปลาให้กิน การตัดสินใจในวันที่ 8 กุมภาพันธุ์นี้อยู่ในมือของทุกคนสิ่งที่อยากให้ตัดสินใจคือ หากเลือกทีมงานที่บริหารประสบความสำเร็จมาแล้ว โอกาสที่จะเข้ามาทำงานให้ประเทศไทยรับรองว่า จะมีมากกว่าคนที่ไม่เคย พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยของเราไม่ใช่ที่ฝึกงาน หรือทดลองงานของมือใหม่ที่ไม่เคยทำงานระดับประเทศมาก่อน เราจะฝากอนาคตประเทศไว้กับมู่ใหม่หรือฝากไว้กับมืออาชีพที่มีความพร้อม
ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทย นำเสนอมืออาชีพให้กับพี่น้องคนไทย โดยการนำบุคลากรทั้งด้านเศรษฐกิจ และการเมืองมาร่วมร่วมกันมากมายในครั้งนี้ ทำให้วิธีการทำงานของคนในพรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากและเรามีพลังมากขึ้น คิดกว้างขึ้น และคิดใหญ่ขึ้น
“วันนี้ประเทศไทยรอไม่ได้ และเสี่ยงไม่ได้อีกแล้ว เมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานพรรคภูมิใจไทยจะไม่เสี่ยงตกขบวนโลก จะไม่เสี่ยงกับการเข้าสู่ความขัดแย้งเดิมๆ ไม่เสี่ยงกับผู้บริหารที่ด้อยประสบการณ์ไม่เสียกับการทุจริตคอรัปชั่นและไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตย พี่น้องทั้งหลาย เลือกภูมิใจไทยประเทศไทยไม่เสี่ยง“
การจะนำเสนอว่าประเทศไทยมีปัญหาอะไรทุกคนมานำเสนอให้ท่านได้รับทราบได้หมดแต่ไม่มีใครที่จะมาบริหารได้ นโยบายของทุกพรรคการเมืองพรรคไหนก็เขียนได้ แต่ถามว่ามีกี่คนที่ทำได้ แต่พรรคภูมิใจไทยส่งให้เห็นแล้วว่า เราได้ทำและเราทำได้
“เพราะฉะนั้น หลังการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ รัฐบาลภูมิใจไทยต้องเป็นรัฐบาลที่มีมือเพียงพอในสภา ต้องเป็นคนบริหารได้ 10 ทิศ มีมิตรมากไม่มีศัตรู ความน่าเชื่อถือสามารถบริหารราชการทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำ ได้อย่างราบรื่นและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับนานาประเทศได้ ซึ่งคุณสมบัติที่ตนได้พูดมาทั้งหมดนี้ ขอประกาศให้ทุกคนได้ทราบว่าพรรคภูมิใจไทยมีสิ่งเหล่านี้ครบถ้วน“
วันนี้คนไทยจะทะเลาะกันอีกไม่ได้ ประเทศไทยมีความเสี่ยงอะไรไม่ได้อีกแล้ว หากพี่น้องเลือกพรรคภูมิใจไทยประเทศไทยจะไม่มีความเสี่ยงเหล่านี้ ประเทศไทยต้องการความร่วมมือต้องการความสามัคคีและการทำงานแบบมีเอกภาพของทุกฝ่าย และตนจะทำงานอย่างสุดความสามารถกับทีมของตนให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับประเทศของเรา
ในช่วงท้ายของการปราศรัยนายอนุทิน ได้กล่าวถึงสถานการณ์ไทยกัมพูชา โดยขอยืนยันว่าหากเขาไม่รุกรานเราก็จะไม่มีปัญหาใดๆ การปะทะสองครั้ง รอบแรกจบลงแบบค้างคาเพราะรัฐบาลขณะนั้นทำข้อตกลงหยุดยิงก่อนที่กองทัพของเราจะจบภารกิจ ซึ่งนำมาสู่การยั่วยุของฝั่งตรงข้ามและนำมาสู่เหตุที่ต้องปะทะอีกรอบ และในที่สุดก็รอบที่สองซึ่งตนเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งความเป็นนายกรัฐมนตรีของตน และรัฐบาลของตน สนับสนุนกองทัพให้บรรลุเป้าหมาย การทำงานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความเข้าใจกับรัฐบาลและกองทัพต่อความสำคัญต่อการมีอธิปไตยของประเทศไทยทำให้เราได้แผ่นดินไทยที่เคยถูกรุกรานและยึดครองไปหลาย 10 ปีกลับคืนมาได้ทั้งหมด
สิ่งที่ที่ตนได้กล่าวมาสมควรแล้วที่ทุกคนจะตะโกนว่า “ภูมิใจไทย” ซึ่งไม่ใช่ที่เป็นพรรคการเมือง แต่ภูมิใจที่ประเทศของเราไม่มีการสูญเสียอธิปไตยและดินแดนเลยแม้แต่น้อย กัมพูชาสิ้นสภาพการเป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทย และประเทศไทยสามารถสถาปนาความมั่นคงเหนือดินแดนที่เป็นของเราโดยสมบูรณ์ ซึ่งได้ถูกสนับสนุนและกระทำโดยรัฐบาลของท่านในชุดนี้ และข้อตกลงหยุดยิงที่รัฐบาลได้ทำในชุดนี้ ใครอยู่ตรงไหนต้องอยู่ตรงนั้นห้ามลุกล้ำเข้ามาอีก ซึ่งไม่ต้องห่วงว่าจะมีรอบสามจนทำให้ไม่ได้เลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งในมะรืนนี้มีแน่
และเราได้จัดเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์ทุกรูปแบบไว้แล้ว ขอให้พวกท่านออกไปเลือกตั้งกันเยอะๆ และเป็นไปได้ความราบรื่นให้ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยหลังการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความใสสะอาด ขอให้ไว้วางใจอนุทิน พรรคภูมิใจไทย ในเรื่องนี้ และลงคะแนนให้เบอร์ 37เพื่อให้รัฐบาลภูมิใจไทยยังคงปกป้องอธิปไตยของชาติและรักษาพื้นแผ่นดินไทย ถ้าดลือกพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีใครรุกรานได้อีก จะเอารัฐบาลที่เขมรกลัว หรือเอารัฐบาลที่กลัวเขมร
นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งนี้ถ้าได้เป็นรัฐบาลของตนจะยกเลิก MOU 44 ในทันที ไม่มีคำว่า 50/50 ดังนั้นผลประโยชน์ทางทะเล ที่รัฐบาลชุดก่อนได้ทำไว้จะไม่มี ส่วนMOU 43 ให้นายสีหศักดิ์ เร่งดำเนินการให้กระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพนำเสนอแนวทางรัฐบาลพิจารณาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนไทยและประเทศไทย
และสิ่งที่บืนบันคือประเทศไทยจะไม่มีวันเสียเปรียบและเสียดินแดนในรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย หลัง 8 ก.พ. ที่จะถึงนี้ ตนสัญญาและเชื่อถทอได้ ว่สขะทำให้ภูมิในในความเป็นคนไทย และหารเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการอยู่รอดและความก้าวหน้าของเราทุกคน จะมุ่งมั่นสร้างประโยชน์และพาประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืน และขอให้เลือกภูมิใจไทย มากพอที่จะออกจากความไร้สเถียรภาพทางการเมือง จากความจัดแย้ง ภัยเศรษฐกิจ และภัยความมั่งคง เลือกภูมิประเทศไทยเดินหน้าได้ทันทีไม่เสียโอกาส แม้แต่วินาทีเดียว เพื่อเอามืออาชีพที่มีความแข้งแกร่งทั้งการการบริหารและการเมืองเข้าไปทำงานสุดท้าย เลือกภูมิใจไทยเพื่อให้ได้ผู้รับใช้ที่ภักดีต่อประชาชน กลับมาเป็นนายกฯ
พร้อมกล่าว ทิ้งท้ายว่า “เลือกเบอร์ 37 ความสำเร็จเป็นของประชาชนคนไทย”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุทิน ยกไฮไลท์ชายแดนปิดปราศรัย ภท. ลั่นได้กลับยกเลิก MOU 44
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net